ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

Apple Watch Ultra 4 vs Ultra รุ่นแรก อัปเกรดดีไหมสำหรับสายลุย 4 ปี

Apple Watch Ultra 4 vs Ultra รุ่นแรก อัปเกรดดีไหมสำหรับสายลุย 4 ปี
ความสนใจ|อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ

ภาพรวมการตัดสินใจ Ultra รุ่นแรกยังไหว หรือถึงเวลาของ Apple Watch Ultra 4

Apple Watch Ultra 4 คือสมาร์ทวอทช์สายลุยรุ่นใหม่ที่ต่อยอดจาก Apple Watch Ultra รุ่นแรกด้วยชิป S11 เซ็นเซอร์สุขภาพ Health Sensing System หน้าจอที่สว่างขึ้น และแบตเตอรี่ใช้งานได้นานขึ้น เหมาะกับคนที่ต้องการติดตามสุขภาพเชิงลึก ใช้งาน Outdoor หนัก และอยากได้ฟีเจอร์ใหม่ของ watchOS รุ่นล่าสุด ขณะที่ Ultra รุ่นแรกยังตอบโจทย์การแจ้งเตือน การออกกำลังกายพื้นฐาน และกิจกรรมกลางแจ้งทั่วไปได้ดีสำหรับคนที่ไม่เน้นฟีเจอร์ใหม่มากนัก ถ้าให้สรุปแบบสั้น Ultra รุ่นแรกยังเพียงพอสำหรับคนที่ใช้ชีวิต Outdoor แต่ไม่ซีเรียสเรื่องข้อมูลสุขภาพละเอียดและฟีเจอร์ใหม่ ส่วน Apple Watch Ultra 4 เหมาะกับคนที่ใช้ Ultra รุ่นแรกมา 4 ปีแล้วเริ่มรู้สึกว่าแบตเตอรี่ไม่อึดเหมือนเดิม อยากอัปเกรดสมาร์ทวอทช์เพื่อได้เซ็นเซอร์สุขภาพใหม่ การเชื่อมต่อ 5G และการสื่อสารผ่านดาวเทียม รวมถึงอยากใช้ watchOS 27 ต่อไปในอนาคต

SpecApple Watch Ultra รุ่นแรกApple Watch Ultra 4
ตัวเรือนTitanium 49 มม.Titanium 49 มม.
ชิปประมวลผลS8S11 พร้อม Neural Engine 4-core
RAM1GB4GB
ความจุภายใน32GB64GB
ชนิดหน้าจอLTPO2 OLEDWide-angle LTPO3 OLED
ความสว่างสูงสุด2,000 nits3,000 nits
พื้นที่แสดงผล1,185 ตร.มม.1,245 ตร.มม.
แบตเตอรี่ใช้งานทั่วไปสูงสุด 36 ชั่วโมงสูงสุด 50 ชั่วโมง
ระบบเซลลูลาร์LTELTE + 5G
ดาวเทียมไม่มีรองรับในพื้นที่ที่ให้บริการ
Precision Findingไม่มีรองรับ
ระบบสุขภาพรุ่นใหม่ไม่มีHealth Sensing System
watchOS 27ไม่รองรับรองรับ

ดีไซน์ หน้าจอ และความทนทาน สายลุยทั้งสองรุ่นยังแข็งแรงเท่าเดิม

ทั้ง Apple Watch Ultra รุ่นแรกและ Ultra 4 ยังใช้ตัวเรือนไทเทเนียมขนาด 49 มิลลิเมตร มี Action Button ไซเรน GPS แบบ Dual-Frequency และรองรับการดำน้ำเพื่อการสันทนาการได้ลึกถึง 40 เมตรเหมือนกัน ทำให้พื้นฐานด้านความทนทานและความเป็นนาฬิกาอัจฉริยะสายลุยยังใกล้เคียงกันมาก จุดนี้คือข้อดีร่วมกัน แต่ก็เป็นข้อจำกัดร่วมกันด้วย เพราะดีไซน์และขนาดยังค่อนข้างใหญ่สำหรับคนข้อมือเล็ก และน้ำหนักรวมสายอาจไม่เหมาะกับคนที่ต้องการสมาร์ทวอทช์บางเบา สิ่งที่ Ultra 4 ทำได้ดีกว่าชัดเจนคือหน้าจอ Wide-angle LTPO3 OLED ที่มีพื้นที่แสดงผลเพิ่มขึ้นประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์จากขอบจอที่บางลง พร้อมความสว่างสูงสุด 3,000 nits เทียบกับ 2,000 nits ใน Ultra รุ่นแรก ทำให้อ่านข้อมูลกลางแดดจัดได้ง่ายกว่าเดิม และยังลด Refresh Rate ลงถึง 1Hz เพื่อให้ Always-On Display แสดงเข็มวินาทีเคลื่อนไหวได้โดยไม่กินแบตมากนัก ถ้าคุณวิ่งกลางแจ้ง เดินเขา หรือดำน้ำบ่อย Ultra 4 จะให้ประสบการณ์การมองหน้าจอที่สบายตากว่าอย่างเห็นได้ชัด

