Makro HORECA Champion คือเวทีที่เชื่อมชุมชนกับครัวระดับโลก
Makro HORECA Champion คือการแข่งขันเชฟแข่งขันระดับประเทศที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับศิลปะการปรุงอาหารไทยและเครื่องดื่ม โดยเปิดพื้นที่ให้เชฟและมิกโซโลจิสต์รุ่นใหม่จากหลายภูมิภาคนำวัตถุดิบชุมชนมาแปรเป็นเมนูร่วมสมัย สร้างมาตรฐานอาชีพสากล เชื่อมโยงการท่องเที่ยว อุตสาหกรรมอาหาร และเศรษฐกิจฐานรากผ่านเวทีเดียวที่เน้นทั้งความคิดสร้างสรรค์ การจัดการธุรกิจ และการเล่าเรื่องผ่านอาหาร หัวใจของเรื่องนี้คือ เวทีแข่งขันไม่ได้เป็นแค่การชิงรางวัล แต่เป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ในการปั้นคนเก่งด้านอาหารให้พร้อมสู่เวทีโลก กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์จับมือกับซีพี แอ็กซ์ตร้า ผู้อยู่เบื้องหลังแม็คโคร เปิดฉาก Makro HoReCa Champion 2026 ปีที่ 19 ด้วยแนวคิด Food Festa จุดพลุความคิด จุดไฟธุรกิจอาหาร พร้อมตั้งเป้าผลักดัน GDP ภาค SMEs ให้แตะ 40 เปอร์เซ็นต์ภายในปี 2570 ท่าทีนี้สะท้อนชัดว่าภาครัฐมองการแข่งขันเชฟเป็นโครงสร้างเศรษฐกิจ ไม่ใช่งานประกวดสนุกสนานชั่วคราว

จากแจ้งวัฒนะถึง 5 ภูมิภาค: โรงเรียนภาคปฏิบัติของเชฟรุ่นใหม่
สนามแรกที่แม็คโคร แจ้งวัฒนะคือภาพจำลองของโลกครัวใหม่ที่เชฟต้องแข่งขันทั้งฝีมือและเรื่องเล่า บรรยากาศรอบชิงแชมป์ภูมิภาคภาคกลางระหว่างวันที่ 3-4 กันยายนคึกคักด้วยจานที่เต็มไปด้วยสีสัน เทคนิค และการใช้วัตถุดิบปริศนาอย่างชาญฉลาด เวทีนี้ได้รับการรับรองมาตรฐานการตัดสินจากสมาคมเชฟโลก Worldchefs ครอบคลุมตั้งแต่รสชาติ สุขอนามัย การจัดการวัตถุดิบ ไปจนถึงการนำเสนอจาน นั่นทำให้ผู้เข้าแข่งขันได้ซ้อมมือในมาตรฐานเดียวกับเวทีนานาชาติ โมเดลการแข่งขันถูกขยายไปครบ 5 ภูมิภาค ผ่านสาขาแจ้งวัฒนะ เชียงใหม่ ขอนแก่น ระยอง และสุราษฎร์ธานี ตลอดกันยายนถึงตุลาคม ความน่าสนใจคือการกระจายสนามแข่งไม่ได้มีเป้าหมายแค่ให้คนลงแข่งง่ายขึ้น แต่เป็นการบังคับให้เชฟหยิบเอกลักษณ์และวัตถุดิบชุมชนของแต่ละพื้นที่มาเล่าเรื่องบนจาน ให้ศิลปะการปรุงอาหารไทยเดินทางออกจากเมืองใหญ่เข้าสู่ครัวภูมิภาคอย่างเท่าเทียม

สองแชมป์ภาคกลาง: สัญญาณว่าอาหารพื้นบ้านพร้อมขึ้นโต๊ะพรีเมียม
ผลสนามแจ้งวัฒนะสะท้อนทิศทางชัดว่า เชฟรุ่นใหม่ไม่ได้มองวัตถุดิบพื้นบ้านเป็นแค่ของกินเล่น แต่เป็นวัตถุดิบชุมชนที่มีศักยภาพพรีเมียม ภัทรธร เพชรวิชิต ผู้ชนะระดับเยาวชน สร้างเมนูข้าวคลุกน้ำมันพริกตะไคร้ ท็อปผักพื้นบ้าน เสิร์ฟคู่อกเป็ดย่างซอสแกงคั่วใต้ ปลาแพนกาเซียสต้มขมิ้นและยำน้ำบูดู จานเดียวผูกภาคกลางกับภาคใต้เข้าด้วยกันอย่างแม่นยำทั้งรสชาติและเนื้อสัมผัส ส่วนธีรดนย์ แสนก่อ แชมป์ระดับมืออาชีพ เล่าเรื่องสมุนไพรและเครื่องเทศผ่านข้าวคลุกมันกุ้งสมุนไพร ไข่ตุ๋นผงกะหรี่ และไก่ม้วนซอสแกงเผ็ดผลไม้ได้ครบองค์ประกอบตามเกณฑ์ Worldchefs ทั้งสองคนไม่ได้ทำแค่เมนูอร่อย แต่กำลังพิสูจน์ว่าอาหารจากครัวบ้านๆ สามารถถูกจัดจานและตีความใหม่ให้มีคุณค่าระดับมิชลินสตาร์ หากมีเวทีที่ให้ทดลอง ผิดพลาด และรับคำวิจารณ์อย่างจริงจัง การได้สิทธิ์ไปชิงแชมป์ระดับประเทศที่งาน Makro HORECA ครั้งที่ 19 ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคมถึง 1 พฤศจิกายน ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี จึงเป็นก้าวต่อไปของการผลักดันจานเหล่านี้ให้พร้อมถูกมองจากสายตานักชิมทั่วโลก

