Visionary Stage คือนิยามใหม่ของสัปดาห์แฟชั่นไทย
Bangkok International Fashion Week – Visionary Stage at Siam Center คือเวทีแฟชั่นวีก กรุงเทพ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อรวบรวมผลงานของดีไซเนอร์ไทยรุ่นใหม่จากหลากหลายสถาบันและพื้นที่ทั่วประเทศ ให้ใช้ภาษาการออกแบบร่วมสมัยตีความรากวัฒนธรรมและวิถีชีวิตท้องถิ่น สร้างงานแฟชั่นที่ทั้งมีเอกลักษณ์และตอบสนองโลกยุคใหม่ ผ่านการเดินแบบของศิลปินดาราและแบรนด์แฟชั่นคลื่นลูกใหม่ที่ร่วมกันผลักวงการแฟชั่นให้ขยายเพดานความคิดสร้างสรรค์อย่างชัดเจน หัวใจสำคัญของงานปีนี้คือคอนเซ็ปต์ NEXT TH-PHENOMENON ที่ยืนยันว่าความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ไม่ใช่แค่ตามเทรนด์ แต่เป็นพลังที่ต่อยอดรากวัฒนธรรมให้กลายเป็นภาษาแฟชั่นร่วมสมัยที่จับต้องได้และเข้าใจง่าย งานจัดต่อเนื่องเป็นเวลา 4 วันเต็มในชื่อ Fashion Visionary ซึ่งทำให้สัปดาห์แฟชั่นไทยครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเปิดตัวคอลเลกชัน แต่เป็นการประกาศว่าเวที Siam Center Fashion กำลังกลายเป็นจุดรวมพลังของนักออกแบบรุ่นใหม่อย่างแท้จริง

รากวัฒนธรรมท้องถิ่นถูกเล่าใหม่ผ่านสายตายังก์ดีไซเนอร์
สิ่งที่ทำให้เวที Visionary Stage แตกต่างจากสัปดาห์แฟชั่นอื่น คือการกล้าปล่อยให้ดีไซเนอร์ไทยรุ่นใหม่เล่าเรื่องรากเหง้าของตนเองโดยไม่ต้องฝืนตามสูตรสำเร็จของแฟชั่นเมนสตรีม เราได้เห็นเสน่ห์ผ้าบาติกและวิถีชีวิตภาคใต้ ว่าถ้าอยู่บนซิลูเอตร่วมสมัยจะมีพลังแค่ไหน หรือความวิจิตรของมโนราห์ที่เมื่อถูกแปลงเป็นโครงชุดและรายละเอียดงานฝีมือแล้ว กลับสื่อถึงความงามเชิงพิธีกรรมในมุมมองใหม่ของคนเจนปัจจุบัน ฝั่งอีสานและล้านนาก็ไม่ยอมน้อยหน้า ความเชื่อและพิธีกรรมท้องถิ่นถูกตีความให้เข้ากับโครงสร้างชุดที่ทันสมัย วัฒนธรรมล้านนาและประเพณีพื้นถิ่นจากภาคเหนือถูกย้ายจากวัดและพิธีลงมาสู่รันเวย์อย่างเคารพรากเหง้าแต่ไม่ยึดติดรูปแบบเดิม ทุกองค์ประกอบจึงกลายเป็นบทสนทนาระหว่างอดีตกับปัจจุบัน แทนที่จะเป็นการแต่งไทยเพื่อความสวยงามผิวเผิน ผลงานจากนิสิตนักศึกษาถึง 13 สถาบันยิ่งตอกย้ำว่า หากเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่เล่าเรื่องด้วยตัวเอง พวกเขาสามารถดึงอัตลักษณ์ท้องถิ่นออกมาในรูปแบบที่ร่วมสมัยและเฉียบคม เกิดเป็นคลื่นลูกใหม่ของสัปดาห์แฟชั่นไทยที่ไม่ต้องพึ่งการลอกคาแรกเตอร์จากต่างประเทศ

“ไทยแลนด์ ไทยเริ่ด” และพลังของเซเลบที่หนุนดีไซเนอร์รุ่นใหม่