ประสิทธิภาพ ชิป S11 และระบบสุขภาพใหม่ เหมาะแค่ไหนสำหรับสายฟิตและสายข้อมูล

หัวใจของการอัปเกรดสมาร์ทวอทช์ครั้งนี้อยู่ที่ชิป S11 และ Health Sensing System ใหม่ของ Apple Watch Ultra 4 Ultra รุ่นแรกใช้ชิป S8 RAM 1GB และความจุ 32GB ขณะที่ Ultra 4 ขยับไปใช้ S11 RAM 4GB และความจุ 64GB พร้อม Neural Engine แบบ 4-core ทำให้รองรับฟีเจอร์ใหม่อย่างการประมวลผล Siri บนอุปกรณ์ Dictation ที่แม่นขึ้น รวมถึง Gesture อย่าง Double Tap และ Wrist Flick ได้เต็มที่ ในการใช้งานทั่วไป Ultra รุ่นแรกยังไม่ถึงขั้นช้า แต่เมื่อมองไปข้างหน้า ฟีเจอร์ใหม่ของ watchOS จะเริ่มผูกกับชิปและ RAM ที่มากขึ้น ซึ่ง Ultra รุ่นแรกไม่มี ด้านการติดตามสุขภาพ Ultra 4 เปลี่ยนมาใช้ Health Sensing System รุ่นใหม่ เซ็นเซอร์หัวใจทั้ง Optical และ Electrical ถูกปรับปรุงให้วัดอัตราการเต้นหัวใจเบื้องหลังทุก 5 วินาที และเก็บข้อมูล HRV ได้บ่อยขึ้น พร้อมเพิ่มข้อมูลอย่าง Recovery HRV Readiness Daytime Vitals การแจ้งเตือนภาวะหยุดหายใจขณะหลับ การแจ้งเตือนความดันโลหิตสูงในพื้นที่ที่รองรับ และการติดตามจำนวนก้าวและระยะทาง Indoor ที่แม่นยำขึ้น ถ้าคุณเป็นสายฟิตที่ดูข้อมูลการฟื้นตัว การพร้อมออกกำลังกาย และคุณภาพการนอน Ultra 4 ให้ภาพสุขภาพที่ลึกกว่า Ultra รุ่นแรกแบบคนละระดับ

