ทำไมการเปิดตัว Navera และ Voyage จึงสำคัญต่อภูเก็ต–พัทยา
บทความนี้วิเคราะห์การเปิดตัวของโรงแรมหรูภูเก็ตและรีสอร์ตใหม่พัทยาที่มีบทบาทในการยกระดับที่พักบีชรีสอร์ตให้พ้นจากรูปแบบรีสอร์ตทั่วไป โดยเน้นดีไซน์เฉพาะตัว สิ่งอำนวยความสะดวกเชิงประสบการณ์ และแนวคิดการบริการที่ผสานพื้นที่พักผ่อนเข้ากับความบันเทิงและเรื่องเล่าของท้องถิ่น เพื่อสร้างจุดหมายปลายทางที่นักเดินทางกลุ่มลักชัวรีสามารถใช้เวลาทั้งทริปได้ภายในโรงแรมเดียว และยังสะท้อนภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวชายทะเลในยุคที่ผู้เข้าพักมองหาความแตกต่างมากกว่าห้องสวยกับสระว่ายน้ำมาตรฐาน แก่นสำคัญของไตรมาสนี้คือ การเปิด Navera Phuket - MGallery Collection บริเวณหาดสุรินทร์ และ Grande Centre Point Voyage Pattaya ใจกลางพัทยา ทั้งสองแห่งไม่ได้แค่เพิ่มจำนวนห้องพัก แต่กำลังเปลี่ยนวิธีคิดเกี่ยวกับที่พักบีชรีสอร์ต ให้กลายเป็นประสบการณ์จุดหมายในตัวเอง นักเดินทางที่เคยแบ่งวันระหว่างโรงแรมกับแหล่งท่องเที่ยวภายนอก อาจพบว่าทั้งภูเก็ตและพัทยาเริ่มมีโรงแรมที่เพียงเข้าไปเช็คอินก็มีโลกของตัวเองรออยู่แล้ว
Navera Phuket MGallery Collection บูทีครีสอร์ตบนเนินเขาเหนือหาดสุรินทร์
Navera Phuket - MGallery Collection เตรียมเปิดให้บริการในไตรมาส 4 ปี 2569 พร้อมนำเสนอประสบการณ์การพักผ่อนระดับลักชัวรีที่สะท้อนเสน่ห์และเรื่องราวของท้องถิ่น ณ ภูเก็ต หนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมระดับโลก รีสอร์ตตั้งอยู่บนเนินเขาฝั่งตะวันตกของเกาะ มองลงไปเห็นหาดสุรินทร์และทะเลอันดามัน เหมาะกับนักเดินทางที่ต้องการโรงแรมหรูภูเก็ตในบรรยากาศสงบแต่ยังใกล้ชายหาด จุดยืนของ Navera คือการเป็นบูทีครีสอร์ตที่เน้นจำนวนห้องไม่มากแต่เน้นรายละเอียด ห้องสวีทและวิลล่ามีเพียง 48 ห้องบนพื้นที่ที่ออกแบบให้กลมกลืนกับสวน บึงบัว และน้ำตกโดยรอบ ผ่านรูปทรงโค้งมน ดีไซน์เรียบง่าย และการใช้วัสดุธรรมชาติ ใครมองหาที่พักบีชรีสอร์ตที่ให้ความรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติแต่ยังคงความพรีเมียมของบริการแบบลักชัวรีและความเป็นส่วนตัวสูง รีสอร์ตนี้ตอบโจทย์มากกว่าโรงแรมใหญ่ริมถนนที่เน้นสเกลกับความคึกคัก
ดีไซน์และบริการ Navera ภูเก็ต: จากมรดกทะเลถึงบัตเลอร์ส่วนตัว
เสน่ห์ของ Navera ไม่ได้หยุดที่วิวทะเลจากเนินเขา แต่ต่อยอดด้วยคอนเซปต์การออกแบบที่เชื่อมโยงกับมรดกการเดินเรือของภูเก็ต ทั้งยุคนักเดินเรือชิโนโปรตุกีสไปจนถึงความหรูหราของเรือซูเปอร์ยอชต์ในยุคปัจจุบัน รายละเอียดในห้องสวีทและวิลล่าใช้ผนังที่มีพื้นผิวและงานปักบาบ๋าย่าหยาซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น ทำให้โรงแรมหรูภูเก็ตแห่งนี้ไม่ใช่แค่สวย แต่มีเรื่องเล่าอยู่ในทุกมุม ด้านบริการ รีสอร์ตให้ความสำคัญกับการดูแลผู้เข้าพักแบบเฉพาะบุคคลตั้งแต่ก่อนเดินทางมาถึงจนวันเช็คเอาต์ พร้อมทีมบัตเลอร์คอยดูแลตลอดการเข้าพัก พื้นที่ส่วนกลาง The Riviera House ถูกออกแบบให้ให้บรรยากาศเหมือนยอชต์คลับ ในเวลากลางวันเป็นมุมสบายริมสระ เปลี่ยนเป็นพื้นที่ค็อกเทลชมพระอาทิตย์ตกยามเย็น นักเดินทางกลุ่มลักชัวรีที่เบื่อรีสอร์ตทั่วไปจะรู้สึกว่าที่นี่ให้มิติการพักผ่อนที่ครบทั้งการดีไซน์ การบริการ และการเชื่อมโยงกับเรื่องราวทะเลภูเก็ตอย่างตั้งใจ
Grande Centre Point Voyage Pattaya: โรงแรมสวนน้ำใจกลางเมืองที่กลายเป็นจุดหมายในตัวเอง
ฝั่งพัทยา Grande Centre Point Voyage Pattaya เป็นรีสอร์ตใหม่พัทยาที่เลือกเดินคนละทางกับโรงแรมชายหาดแบบเดิม ด้วยการประกาศตัวเป็น Integrated Destination Hotel แห่งใหม่ใจกลางพัทยาที่เปิดประสบการณ์วันพักผ่อนดีๆ ที่ไม่เหมือนที่ไหนเลย พื้นที่กว่า 111,100 ตารางเมตรถูกเนรมิตให้รวมสถาปัตยกรรม เทคโนโลยี ความบันเทิง และการบริการไว้ในจุดหมายเดียวตามแนวคิด “The Borderless Journey” ที่เชื่อมโยงทุกประสบการณ์ของที่นี่ให้เป็นหนึ่งเดียว ห้องพักและห้องสวีททั้ง 494 ห้องมองเห็นวิวทะเล 100% ทำให้คำว่าโรงแรมสวนน้ำไม่ใช่ข้ออ้างที่ต้องแลกกับโลเคชันหรือวิวห้องพักอีกต่อไป จากล็อบบี้ที่มี 12 Guardians ผู้พิทักษ์จักรวาล Xentier ยืนต้อนรับ ไปจนถึงการออกแบบอินเทอร์แอคทีฟและโฮโลแกรมในห้องพัก โรงแรมนี้ชัดเจนว่าอยากเป็นมากกว่าที่พัก แต่เป็นโลกแฟนตาซีสำหรับทุกเจเนอเรชัน ทั้งครอบครัว สายเกม สายแอดเวนเจอร์ ไปจนถึงคนที่อยากเปลี่ยนพัทยาจากที่เที่ยวกลางคืนเป็นจุดหมายเล่นสนุกทั้งวันในโรงแรมเดียว

Time Traveller Water Park และโลกความบันเทิงใหม่ของครอบครัว
หัวใจของ Grande Centre Point Voyage Pattaya คือ Time Traveller Water Park สวนน้ำขนาดใหญ่กว่า 20,000 ตารางเมตรที่ถูกออกแบบเป็นสองโลก ได้แก่ ฝั่ง Lost World ที่ให้ฟีลการผจญภัยยุคดึกดำบรรพ์พร้อมเลซี่ริเวอร์ สระคลื่น Wave Pool และจากุชชีในถ้ำ Lava Cave และฝั่ง Tomorrowland ที่เน้นอนาคตสุดล้ำกับสไลเดอร์ยักษ์ Speed Tunnel Slide มีลิฟต์ขนห่วงยางให้เล่นได้หลายรอบแบบไม่เหนื่อย จุดนี้ทำให้คำว่าโรงแรมสวนน้ำไม่ใช่แค่สระเด็กเล็ก แต่เป็นอาณาจักรความสนุกเต็มรูปแบบ นอกจากสวนน้ำ ยังมีโซนวารีบำบัดในร่ม Junior Splash สำหรับเด็ก รวมถึง 7-Eleven ที่เชื่อมตรงจากสวนน้ำให้ผู้เข้าพักใช้บริการได้ทันที ที่สำคัญคือโซนเทคโนโลยีอย่าง Voyage Circuit สนามโกคาร์ทไฟฟ้า Midnight Nebula เกมรูมธีมอวกาศ และ Rainbow Ville Kids Club กับ THE SAND THEATRE โรงภาพยนตร์เล่าเรื่อง 12 Guardians ทั้งหมดนี้สะท้อนว่าที่นี่ออกแบบมาสำหรับครอบครัวและกลุ่มเพื่อนที่อยากได้ประสบการณ์เกินมาตรฐานรีสอร์ตทั่วไปที่มีแค่สระว่ายน้ำและฟิตเนส







