แนวคิดใหม่ของ classic series hi-fi ที่ไม่ทิ้งทั้งสตรีมและแผ่น
classic series hi-fi ในบริบทของ NAD คือชุดเครื่องเสียงแยกชิ้นที่ยึดปรัชญาออกแบบแบบดั้งเดิม เน้นคุณภาพเสียง การใช้งานตรงไปตรงมา และความคุ้มค่า แต่ผสมเทคโนโลยีดิจิทัลสมัยใหม่เข้าไปอย่างแนบเนียน เพื่อให้คนฟังเพลงที่จริงจังสามารถใช้ทั้งสตรีมมิงและสื่อแบบแผ่นในกองเครื่องเดียวโดยไม่ลดทอนมาตรฐานเสียงที่คาดหวังจากแบรนด์ไฮไฟระดับออดิโอไฟล์ ประเด็นสำคัญของการเปิดตัวเครื่องขยายเสียง NAD C 359S และเครื่องเล่น CD NAD C 569 คือการประกาศชัดว่า NAD เชื่อว่าคนรักเสียงเพลงยุคนี้ต้องการระบบที่ใช้งานง่ายแต่ไม่ยอมลดคุณภาพเสียงลงเลย ทั้งสองรุ่นถูกออกแบบให้เป็นกองซ้อนเดียวที่เชื่อมโลกสตรีมมิงไร้สายกับการเล่นแผ่น CD แบบจริงจัง เหมาะกับนักฟังที่ยังรักการหยิบแผ่นโปรดขึ้นมาฟัง แต่ก็อยากเปิดเพลงจากเครือข่ายบ้านและบริการสตรีมมิงในระบบเดียวกัน

เครื่องขยายเสียง NAD C 359S BluOS streaming amplifier สำหรับคนฟังยุคใหม่
เครื่องขยายเสียง NAD C 359S คือหัวใจของกองเครื่องชุดนี้ เพราะมันไม่ใช่แค่ integrated amplifier แบบคลาส AB แต่ยังเป็น BluOS streaming amplifier เต็มตัวในตัวเดียว เครื่องขยายเสียง NAD C 359S ใช้ภาคขยายคลาส AB ที่ออกแบบใหม่ จ่ายกำลังต่อเนื่อง 2 x 70 วัตต์ที่โหลด 8 โอห์ม พร้อมภาคจ่ายไฟสวิตช์โหมดกระแสสูงสัญญาณรบกวนต่ำที่พัฒนาต่อจากแพลตฟอร์มคลาส D ระดับเรือธงของแบรนด์ จุดที่น่าสนใจคือ NAD เลือกเก็บหน้าตาและการควบคุมแบบเครื่อง classic series hi-fi ดั้งเดิม ทั้งปุ่มกดและปุ่มหมุน พร้อมรีโมต IR แต่ซ่อน BluOS ไว้ข้างในเพื่อให้สตรีมเพลงความละเอียดสูง วิทยุอินเทอร์เน็ต ไลบรารีเพลงในเครือข่าย และระบบ multi-room ได้โดยไม่ต้องซื้อสตรีมเมอร์แยก HDMI eARC ทำให้ต่อเสียงทีวีเข้าระบบสองแชนเนลได้ง่าย aptX HD Bluetooth รองรับการฟังไร้สาย และยังมีอินพุต phono อนาล็อกและออปติคัลสำหรับแหล่งสัญญาณแบบดั้งเดิม รวมถึงเอาต์พุตซับวูฟเฟอร์พร้อมตัวกรอง high-pass ให้จัดระบบ 2.1 แชนเนลได้อย่างจริงจัง