Soft Power อาหาร: เมื่อเชฟแข่งขันระดับประเทศกลายเป็นยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ
การวัดผลรายการแข่งขันเชฟด้วยจำนวนเหรียญหรือถ้วยไม่เพียงพออีกต่อไป สิ่งที่ควรถามคือ เวทีอย่าง Makro HORECA Champion ยกระดับ Soft Power ด้านอาหารอย่างไร การออกแบบให้มีทั้ง Chef Competition และ Mixologist Competition ที่เปิดให้มิกโซโลจิสต์หน้าใหม่สร้างนวัตกรรมเครื่องดื่มสไตล์ไทยสากล คือการขยายสนามจากจานหลักสู่บาร์เครื่องดื่ม ทำให้ภาพ Gastronomy ครบวงจรมากขึ้น บทบาทของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าในการเชื่อมกับภาคเอกชนผ่านโครงการ Smart Restaurant Plus ที่พัฒนาแล้วกว่า 15 รุ่น มีผู้ประกอบการเข้าร่วมมากกว่า 2,225 ราย คือเครื่องยืนยันว่าเป้าหมายไม่ใช่แค่สร้างเชฟมือรางวัล แต่สร้างระบบนิเวศธุรกิจอาหารให้เชื่อมโยงเกษตรกร ผู้แปรรูป ผู้ให้บริการขนส่ง จนถึงร้านอาหารและโรงแรม เมื่อทุกฟันเฟืองขยับพร้อมกัน Soft Power ด้านอาหารจึงไม่ใช่คำสวยหรู แต่เป็นยุทธศาสตร์ที่ดันเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ประสบการณ์การแข่งขันที่ต่อยอดสู่ครัวจริงและโลกดิจิทัล
อีกมุมที่น่าสังเกตคือ เวทีนี้ถูกออกแบบให้เป็นห้องทดลองธุรกิจอาหาร ไม่ใช่แค่ครัวแข่งขัน ผู้เข้าร่วมงานสัมผัส Live Cooking Show จากเชฟระดับรายการโทรทัศน์ ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้เห็นเส้นทางอาชีพที่จับต้องได้ ขณะเดียวกันก็ถูกชวนให้ใช้เครื่องมือดิจิทัลอย่างแอปพลิเคชัน Makro PRO และแพลตฟอร์ม Chef’s Club เพื่อเรียนรู้การสั่งวัตถุดิบ การติดตามโปรโมชั่น Flash Sale และร่วมกิจกรรม Lucky Draw รวมมูลค่ารางวัลกว่า 150,000 บาท นี่คือการสอนเชฟให้คิดเรื่องต้นทุนและการจัดหาของไปพร้อมกับการคิดสูตร ที่สำคัญ การถ่ายทอดการแข่งขันผ่านรายการออนไลน์ทั้งหมด 7 ตอนบนช่องวิดีโอทางอินเทอร์เน็ต ทำให้คนรักอาหารและผู้ประกอบการได้เรียนรู้มาตรฐานการตัดสินระดับ Worldchefs โดยไม่ต้องเดินทางไปถึงสนามแข่ง เมื่อองค์ความรู้ถูกกระจายออกไปวงกว้าง เชฟรุ่นใหม่ในครัวเล็กๆ ทั่วประเทศก็มีจังหวะตั้งเป้าไปสู่เวทีระดับประเทศ และต่อยอดฝันสู่เวทีโลกได้เท่าเทียมกัน บทสรุปคือ การแข่งขันเชฟที่ดีไม่ควรจบลงที่วันประกาศผล แต่ต้องเริ่มต้นเส้นทางการเติบโตของคน ครัว และชุมชนหลังไฟบนเวทีดับลง