แบตเตอรี่ การเชื่อมต่อ และราคา เทียบความคุ้มสำหรับคนใช้ Ultra มา 4 ปี

สำหรับสายลุยที่ออกทริปยาว แบตเตอรี่คือจุดตัดสินใจสำคัญ Ultra รุ่นแรกใช้งานทั่วไปได้สูงสุด 36 ชั่วโมง ส่วน Ultra 4 ขยับไปที่สูงสุด 50 ชั่วโมง และในโหมด Low Power ก็เพิ่มจาก 72 ชั่วโมงเป็น 84 ชั่วโมง รวมถึงโหมด Outdoor Workout ปกติจาก 12 ชั่วโมงเป็น 18 ชั่วโมง และ Extended Workout ที่รองรับได้ถึง 25 ชั่วโมงพร้อม GPS และ Heart Rate เต็มรูปแบบ รวมไปถึง Max Extended Workout สูงสุด 45 ชั่วโมง เมื่อรวมกับความจริงที่ว่า Ultra รุ่นแรกของคุณผ่านการใช้งานมาราว 4 ปี สุขภาพแบตเตอรี่ย่อมลดลง ทำให้ Ultra 4 เหมาะมากสำหรับคนที่เริ่มต้องชาร์จระหว่างวันหรือระหว่างออกกำลังกายบ่อยขึ้น ด้านการเชื่อมต่อ Ultra รุ่นแรกรองรับเฉพาะ LTE และ UMTS ขณะที่ Ultra 4 รองรับ LTE และ 5G พร้อมระบบรับสัญญาณที่ใช้เสาอากาศสองชุดเพื่อช่วยในพื้นที่สัญญาณอ่อน และเพิ่มการเชื่อมต่อผ่านดาวเทียมสำหรับ Emergency SOS Messages และ Find My ในพื้นที่ที่ให้บริการ รวมถึง Ultra Wideband รุ่นที่สองที่รองรับ Precision Finding กับ iPhone และอุปกรณ์ที่เข้ากันได้ ทำให้การตามหาอุปกรณ์แม่นทั้งระยะและทิศทาง ในแง่ราคา Apple Watch Ultra 4 มีราคาเริ่มต้น 29,900 บาท ซึ่งถือว่าเป็นระดับพรีเมียม แต่เมื่อเทียบกับฟีเจอร์เพิ่มทั้งด้านสุขภาพ แบตเตอรี่ และการเชื่อมต่อ ถ้าคุณใช้ Ultra รุ่นแรกมานานและอยากได้ฟีเจอร์ใหม่ครบชุด ปีนี้ถือเป็นจังหวะที่คุ้มค่าที่สุดครั้งหนึ่งในการเปลี่ยน

Buy if / Skip if

  • Buy the Apple Watch Ultra 4 if คุณใช้ Ultra รุ่นแรกมา 4 ปีแล้วรู้สึกว่าแบตเตอรี่ลดลง ต้องชาร์จระหว่างวันหรือระหว่างออกกำลังกายบ่อยขึ้น และอยากได้แบตเตอรี่สูงสุด 50 ชั่วโมงเพื่อทริป Outdoor ที่ยาวขึ้น
  • Skip the Apple Watch Ultra 4 if Ultra รุ่นแรกของคุณยังใช้งานได้เต็มวัน แบตเตอรี่ไม่เสื่อมมาก และการใช้งานหลักคือดูแจ้งเตือน ติดตามการออกกำลังกายพื้นฐาน และใช้ GPS โดยไม่ต้องพึ่งฟีเจอร์ใหม่มากนัก
  • Buy the Apple Watch Ultra 4 if คุณให้ความสำคัญกับการติดตามสุขภาพเชิงลึก เช่น Recovery HRV Readiness การแจ้งเตือนภาวะหยุดหายใจขณะหลับ และต้องการเซ็นเซอร์หัวใจที่ละเอียดขึ้นเพื่อวิเคราะห์การฟื้นตัวและความพร้อมในการออกกำลังกาย
  • Skip the Apple Watch Ultra 4 if คุณไม่ได้สนใจฟีเจอร์สุขภาพใหม่มากนัก ไม่ได้ดูกราฟ HRV หรือข้อมูลการฟื้นตัวเป็นประจำ และพอใจกับการนับก้าว การวัดหัวใจ และการออกกำลังกายพื้นฐานที่ Ultra รุ่นแรกทำได้อยู่แล้ว
  • Buy the Apple Watch Ultra 4 if คุณต้องการใช้ watchOS 27 และฟีเจอร์ใหม่อย่าง Siri รุ่นใหม่ Dynamic App Grid Smart Stack Suggestions แบบใหม่ Call Context และ Find My ที่รวมไว้ในแอปเดียว ซึ่ง Ultra รุ่นแรกไม่ได้รองรับแล้ว
  • Skip the Apple Watch Ultra 4 if คุณไม่ซีเรียสเรื่องการได้ระบบปฏิบัติการล่าสุด ยังโอเคกับการใช้ฟีเจอร์เดิมของ Ultra รุ่นแรก และอยากยืดอายุการใช้งานสมาร์ทวอทช์เดิมไปอีกสักระยะก่อนค่อยอัปเกรดสมาร์ทวอทช์
  • Buy the Apple Watch Ultra 4 if คุณเดินป่า วิ่งเทรล หรือเดินทางไปพื้นที่นอกสัญญาณมือถือบ่อย ต้องการการสื่อสารผ่านดาวเทียม Emergency SOS และ Messages รวมถึงการเชื่อมต่อ 5G และ Precision Finding เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกในการตามหาอุปกรณ์

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!