AI จากกระแสทดลองสู่เครื่องมือหลัก และจุดยืนของ ChatGPT
สถิติการใช้ AI คือข้อมูลเชิงปริมาณที่บันทึกจำนวนครั้งการเข้าใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ทุกประเภท ทั้งการสนทนาออนไลน์ การสร้างข้อความ ภาพ เสียง วิดีโอ รวมถึงการแปลภาษาและการช่วยงานด้านการศึกษาและการทำงาน ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนทั้งความถี่ พฤติกรรม วิธีเข้าถึง และแนวโน้มการยอมรับเทคโนโลยี AI ในระดับโลก ซึ่งช่วยให้เห็นภาพการแข่งขันของแพลตฟอร์มรายใหญ่และโอกาสการเติบโตในภูมิภาคต่างๆ หากมองตัวเลขล่าสุด ตลาด AI ไม่ใช่เรื่องทดลองเล่นอีกต่อไป แต่กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของการทำงาน ความรู้ และการสื่อสาร การที่เครื่องมือ AI ทั่วโลกถูกเข้าใช้รวมประมาณ 13,010 ล้านครั้งในเดือนมิถุนายน 2026 บอกเราว่า AI ไม่ได้เป็นเพียงเทรนด์ แต่เป็นพฤติกรรมประจำวัน จุดสำคัญคือในสนามแข่งขันนี้ ChatGPT กำลังครองตำแหน่งผู้นำแบบทิ้งห่าง และการอธิบายปรากฏการณ์นี้ต้องมองมากกว่าตัวเลขยอดวิว แต่ต้องมองเชิงยุทธศาสตร์แบรนด์และพฤติกรรมผู้ใช้ที่เปลี่ยนไป
ตัวเลขใช้งานพุ่งยาว แม้ชะลอระยะสั้น สะท้อน AI adoption trends
ตัวเลขรวม 13,010 ล้านครั้งในเดือนเดียวแม้จะลดลงจากเดือนก่อนหน้า 5.72% หรือราว 789.86 ล้านครั้ง แต่เมื่อเทียบช่วง 11 เดือนกับเดือนกรกฎาคม 2025 ที่มียอดเข้าใช้ 11,340 ล้านครั้ง พบว่าการใช้เครื่องมือ AI เพิ่มขึ้นถึงประมาณ 14.7% แสดงให้เห็น AI adoption trends ที่ยังขยายตัวต่อเนื่องในมิติระยะยาว มากกว่าจะเติบโตแบบเส้นตรงทุกเดือน โครงสร้างการใช้งานยืนยันว่า AI ถูกใช้เพื่อทำงานจริงมากกว่าความบันเทิง ผู้ใช้เข้าถึงผ่านคอมพิวเตอร์ถึง 74.44% หรือประมาณ 9,690 ล้านครั้ง ขณะที่มือถือมีสัดส่วน 25.56% หรือ 3,380 ล้านครั้ง นั่นหมายความว่า AI กำลังถูกฝังในเวิร์กโฟลว์ขององค์กร การศึกษา และการผลิตเนื้อหา การที่ระยะเวลาการใช้งานเฉลี่ยอยู่ที่ 4 นาที 17 วินาทีต่อครั้ง และ Bounce Rate 44.59% บอกเราว่าผู้ใช้จำนวนมากเข้าไปทำงานเฉพาะกิจ ใช้แล้วออก ไม่ได้อยู่เพื่อท่องเล่นไร้เป้าหมาย เมื่อมองตามเพศ ผู้ใช้ชายคิดเป็น 61.07% หรือราว 7,950 ล้านครั้ง ขณะที่ผู้ใช้หญิง 38.93% หรือ 5,070 ล้านครั้ง ช่องว่างนี้สะท้อนทั้งเรื่องโอกาสและความท้าทาย นักพัฒนาที่อ่านสถิติเช่นนี้ควรคิดทันทีว่า การออกแบบประสบการณ์ที่เข้าถึงกลุ่มผู้ใช้หลากหลายกว่านี้ ยังเป็นโจทย์เปิดที่ตลาด AI ยังตอบไม่ครบ
ChatGPT ตลาดโลก ครองส่วนแบ่งเกือบครึ่ง และความหมายต่อคู่แข่ง
ในบรรดาเครื่องมือ AI ยอดนิยม ChatGPT ตลาดโลกกำลังอยู่ในสถานะที่ใกล้เคียงคำว่า ผูกขาดเชิงความคิด แม้ยังไม่ใช่เชิงกฎหมาย เพราะเดือนมิถุนายน 2026 มียอดเข้าชมประมาณ 5,320 ล้านครั้ง คิดเป็นราว 40.9% ของยอดเข้าชมเครื่องมือ AI ทั้งหมด และลดลงจากเดือนก่อนหน้าเพียง 5.53% เท่านั้นเมื่อเทียบกับภาพรวม ประโยคที่ควรถูกหยิบมาอ้างบ่อยคือ “ChatGPT ครองสัดส่วนราวสองในห้าของการเข้าชมเครื่องมือ AI ทั่วโลกในเดือนเดียว” เพราะมันชี้ว่าการรับรู้แบรนด์และการใช้งานจริงกำลังทับซ้อนอย่างรุนแรง เมื่อพิจารณา 3 อันดับแรก ช่องว่างยิ่งชัด ChatGPT มีจำนวนเข้าชมมากกว่า Gemini ประมาณ 4.7 เท่า และมากกว่า Claude ประมาณ 5.5 เท่า คู่แข่งอันดับ 2 อย่าง Gemini มียอด 1,140 ล้านครั้ง ส่วน Claude 967.91 ล้านครั้ง ตามมาด้วย Canva 759.76 ล้านครั้ง และ Google Translate 343.02 ล้านครั้ง ซึ่งต่างก็ปรับตัวลดลงในเดือนเดียวกัน เครื่องมืออื่นอย่าง DeepSeek, Grok, JanitorAI, Character AI และ Perplexity แม้ติดอันดับ แต่ยังอยู่ในกลุ่มผู้ท้าชิงที่ต้องดิ้นรนสร้างเอกลักษณ์เฉพาะของตน ความจริงที่ว่า JanitorAI เป็นรายเดียวใน Top 10 ที่เติบโตสวนทางตลาด 5.31% สะท้อนว่า ยังมีช่องให้ผู้เล่นเฉพาะทางเติบโต หากกล้าแตกต่างจากแพลตฟอร์มสนทนาทั่วไป สิ่งที่สถิติเหล่านี้บอกเราไม่ใช่แค่ใครนำหน้า แต่คือโครงสร้างการแข่งขันกำลังโน้มไปสู่ตลาดที่เน้นความสะดวกและประสบการณ์แบบสนทนาเป็นศูนย์กลาง ใครไม่เข้าใจจุดแข็งเชิงแบรนด์และพฤติกรรมผู้ใช้แบบที่ ChatGPT ใช้ได้ผล ก็ยากจะไล่ทันในสนาม Generative AI
เครื่องมือ AI ยอดนิยม: ข้อความครองเวที และผลต่อรูปแบบนวัตกรรม
เมื่อแบ่งตามประเภท เครื่องมือสร้างข้อความกินส่วนแบ่งสูงสุดอย่างชัดเจน มียอดเข้าชมประมาณ 8,740 ล้านครั้ง หรือราว 67.19% ของตลาด นี่ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่คือสัญญาณว่าโลกกำลังให้ความสำคัญกับการสนทนา การเขียน การสรุป และการประมวลข้อมูลเชิงข้อความอย่างเข้มข้นมากกว่างานสร้างสรรค์รูปแบบอื่น เครื่องมือด้านงานสร้างสรรค์มีสัดส่วนเพียง 13.25% เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน 4.96% การศึกษา 