เช้าวันหนึ่งในลิฟต์ออฟฟิศที่คนเบียดกันเต็มกล่อง มิ้นท์ได้กลิ่นหอมอุ่นแบบไม้ๆ แซมสไปซี่ปลายๆ จากพี่ผู้หญิงข้างๆ หอมแบบผู้ดีแต่ไม่แก่ ดมแล้วอยากหันไปถามทั้งลิฟต์ว่าฉีดอะไร สุดท้ายกลั้นใจถามตอนประตูลิฟต์เปิด เขาตอบสั้นๆ ว่า "ฟินอินแบล็ค มาดามฟิน กด Shopee ขวดละห้าร้อยกว่า" เย็นวันนั้นมิ้นท์กดตามทันทีค่ะ แล้วก็ลามไปสั่งมินิไซส์ไลน์คลาสสิกมาดมให้ครบ ตามด้วยคอลแลบเจนิสและตัวแพ็คใหม่ เพราะคาใจว่าบ้านนี้จะมีดีแค่ขวดเดียวไหม สรุปสัปดาห์กว่ากับทุกขวดบนผิวจริง วันนี้เล่าหมดแบบเพื่อนคุยกัน ตัวไหนติดทนถึงเลิกงาน ตัวไหนควรกดก่อน 11.11 ตัวไหนข้ามได้ มิ้นท์บอกตรงๆ ค่ะ
ไลน์คลาสสิกหกกลิ่น: พื้นฐานของบ้านที่โน้ตตรงตัวมาก
Madame Fin เป็นแบรนด์ไทยที่ทำน้ำหอมมาตั้งแต่ปี 2015 ขวดไลน์คลาสสิกเป็น Eau de Parfum ขนาด 30 ml ฉลากลายดอกไม้กับผีเสื้อถือแล้วดูแพงกว่าราคาไปไกล ในไลน์มีหกกลิ่น โน้ตทางแบรนด์เขียนไว้ตรงตัวมาก มิ้นท์รวบใส่ตารางให้ดูง่ายๆ ค่ะ
| กลิ่น | โทนกลิ่น | ฟีลแบบมิ้นท์แปลให้ |
|---|---|---|
| Fin in Love | Fruity Floral | หวานสดใสสไตล์ลูกคุณหนู มีดอกไม้นุ่มๆ ปิดท้าย |
| Fin in Black | Woody Spicy | เซ็กซี่ ลึกลับ น่าค้นหา ใช้ได้ทั้งชายและหญิง |
| More Finn | Floral Woody | นุ่ม สะอาด มินิมอล อบอุ่นแบบมั่นใจ |
| Finished | Ozonic Floral | สดชื่นเบาสบาย เหมือนลมทะเลปนป่าสน |
| Finale | Chypre Fruity | หวานนุ่มละมุนแบบผลไม้ มั่นใจในตัวเอง |
| Fin by Dao | Floral Musky | ดอกไม้หวานมีมัสก์รองท้าย ผู้หญิงนุ่มๆ ที่เดินผ่านแล้วต้องหันมอง |

อ่านโน้ตอย่างเดียวยังไม่เห็นภาพ เอาแบบดมแล้วตีความนะคะ Fin in Love คือกลิ่นลูกคุณหนูใส่เดรสสีครีมถือแก้วนมเย็น หวานแต่ไม่ไซรัป Fin in Black คือคนเดียวกันตอนกลางคืนที่เปลี่ยนเป็นเสื้อเชิ้ตดำ ดูแพงและไว้ใจได้ More Finn กับ Finished เป็นฝั่งสะอาด More Finn นุ่มแบบผ้าห่มผืนโปรด Finished โปร่งแบบเสื้อขาวเพิ่งรีดเสร็จ ส่วน Finale กับ Fin by Dao คือฝั่งหวานละมุนที่ใส่เดทแล้วฝ่ายตรงข้ามอยากเดินชิดขึ้นอีกก้าว มือใหม่ที่ยังไม่เคยดมสักขวดเริ่มที่ Fin in Love หรือ More Finn ก่อนได้ค่ะ สองตัวนี้หลับตาฉีดได้ทุกวันไม่มีวันไหนแรงเกิน
Fin in Love กับ Fin in Black: คู่ขายดีที่ควรกดเป็นคู่แรก
สองขวดนี้คือคู่ที่ร้านจัดโปรวันเลขเบิ้ลแบบซื้อคู่ถูกกว่าซื้อเดี่ยวมาตลอด ไม่ใช่เพราะตลาดยัดเยียด แต่เพราะมัน 커버คนละมู้ดในชีวิตเดียวกัน เช้าถึงเย็นหยิบ Fin in Love กลางคืนหรือวันอยากได้ลุคเข้มหยิบ Fin in Black สลับกันได้ทั้งสัปดาห์แบบไม่ต้องซื้อขวดที่สาม

