เลกซัส อีเอส ใหม่ สองขุมพลังไฮบริด–ไฟฟ้า ชนตรงซีดานหรู

เลกซัส อีเอส ใหม่ สองขุมพลังไฮบริด–ไฟฟ้า ชนตรงซีดานหรู
ความสนใจ|การเลือกและซื้อรถ

ภาพรวม: เลกซัส อีเอส ใหม่ คืออะไร และใครควรสนใจ

เลกซัส อีเอส ใหม่ คือซีดานหรูเจเนอเรชันที่ 8 ขนาดใหญ่ระดับเรือธง ที่เสนอทางเลือกขุมพลังระบบขับเคลื่อน BEV HEV ในคันเดียวกันต่อไลน์ผลิต เพื่อจับกลุ่มลูกค้าพรีเมียมที่ต้องการทั้งความนุ่มนวลเงียบสงบของ ES ดั้งเดิม และเทคโนโลยีไฟฟ้าล้ำสมัยที่สอดรับเทรนด์รถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริดในปัจจุบัน

สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจก่อนคือ นี่ไม่ใช่การไมเนอร์เชนจ์ แต่เป็นการยกโครงสร้างใหม่บนแพลตฟอร์ม GA-K พร้อมแนวคิด Multi Path Way ที่ตั้งใจให้ลูกค้าเลือกได้ทั้งไฮบริดและไฟฟ้าเต็มรูปแบบโดยไม่ต้องถูกบังคับด้วยเทคโนโลยีใดเทคโนโลยีหนึ่ง การเปิดตัวครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเลกซัสได้เผยโฉมรุ่นใหม่อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม และถือเป็นการ “ขยับหมาก” ครั้งสำคัญในตลาดซีดานหรูระดับกลางค่อนไปทางบน เลกซัสจึงไม่ได้แค่มาเติมไลน์ แต่ตั้งใจ “สั่นตลาด” คู่แข่งยุโรปอย่างชัดเจน.

เลกซัส อีเอส ใหม่ สองขุมพลังไฮบริด–ไฟฟ้า ชนตรงซีดานหรู

สองขุมพลัง BEV–HEV: ตัวเลขเหมือนกัน แต่คนละบุคลิก

ไฮไลต์ของเลกซัส อีเอส ใหม่อยู่ที่ทางเลือกสองระบบขับเคลื่อน BEV HEV ที่ชัดเจนและไม่ซ้ำซ้อน คนซื้อจึงต้องเลือกสไตล์ชีวิต มากกว่าถามว่ารุ่นไหนแรงกว่าเท่านั้น.

ฝั่งไฟฟ้าเต็ม ES 350e Premium ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Permanent Magnet กำลังรวมระบบ 224 PS แรงบิด 269 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนล้อหน้า พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 76.96 kWh วิ่งได้ไกลถึง 620 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน NEDC รองรับชาร์จ AC 22 kW และ DC Fast Charge 150 kW ชาร์จจาก 10–80% ใช้เวลาราว 28 นาที. ฝั่งไฮบริด ES 350h Grand Luxury ใช้เครื่องยนต์เบนซิน–ไฮบริด A25A-FXS 2.5 ลิตร เจเนอเรชันที่ 6 ให้กำลังสูงสุด 247 PS พร้อมอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 22.7 กม./ลิตร จาก ECO Sticker ซึ่งเป็นตัวเลขที่เลกซัสนำมาโชว์อย่างมั่นใจ. คำพูดที่น่าจดจำคือ “ES350e Premium วิ่งได้สูงสุด 620 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ขณะที่ ES350h ประหยัดได้ถึง 22.72 กม./ลิตร”.

เมื่อผูกตัวเลขเข้ากับราคา ES 350e Premium ที่ ราคา 3.29 ล้านบาท หรือ 3,290,000 บาท ส่วน ES 350h Grand Luxury อยู่ที่ 3,890,000 บาท ภาพเริ่มชัดว่ารุ่นไฟฟ้า 100% กลายเป็น “ประตูทางเข้า” สู่โลกเลกซัสไฟฟ้า ส่วนไฮบริดถูกวางเป็นรุ่นหรูสุด เน้นลูกค้าที่ต้องการความยืดหยุ่นในการเดินทางไกลมากกว่าค่าใช้จ่ายในการเติมพลังงานต่ำสุดเพียงอย่างเดียว.

เลกซัส อีเอส ใหม่ สองขุมพลังไฮบริด–ไฟฟ้า ชนตรงซีดานหรู

ตัวถังใหญ่ขึ้น ห้องโดยสารกว้างขึ้น แต่ยังนั่งนุ่มแบบ ES

เลกซัส อีเอส ใหม่ไม่ได้เปลี่ยนแค่ขุมพลัง แต่ยกระดับมิติตัวถังและงานออกแบบทั้งคันให้ตอบโจทย์ผู้ใช้ที่ต้องการความโอ่อ่าและสปอร์ตในคันเดียวกัน.

โครงสร้างใหม่บนแพลตฟอร์ม GA-K ทำให้ตัวรถยาว 5,140 มม. กว้าง 1,920 มม. และสูง 1,555–1,560 มม. ระยะฐานล้อ 2,950 มม. ซึ่งยาวและกว้างกว่ารุ่นก่อนทุกมิติ โดยยาวขึ้น 165 มม. กว้างขึ้น 55–56 มม. สูงขึ้น 110–115 มม. และฐานล้อยาวขึ้น 80 มม. การขยายตัวถังเช่นนี้ทำให้ห้องโดยสารโดยเฉพาะบริเวณเบาะหลังยังเป็นจุดขายหลักของ ES แต่ให้พื้นที่ขากับศีรษะมากขึ้น เหมาะทั้งผู้บริหารที่นั่งหลัง และคนขับที่ต้องการรถนั่งสบายในทุกที่นั่ง.

