Apple Fitness+ เตรียมพลิกเกมด้วยคลาสออกกำลังกายสด

Apple Fitness+ เตรียมพลิกเกมด้วยคลาสออกกำลังกายสด
ความสนใจ|ฟิตเนส

สัญญาณชัดเจน: Apple Fitness+ กำลังมุ่งหน้าไปสู่คลาสสด

Apple Fitness+ live workouts คือแนวคิดการเปลี่ยนบริการออกกำลังกายของ Apple จากวิดีโอบนความต้องการ มาเป็นคลาสออกกำลังกายสดแบบเรียลไทม์ ที่ผู้ใช้สามารถออกกำลังกายไปพร้อมกับเทรนเนอร์และชุมชนออนไลน์ รับข้อมูลสุขภาพจาก Apple Watch โดยตรง พร้อมประสบการณ์โต้ตอบและแรงกระตุ้นร่วมกันในรูปแบบ live fitness classes online ที่เชื่อมต่อผ่านอุปกรณ์ของ Apple ทั้งระบบ เพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับ subscription fitness services อย่างเป็นรูปธรรม. ล่าสุด Apple ประกาศรับตำแหน่ง Studio Producer สำหรับ Fitness+ โดยระบุชัดว่าต้องการคนที่มีพื้นฐานด้าน live หรือ live-to-tape multi-camera production และสนใจอนาคตของ live content นี่ไม่ใช่ถ้อยคำลอยๆ แต่เป็นสัญญาณว่าบริษัทกำลังทดลองรูปแบบคอนเทนต์ใหม่ที่ต่างจากวิดีโอบันทึกล่วงหน้าที่มีอยู่ในปัจจุบัน.

Apple Fitness+ เตรียมพลิกเกมด้วยคลาสออกกำลังกายสด

จากวิดีโอบันทึกล่วงหน้า สู่ชุมชนฟิตเนสแบบเรียลไทม์

ตั้งแต่เปิดตัวในปี 2020 Apple Fitness+ ถูกออกแบบให้เป็นคลังวิดีโอออกกำลังกายและสมาธิที่เทรนเนอร์นำเล่น พร้อมเชื่อมต่อข้อมูลจาก Apple Watch และให้บริการผ่าน iPhone, iPad และ Apple TV ในรูปแบบสตรีมมิงตามเวลาที่ผู้ใช้เลือกเอง จุดอ่อนคือมันขาดความรู้สึก “อยู่ในคลาสจริง” ที่หลายคนหาเจอได้ใน Peloton competitor apps ซึ่งมีคลาสสด ตารางเรียน และลีดเดอร์บอร์ดแบบเรียลไทม์. หาก Apple เพิ่มคลาสสดเข้าไปจริง Apple Fitness+ จะเปลี่ยนจากแพลตฟอร์มวิดีโอเดี่ยวๆ เป็นชุมชนออนไลน์ที่คุณเข้าร่วมคลาสออกกำลังกายสดกับคนอื่นในเวลาเดียวกัน เห็นผลลัพธ์จากนาฬิกาบนหน้าจอ และอาจตามมาด้วยฟีเจอร์แนวชุมชนเหมือนแพลตฟอร์มที่เน้น live fitness classes online อยู่แล้ว ความเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่แค่เพิ่มคอนเทนต์ แต่คือการปรับตัวสู่ประสบการณ์แบบโต้ตอบเต็มรูปแบบ.