เครื่องเล่น CD NAD C 569 ESS Sabre DAC ที่ยกระดับคอลเลกชันแผ่น
ฝั่งการเล่นแผ่น เครื่องเล่น CD NAD C 569 ถูกวางตำแหน่งอยู่กลางไลน์ ระหว่างรุ่นเริ่มต้น C 538 และรุ่นเรือธง C 589 เพื่อให้คนที่มีคอลเลกชันแผ่นใหญ่เข้าถึงคุณภาพการเล่นระดับจริงจังโดยไม่ต้องขยับไประดับไฮเอนด์สุด NAD ระบุชัดว่า C 569 ถูกสร้างขึ้นเพื่อคนรักเพลงที่ต้องการให้แผ่นของตัวเองถูกเล่นอย่างเหมาะสม ไม่เน้นตัวเลขสเปกเว่อร์ แต่เน้นความเป็นธรรมชาติ สมดุลโทนเสียง และความชัดที่ฟังได้นานโดยไม่ล้า หัวใจดิจิทัลของเครื่องเล่น CD NAD C 569 คือ ESS Sabre DAC ที่จับคู่กับออปแอมป์ที่ปรับปรุงใหม่และภาคจ่ายไฟที่กลั่นกรองให้มีสัญญาณรบกวนต่ำและรักษารายละเอียดระดับเบา NAD ใส่เทคโนโลยี Dynamic Digital Headroom เพื่อลดปัญหา inter-sample clipping ให้เสียงทรานเชียนต์และเครื่องเคาะกระชับแต่ไม่แข็ง และ QRONO d2a เพื่อปรับเวลาและความละเอียดของ PCM และ MQA ให้สมจริงยิ่งขึ้น กลไกขนส่งแผ่นถูกออกแบบเฉพาะสำหรับ CD พร้อมเอาต์พุตทั้งอนาล็อกและดิจิทัล ทำให้ใช้เป็นทั้งแหล่งสัญญาณครบชุดหรือเป็นทรานสปอร์ตไปยัง DAC ภายนอกได้อย่างยืดหยุ่น

กองซ้อนเดียวที่เชื่อมปรัชญาออดิโอไฟล์กับความสะดวกไร้สาย
สิ่งที่ทำให้คู่เครื่องขยายเสียง NAD C 359S และเครื่องเล่น CD NAD C 569 น่าสนใจสำหรับนักฟังที่จริงจังคือการออกแบบให้เป็นกองซ้อน classic series hi-fi ที่กลมกลืนทั้งหน้าตาและแนวเสียง แบรนด์ยืนยันว่าทั้งสองรุ่นยังยึดหลักการที่ใช้มาตั้งแต่ยุคแรก ได้แก่สมรรถนะทางดนตรีที่ดึงดูด กำลังขับที่ใช้ได้จริง การใช้งานไม่ซับซ้อน และความคุ้มค่า ในขณะเดียวกันก็ยอมรับว่าภายใต้หน้าตาแบบ NAD ดั้งเดิม ทั้งคู่เป็นเครื่องสมัยใหม่เต็มตัวที่ผสานภาคดิจิทัลและเครือข่ายเข้ากับสถาปัตยกรรมแยกชิ้นแบบออดิโอไฟล์ เมื่อจับคู่กัน เครื่องขยายเสียง NAD C 359S ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางสตรีมมิงและการขยายสัญญาณ ส่วนเครื่องเล่น CD NAD C 569 รับผิดชอบการอ่านแผ่นและแปลงดิจิทัลคุณภาพสูง ทำให้คนฟังที่ยังรักแผ่น CD แต่ก็ใช้สตรีมมิงทุกวันสามารถสร้างระบบกลางระดับกลางที่ให้ทั้งความสะดวกและเสียงอ้างอิงในกองเดียว โดยไม่ต้องหันไปหาชุดแยกชิ้นราคาไฮเอนด์

ข้อคิดสำหรับนักฟังที่กำลังมองหาระบบกลางระยะยาว
หากมองในภาพกว้าง คู่ของเครื่องขยายเสียง NAD C 359S และเครื่องเล่น CD NAD C 569 คือคำตอบของคำถามที่คนฟังยุคนี้มักมีอยู่ในใจ ว่าจะเลือกโลกสตรีมมิงหรือโลกแผ่นดี แบรนด์เลือกตอบด้วยการออกแบบกองเครื่อง classic series hi-fi ที่ไม่บังคับให้เลือกข้าง แต่ให้ทั้งสองอยู่ร่วมกันอย่างเป็นระบบเดียว นักฟังที่จริงจังได้คุณภาพเสียงระดับอ้างอิงจาก ESS Sabre DAC และภาคขยายคลาส AB ที่ตั้งใจออกแบบมาเพื่อการขับลำโพงในสถานการณ์จริง พร้อมความสะดวกจาก BluOS streaming amplifier ที่รองรับทั้งเครือข่ายบ้าน ทีวี และบลูทูธ สำหรับคนที่กำลังวางระบบระยะยาว แนวทางนี้มีเสน่ห์เพราะเปิดโอกาสให้ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนแหล่งสัญญาณและลำโพงในอนาคต โดยยังเก็บแกนกลางของระบบไว้ที่กองซ้อนเดียวนี้ ใครที่ยังมีชั้นวางแผ่น CD เต็มบ้านและเริ่มใช้สตรีมมิงมากขึ้น น่าจะมองคู่ C 359S และ C 569 เป็นจุดเริ่มต้นที่สมดุลระหว่างความรักในมรดกเสียงแบบดั้งเดิมและความสะดวกของยุคไร้สาย