บนผิวมิ้นท์ Fin in Love เปิดด้วยผลไม้หวานฉ่ำแล้วไหลเข้าดอกไม้นุ่มๆ ชั่วโมงที่หกยังเหลือความหวานจางๆ ที่ข้อมือ ส่วนบนเสื้อนี่ตัวโกงค่ะ ฉีดเช้าวันทำงานเย็นกลับห้องถอดแขวนไว้ เช้าถัดไปหยิบมายังหอมอยู่เลย Fin in Black เปิดสไปซี่อุ่นๆ แล้วลงโทนวู้ดเนียนๆ ความฟุ้งชั่วโมงแรกแรงพอที่เพื่อนร่วมโต๊ะจะทัก แต่หลังจากนั้นเป็นออร่ารอบตัวมากกว่ากลิ่นนำหน้า ในห้องแอร์อยู่ได้ถึงเลิกงานแบบสบายๆ และเป็นผู้ชายฉีดได้ไม่หวานเกิน ซื้อขวดเดียวใช้กันทั้งบ้านกับแฟนได้คุ้มทุกบาททุกสตางค์
เรื่องราคา: ไซส์มินิ 10 ml Official อยู่ที่ ฿299 และไซส์เต็ม 30 ml อยู่ที่ ฿599 แต่บน Shopee ขนาด 30 ml เหลือ ฿510 จากราคาเต็ม ฿562 ซึ่งถูกกว่ากดเว็บทางการอีกค่ะ มิ้นท์กดจาก ร้านบน Shopee ส่งไวทันโปรพอดี ใครลังเลระหว่างสองกลิ่นนี้มิ้นท์เชียร์ให้กดคู่ตอนวันเลขเบิ้ล เพราะโปรคู่มากกว่าเดี่ยวแทบทุกครั้งค่ะ
Jenny x Madame Fin ไอ้เพื่อนรัก: ขวด ฿1,290 ที่คนเถียงกันเยอะที่สุด
คอลแลบ MADAME FIN x JANISTARRR ออกมาสองกลิ่นสองสไตล์ในชื่อคอลเลกชันไอ้เพื่อนรัก ขนาด 50 ml เป็น EDP ทั้งคู่ ราคาขวดละ ฿1,290 และตัว The Starry Night มักมาพร้อมโปร 1 แถม 2 ใครอยากได้ทั้งเซ็ตรุ่นชมพู่บวกเจนิสสองขวดพร้อมโลชั่นมีเซ็ต ฿1,990 ให้กดใน หน้าคอลเลกชันofficial ค่ะ

The Starry Night เปิดด้วยแพร์กับแมนดารินให้ความสว่างนิดๆ แล้วลงฐานวานิลลาชูการ์กับแอมเบอร์วูด ตัวนี้มิ้นท์นิยามว่ากลิ่นผู้หญิงลึกลับที่เพิ่งอาบน้ำใหญ่เสร็จแล้วเดินผ่านเราไป ความฟุ้งคือของจริงค่ะ ฉีดหนึ่งสเปรย์ก่อนเข้าลิฟต์ทั้งลิฟต์รู้เรื่อง หอมหวานดอกไม้โทนหนักๆ คล้ายดอกลีลาวดีบานเย็นๆ เหมาะกับกลางคืน งานเย็น หรือวันที่อยากได้พลังเต็มสูบ แต่คนไวกลิ่นหรือออฟฟิศแคบๆ ควรฉีดครึ่งสเปรย์พอ เพราะความดังของมันทำให้บางคนมึนหัวได้จริง
Take It Easy คนละขั้ว เปิดเลมอน เรดฟรุต และพิงค์เปปเปอร์ให้ความอมเปรี้ยวสดใสแต่ไม่สว่างจ้า แล้วลงซีดาร์มัสก์กับแอมเบอร์วูดเป็นฐานอบอุ่นนุ่มนวล โทนรวมเป็นดอกไม้อ่อนสะอาดไม่ฉุน ฉีดไปทำงานได้ทุกวัน มีคนเทียบว่าไปทางบูลการีขวดม่วงแบบไม่ต้องเพ่ง ให้ฟีลเพื่อนสาวที่พึ่งพาได้มากกว่าสาวปาร์ตี้
แต่ขอพูดตรงๆ สองเรื่องค่ะ หนึ่ง Take It Easy เป็นกลิ่นที่มีของส่งต่อในตลาดเยอะพอสมควร ซึ่งเป็นสัญญาณว่า blind buy แล้วมีโอกาสพลาดคู่ คนชอบกลิ่นสะอาดจะรักเลย คนชอบหวานเข้มจะรู้สึกว่ามันเรียบไป ควรเทสหรือเริ่มจากไซส์เล็กก่อน สอง ในตลาดมีของปลอมที่กลิ่นจางมากจนแทบไม่หอมปนอยู่ เรื่องติดทนจึงตกฮวบแบบคนละขวดกับของจริง กดจาก official หรือร้านทางการเท่านั้นนะคะ เสียเงินทั้งทีเอาของแท้ค่ะ