แรงกดดันจากตลาด: ทำไม Apple ต้องขยับตอนนี้

จังหวะที่ Apple เริ่มพูดถึง live fitness content ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ บริการ Apple Fitness+ อยู่ในสถานะ “under review” มาตั้งแต่ปลายปีก่อน โดยถูกมองว่าเป็นหนึ่งในบริการดิจิทัลที่อ่อนแอที่สุดของบริษัท เพราะมีการยกเลิกสูงและรายได้ต่ำ ฝั่งผู้บริหารก็มีการปรับโครงสร้าง ให้ฝ่ายสุขภาพรับผิดชอบ Fitness+ โดยรายงานตรงต่อหัวหน้าฝ่ายบริการ สะท้อนว่าบริษัทกำลังมองหาทางออกใหม่. ในเวลาใกล้เคียงกัน คู่แข่งด้าน subscription fitness services รวมถึงบริการเพลงยอดนิยมต่างเพิ่มเนื้อหาฟิตเนสของตัวเอง ทั้งเพลย์ลิสต์วิ่งและวิดีโอออกกำลังกายแบบออนดีมานด์จากเทรนเนอร์ชื่อดังที่รวมอยู่ในแพ็กสมัครรายเดือนเดียว ช่องว่างเดียวที่ยังเปิดอยู่คือคลาสสด ถ้า Apple ขยับไปสู่ Apple Fitness+ live workouts ก่อน รายอื่น โอกาสพลิกภาพลักษณ์และดึงผู้ใช้กลับเข้าระบบก็มีมากขึ้น.

ผลกระทบต่อผู้ใช้: ประสบการณ์ใหม่และการแข่งขันที่ร้อนแรงขึ้น

สำหรับผู้ใช้ทั่วไป การมาของคลาสออกกำลังกายสดจะเปลี่ยนวิธีใช้งาน Apple Fitness+ จากการเปิดวิดีโอออกกำลังกายคนเดียว เป็นการจองเวลาเข้าเรียน เห็นคนอื่นออกกำลังกายพร้อมกัน และอาจตามมาด้วยฟีเจอร์แบบ Peloton เช่นลีดเดอร์บอร์ดหรือการจัดอันดับแบบเรียลไทม์ ซึ่งปัจจุบัน Apple ยังไม่มี ความได้เปรียบคือทุกอย่างจะถูกผูกเข้ากับ Apple Watch และอุปกรณ์ iOS ที่หลายคนใช้เป็นประจำ ทำให้ live fitness classes online กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตดิจิทัลมากขึ้น. ในอีกด้าน คู่แข่งอย่าง Peloton competitor apps และบริการที่เพิ่ม Fitness hub ลงในแพ็กสมัครเดียวกับเพลงและพอดแคสต์ จะเผชิญแรงกดดันใหม่ ถ้า Apple ทำคลาสสดออกมาได้ดีและผูกกับระบบนิเวศของตัวเองอย่างแนบเนียน ผู้ใช้ iOS มีเหตุผลเพิ่มขึ้นในการอยู่ในแพลตฟอร์มเดิมแทนการสลับไปใช้แอปอื่น.

บทสรุป: ถ้า Apple จะเอาจริงกับฟิตเนส ต้องเริ่มที่ “live”

การประกาศรับ Studio Producer ที่เน้นประสบการณ์ live production พร้อมภาษาที่พูดถึง “การผลักขอบเขตของ live fitness content” บอกเราอย่างหนึ่งว่า Apple ไม่พอใจกับสถานะปัจจุบันของ Fitness+ ในตลาดที่ subscription fitness services แข่งกันที่ประสบการณ์ มากกว่าจำนวนวิดีโอ การเพิ่ม Apple Fitness+ live workouts จึงเป็นก้าวที่สมเหตุสมผลที่สุด. หากบริษัทออกแบบคลาสสดให้เชื่อมต่อกับ Apple Watch อย่างลื่นไหล มีความรู้สึกของชุมชนเหมือน Peloton และผูกแพ็กกับบริการอื่นในระบบนิเวศของตัวเอง ความเสี่ยงที่ Fitness+ จะถูกมองว่าเป็นบริการอ่อนแออาจลดลงอย่างมาก. ฝั่งผู้ใช้ก็จะได้ตัวเลือกใหม่สำหรับ live fitness classes online ที่ฝังอยู่ในอุปกรณ์ที่ถืออยู่ทุกวัน เมื่อสมาร์ตวัตช์และหน้าจอในบ้านกลายเป็นสตูดิโอฟิตเนสแบบเรียลไทม์ การแข่งขันรอบใหม่ของแพลตฟอร์มฟิตเนสดิจิทัลก็เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น.

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!