คอลเลกชันพิเศษ “ไทยแลนด์ ไทยเริ่ด” คือหลักฐานชัดเจนว่า Siam Center Fashion ตั้งใจผลักดันแฟชั่นจากสิ่งใกล้ตัวให้กลายเป็นภาพจำใหม่ของแฟชั่นวีก กรุงเทพ การหยิบดอกไม้จากปากคลองตลาด งานหัตถศิลป์ใบตอง ม้าลายไหว้แก้บน ผ้าแพรสามสี ไปจนถึง Street Food งานวัด กุมารทอง จิตรกรรมไทย แม่ไม้มวยไทย และเครื่องราง มาตีความใหม่ ทำให้เห็นว่าความเป็นไทยไม่จำเป็นต้องอยู่ในกรอบชุดไทยสำเร็จรูป แต่สามารถแปรรูปเป็นลายพิมพ์ โครงชุด และสไตลิงที่สนุก สดใหม่ และสีสันจัดจ้าน พร้อมผสานนวัตกรรมการพิมพ์ดิจิทัลเพื่อแฟชั่นที่ยั่งยืนในระยะยาว พลังของดีไซเนอร์ไทยรุ่นใหม่ถูกขยายเสียงด้วยการร่วมเดินแบบของศิลปินดาราแถวหน้าตลอด 4 วัน ตั้งแต่วันเปิดเวทีวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ที่มี จั๋งธีร์ BUS – ธีร์ บุญเสริมสุวงศ์ และ แทด ATLAS – ฐาปนา จงกลรัตนาภรณ์ พร้อมแม้ก – กรธัสส์ ณฐ – ณฐสิชณ์ จินนี่ – ณัฐณิชา เจน่า – แองเจลิน่า แอปเปิ้ล – ลาภิสรา และ มิ้ม – ปัณฑิตา ร่วมเดินจนห้างสะเทือน วันที่ 2–4 ตุลาคมยังมีเออร์วิน ATLAS นีญ่า มากีลา ลาเต้ – ธนรรถชล คิม – พงศธร ตี๋ – บุญยเกียรติ เฮง – ทัตพงศ์ บีเวอร์ – พรรษพล ต้นหลิว – เมธาพัฒน์ ศิลปิน iZ ชาร์เลท วาศิตา ก้อง – ก้องภพ คอปเปอร์ – ภูริวัจน์ และ ฟีฟ่า – ธนัช เติมสีสันให้ชุดเก๋และดีไซน์เลิศเรียกเสียงกรี๊ดจนห้างแตก
แบรนด์ไทยบนรันเวย์ และบทบาทของ Visionary Stage ในอนาคตแฟชั่น
การที่แบรนด์อย่าง Black Beetle x Mohhomphrae, Heritage, Kanhom, Sleeping Cloud และ Kiera Selbe ขึ้นรันเวย์ร่วมกับยังก์ดีไซเนอร์ คือการประกาศว่าคลื่นลูกใหม่และคลื่นหลักจะเดินไปด้วยกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างอยู่ แบรนด์เหล่านี้แสดงให้เห็นศักยภาพของนักออกแบบไทยในการสร้างผลงานที่มีเอกลักษณ์ชัด มีฐานความคิดมาจากบริบทท้องถิ่น แต่พร้อมจะสื่อสารกับผู้ชมในโลกแฟชั่นร่วมสมัยที่ไม่รู้จักพรมแดน Visionary Stage at Siam Center 2026 จึงถูกพูดถึงไม่ใช่แค่ในฐานะรันเวย์แฟชั่น แต่เป็นเวทีแห่งโอกาสที่เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้ส่งต่อเรื่องราวความเป็นไทยผ่านภาษาการออกแบบอย่างจริงจัง การรวบรวมพลังของดีไซเนอร์ไทยรุ่นใหม่จากทั่วประเทศภายใต้คอนเซ็ปต์เดียว ทำให้เวทีนี้กลายเป็นแพลตฟอร์มที่สร้างบทสนทนาระหว่างวัฒนธรรมดั้งเดิมกับโลกแฟชั่นยุคใหม่อย่างน่าสนใจ และตอกย้ำบทบาทของ Siam Center Fashion ว่าไม่ได้เป็นแค่ศูนย์การค้า แต่เป็นศูนย์กลางความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ที่อยากผลักดันสัปดาห์แฟชั่นไทยให้มีภาษาของตัวเองชัดเจน บทสรุปที่สำคัญคือ หากเรายอมรับว่าคนรุ่นใหม่มีสิทธิ์ตีความวัฒนธรรมของตัวเอง แฟชั่นวีก กรุงเทพ จะไม่ใช่ที่ที่เราแค่ไปดูเทรนด์ใหม่ แต่จะเป็นพื้นที่พูดคุยเรื่องตัวตน สังคม และอนาคตวงการแฟชั่น ผ่านงานออกแบบที่กล้าพูด กล้าแตกต่าง และกล้ายืนบนรากเหง้าของตนเอง