วีชมพูแพ็คใหม่ และพี่น้องในบ้านที่น่าจับตา: Contented, Sensuous, Glam
ต้นตุลาที่ผ่านมาทางแบรนด์เพิ่งเปลี่ยนแพ็คเกจกลิ่นวีชมพู ขวดฉลาก WE สีชมพูฝากลมสีครีม ที่ลูกค้าถามหากันมากที่สุด ให้ดูน่ารักขึ้นกว่าเดิม พร้อมราคาเปิดตัวที่ดีมาก ใครเล็งขวดนี้อยู่รอ กดช่วงนี้คุ้มสุด ส่วนในบ้านเดียวกันยังมีไลน์ Contented โทน Floral Green สามกลิ่น Lucky Clover, Wonder Wall และ God's Favourite ที่มินิไซส์ 15 ml อยู่ที่ ฿555 และเซ็ตไซส์ 50 ml อยู่ที่ ฿1,690 เป็นฝั่งเขียวสะอาดสุภาพสำหรับคนเบื่อหวาน

สายคุ้มต้องมองเซ็ต Sensuous 2025 ที่ ฿1,444 เพราะในเซ็ตได้น้ำหอม Sensuous 2025 ขนาด 50 ml กับ Sensuous 50 ml อีกขวด พร้อมโลชั่น Glam 240 ml และน้ำหอมมินิ 10 ml รวมสี่ชิ้น ตกขวดละไม่กี่ร้อยแบบงงๆ ค่ะ กดได้ที่ หน้าโปร official นอกจากนั้นยังมีไลน์ Glam สามกลิ่น Beloved, Fervent และ Muse ขนาด 50 ml สำหรับสายกลิ่นผู้ดี และฝั่งผู้ชาย Moon, Ocean, Light ที่ซื้อแชร์กับแฟนได้ทั้งชั้นวาง บ้านนี้เขาทำครบจริงตั้งแต่หัวจรดเท้ารวมถึงโลชั่นและเจลอาบน้ำค่ะ
ชอบ
- ไลน์คลาสสิกเป็น EDP เริ่มต้น ฿299 แต่การปรุงกลิ่นดมแล้วนึกว่าจ่ายแพงกว่านั้นหลายเท่า
- หกกลิ่นคลุมทุกมู้ด Fin in Black ใช้ได้ทั้งชายหญิง ขวดเดียวหอมทั้งบ้าน
- โปร official และ Shopee มาถี่ เซ็ต Sensuous ตกขวดละไม่กี่ร้อยคุ้มทุกบาททุกสตางค์
- คอลแลบ Jenny เป็น EDP 50 ml ฿1,290 ที่มักแถมของเพิ่มช่วงโปร
ต้องคิดก่อน
- ไลน์ Jenny ความเห็นแบ่งฝั่งชัด Take It Easy มีของส่งต่อเยอะ ควรเทสก่อนซื้อไซส์เต็ม
- ของปลอมกลิ่นจางปนในตลาด ต้องกดจาก official หรือร้านทางการเท่านั้น
- The Starry Night ฟุ้งแรงมาก คนไวกลิ่นหรือออฟฟิศแคบอาจมึนหัว ต้องฉีดเบามือ
สรุปแบบฟันธงเลยนะคะ งบน้อยเริ่มที่คู่คลาสสิก Fin in Love ไว้กลางวันบวก Fin in Black ไว้กลางคืนและวันลุคเข้ม สองขวด ฿1,020 บน Shopee คลุมทั้งสัปดาห์แบบไม่ต้องคิดนาน งบถึงพันปลายและอยากได้กลิ่นที่มีเรื่องราวค่อยไปคอลแลบ Jenny โดยมิ้นท์เชียร์ The Starry Night สำหรับสายกลางคืนมากกว่า Take It Easy ที่ควรเทสก่อน ส่วนวีชมพูใครสายหวานนุ่มรอโปรแพ็คใหม่ได้เลยค่ะ ของมาไวมาก ความเห็นมิ้นท์คือบ้านนี้ตุนได้แต่ไม่ต้องตุนเยอะ ขวดละ 30 ml ใช้คุ้มครึ่งปี สองถึงสามขวดกำลังดี เว้นแต่จะเจอกลิ่นที่ใช่แบบที่มิ้นท์เจอในลิฟต์วันนั้น อันนั้นห้ามไม่อยู่จริง 5555 ใครกดขวดไหนไปแล้วกลับมายืนยันกันหน่อยนะคะว่าบนผิวคุณชั่วโมงที่แปดยังเหลืออะไรอยู่ และกลิ่นไหนชนะในออฟฟิศคุณ มิ้นท์รออ่านคอมเมนต์อยู่ค่ะ