ภายนอกเลกซัสเปลี่ยนบุคลิกเป็นซีดานสไตล์คูเป้ เส้นหลังคาลาดลงคล้ายฟาสต์แบ็ก ไฟหน้า LED รูปตัว L กระจังหน้าคมชัด และไฟท้ายแนว Horizon Bar พร้อมคำว่า LEXUS เรืองแสงช่วยขยายภาพให้ตัวรถดูเตี้ยและกว้างในสายตา ภายในห้องโดยสารใช้แนวคิด Revolution Tatsuna Cockpit เน้นโอบล้อมผู้ขับ ให้ความรู้สึกสปอร์ตแต่ยังนั่งสบาย เบาะหนัง Semi-Aniline บางลงแต่รองรับดีขึ้น ระบบช่วงล่างหน้า MacPherson Strut หลัง Multi-link ปรับจูนใหม่ เน้นความนิ่งเงียบและนุ่มแบบ ES เดิม แต่เพิ่มความกระชับให้ขับสนุกขึ้นโดยไม่เสียบุคลิกเดิมของแบรนด์.

เลกซัส อีเอส ใหม่ สองขุมพลังไฮบริด–ไฟฟ้า ชนตรงซีดานหรู

ราคา การรับประกัน และผลต่อผู้ใช้จริง

เมื่อพูดถึงซีดานไฮบริด ไฟฟ้า ระดับหรู ราคา 3.29 ล้านบาท สำหรับ ES 350e Premium และ 3,890,000 บาท สำหรับ ES 350h Grand Luxury ถือว่าเล็งไปที่ลูกค้าที่มองหา “ความหรูพร้อมเทคโนโลยีไฟฟ้า” มากกว่าคนที่มองหาความคุ้มค่าสายประหยัดแบบตลาดมวลชน.

ทั้งสองรุ่นนำเข้าทั้งคันแบบ CBU จากญี่ปุ่น ให้ภาพลักษณ์คุณภาพระดับเดียวกับที่ขายในตลาดหลักของเลกซัส ซึ่งสะท้อนผ่านแพ็กเกจรับประกันที่ใจกว้าง ทั้งการรับประกันรถ 4–5 ปีไม่จำกัดระยะทาง ฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปีหรือ 100,000 กม. และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง 5 ปีเต็ม แบตเตอรี่ไฮบริดของ ES 350h ได้การรับประกัน 10 ปีไม่จำกัดระยะทาง ส่วนแบตเตอรี่แรงดันสูงของ ES 350e รับประกัน 8 ปี หรือ 160,000 กม. พร้อมการรับประกันกรณีความจุแบตเตอรี่ลดต่ำกว่า 70%.

ในทางปฏิบัติ ผู้ใช้จะได้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 22.7 กม./ลิตรจาก ES 350h ซึ่งเหมาะกับคนเดินทางไกล และโครงสร้างไฟฟ้าเต็มที่วิ่งได้ 620 กม. ต่อการชาร์จจาก ES 350e ที่ตอบโจทย์คนเมืองและคนที่มีจุดชาร์จเป็นประจำ โปรแกรมโรดโชว์และทดลองขับที่เลกซัสจัดตามศูนย์การค้าและโชว์รูมจะกลายเป็นบทพิสูจน์ความแตกต่างของสองบุคลิกนี้ในโลกจริง และน่าจะเป็นจุดตัดสินใจสำคัญของลูกค้าที่ลังเลระหว่างไฮบริดกับไฟฟ้าเต็มรูปแบบ.

เลกซัส อีเอส ใหม่ สองขุมพลังไฮบริด–ไฟฟ้า ชนตรงซีดานหรู

บทสรุป: ซีดานหรูที่ไม่เลือกข้าง ระหว่างไฮบริดกับไฟฟ้า

เลกซัส อีเอส ใหม่ คือการประกาศชัดว่าซีดานหรูไม่จำเป็นต้องเลือกข้างระหว่างน้ำมันกับไฟฟ้าอีกต่อไป แทนที่จะบังคับให้ลูกค้าก้าวกระโดดไป BEV ทันที เลกซัสเลือกเสนอทางเลือกคู่ขนานด้วย ES 350h และ ES 350e บนตัวถังเดียวกัน มิติเหมือนกัน และความหรูในระดับเดียวกัน.

สำหรับคนที่ยังไม่พร้อมฝากชีวิตไว้กับสถานีชาร์จ ไฮบริด 247 PS ที่ประหยัด 22.7 กม./ลิตร คือคำตอบที่สมเหตุสมผล ขณะที่คนเมืองที่มีจุดชาร์จและต้องการความเงียบ–แรงบิดต่อเนื่องของไฟฟ้าเต็ม ES 350e กับระยะทาง 620 กม. จะให้ประสบการณ์ที่ใกล้เคียงรถยุโรปไฟฟ้าแต่มีบุคลิกความนุ่มของเลกซัสชัดเจน.

เมื่อประกอบกับราคา 3.29–3.89 ล้านบาท การนำเข้าทั้งคัน และการรับประกันที่ยาวกว่าหลายค่าย เลกซัส อีเอส ใหม่จึงไม่ใช่แค่การเปลี่ยนโฉม แต่คือหมากยุทธศาสตร์เพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิมและดึงคนที่อยากย้ายจากซีดานยุโรปมาลองแนวทางซีดานไฮบริด ไฟฟ้า ในแบบญี่ปุ่นที่เน้นความนุ่ม เงียบ และเชื่อถือได้มากกว่าเน้นแรงสุดโต่ง.

เลกซัส อีเอส ใหม่ สองขุมพลังไฮบริด–ไฟฟ้า ชนตรงซีดานหรู

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!