3.32% และการขายการตลาด 2.73% ส่วนเครื่องมือพัฒนาเว็บไซต์ 2.17% เสียง 2.16% และวิดีโอ 1.71% ยิ่งตอกย้ำว่าตลาดตอนนี้ยังกระจุกตัวอยู่กับการแปลงข้อความเป็นความรู้และการตัดสินใจ ข้อเท็จจริงที่ผู้ประกอบการควรตีความคือ หากต้องการสร้างเครื่องมือ AI ยอดนิยม การเริ่มจากข้อความยังเป็นเส้นทางที่มีโอกาสมากที่สุด แต่ก็เสี่ยงที่สุดเพราะคู่แข่งหนาแน่น การมองหาช่องว่างในหมวดเสียง วิดีโอ หรือเครื่องมือเฉพาะทางที่ช่วยงานการตลาด การศึกษา หรือการเขียนโค้ด อาจเป็นทางเลือกที่ฉลาดกว่า แทนที่จะไปชนตรงกับ ChatGPT และกลุ่มเครื่องมือสนทนาโดยตรง โครงสร้างตลาดแบบนี้ยังบอกด้วยว่าโซลูชันที่ผสานหลายหมวด เช่น ข้อความบวกวิดีโอ หรือข้อความบวกเสียง อาจเป็นระลอกนวัตกรรมถัดไป หากผู้พัฒนากล้าออกจากกรอบเดิมของแค่แชตบ็อต
ภูมิภาคกับโอกาสตลาดใหม่: การกระจายการใช้และข้อสรุปเชิงยุทธศาสตร์
แม้ตัวเลขการใช้ AI จะรวมเป็นหนึ่งก้อนระดับโลก แต่พอแยกตามภูมิภาค ภาพที่ได้คือโอกาสตลาดใหม่ที่ต่างกันชัดเจน ประเทศที่มีการใช้งานสูงที่สุดคือสหรัฐอเมริกาด้วยจำนวนราว 2,560 ล้านครั้ง หรือ 21.40% ตามด้วยอินเดีย 1,030 ล้านครั้ง หรือ 8.63% และบราซิล 720.26 ล้านครั้ง หรือ 6.01% ซึ่งสะท้อนทั้งขนาดประชากร การเข้าถึงอินเทอร์เน็ต และระดับการนำ AI เข้าไปฝังในงานประจำ ในมุมภูมิภาคที่กำลังโต การจัดอันดับภายในกลุ่มอาเซียนชี้ว่า อินโดนีเซียมียอดเข้าชมประมาณ 314.34 ล้านครั้ง ฟิลิปปินส์ 243.82 ล้านครั้ง เวียดนาม 154.68 ล้านครั้ง ตามด้วยอีกหลายประเทศที่มียอดตั้งแต่หลักร้อยล้านลงมา ภาพนี้ไม่ได้แปลว่าตลาดอิ่มตัวแล้ว แต่ตรงกันข้าม มันชี้ว่าการให้ความสำคัญกับภาษา ท้องถิ่น และกรณีใช้งานเฉพาะพื้นที่ ยังเป็นช่องว่างให้ผู้เล่นใหม่เข้าไปตอบโจทย์ที่แพลตฟอร์มระดับโลกยังเข้าไม่ถึงเต็มที่ บทสรุปคือ สถิติการใช้ AI ในวันนี้บอกเราสามเรื่องสำคัญ หนึ่ง ChatGPT ยึดแน่นตำแหน่งศูนย์กลางตลาด และการแซงหน้าต้องใช้ยุทธศาสตร์ที่มากกว่าฟีเจอร์ สอง พฤติกรรมผู้ใช้ยังเทน้ำหนักไปที่เครื่องมือ AI ยอดนิยมด้านข้อความ ทำให้การแข่งขันในหมวดนี้เข้มข้นเป็นพิเศษ และสาม ภูมิภาคต่างๆ ยังเปิดช่องให้โซลูชันที่ปรับตามภาษา วัฒนธรรม และความต้องการเฉพาะเติบโตได้อีกมาก ใครอ่านตัวเลขเหล่านี้เป็น ไม่ได้แค่เห็นว่า AI เติบโต แต่จะเห็นว่าโอกาสใหม่กำลังรออยู่ตรงไหนในตลาดโลก






