ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

รถไฟฟ้าทนแค่ไหน เมื่อการทดสอบโหดกว่าที่เราคิด

รถไฟฟ้าทนแค่ไหน เมื่อการทดสอบโหดกว่าที่เราคิด
ความสนใจ|เทคนิครถพลังงานใหม่ (การดูแล)

ความทนทาน EV วันนี้ ไม่ได้มีดีแค่แบตเตอรี่

ความทนทาน EV คือระดับการต้านทานต่อแรงกระแทก การบดอัด และการเสียรูปของโครงสร้างรถไฟฟ้าและส่วนประกอบหลัก เช่น แชสซีส์ ชุดแบตเตอรี่ และชิ้นส่วนดูดซับแรง โดยยังคงความปลอดภัยและการใช้งานได้ตามปกติหลังเหตุการณ์รุนแรง ทั้งจากการทดสอบในห้องปฏิบัติการและสถานการณ์จำลองภาคสนามที่หนักกว่าการใช้งานทั่วไปหลายเท่า ข้อถกเถียงใหญ่ในวงการรถไฟฟ้าคือ รถแบบนี้จะทนสู้รถเครื่องยนต์สันดาปได้หรือไม่ คำตอบเริ่มชัดขึ้นจากชุดการทดสอบการทดสอบการกระแทกที่โหดเกินชีวิตประจำวันเสียอีก ทั้งเบาะโฟมที่ถูกเหยียบทับด้วยน้ำหนักรวมกว่า 20 ตัน กันชนที่บุบแล้วคืนรูปเอง ไปจนถึงรถกระบะไฟฟ้าที่ถูกคาราวานหนักราวครึ่งรถเก๋งตกใส่แต่ยังขับออกจากจุดทดสอบได้ ทั้งหมดนี้ส่งสารเดียวกันคือ โครงสร้างรถไฟฟ้าได้รับการออกแบบเชิงวิศวกรรมเพื่อรับมือเหตุการณ์เกินคาดคิด ไม่ใช่แค่เพื่อผ่านมาตรฐานขั้นต่ำ

จากเบาะ Zeekr 009 ถึงกันชนเด้งคืนรูป วิศวกรรมที่ซ่อนอยู่ใต้ตัวถัง

จุดที่น่าสนใจของความทนทาน EV คือมันเริ่มตั้งแต่สิ่งที่ดูเล็กน้อยอย่างเบาะและกันชน ไม่ใช่แค่โครงสร้างหลัก เมื่อวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา Zeekr เผยวิดีโอทดสอบโครงสร้างโฟมเบาะนั่งของ MPV รุ่น Zeekr 009 ซึ่งใช้โครงสร้างแบบ Sandwich Structure ที่ผู้ผลิตอ้างว่าเป็นครั้งแรกในรุ่นนี้ โฟมชิ้นเดียวถูกเหยียบด้วยรถในเครือรวม 9 คันจาก 1.9 ถึง 2.9 ตัน รวมกันราว 20 ตัน ก่อนตามด้วยรถบรรทุก Farizon น้ำหนัก 20 ตันวิ่งทับซ้ำ แต่โฟมยังคืนรูปและยังซับแรงสั่นสะเทือนได้โดยไม่เสื่อมประสิทธิภาพ ในชีวิตจริง ผู้ใช้รถไฟฟ้ารายหนึ่งเล่าว่ากันชนหน้าถูกถอยชนจนบุบเป็นแอ่งใหญ่ แต่หลังจอดตากแดดราว 3 ชั่วโมง รอยบุบกลับเด้งเรียบเกือบเหมือนเดิม นี่คือคุณสมบัติของพลาสติก PP และ TPO เทอร์โมพลาสติกที่มี shape memory เมื่อได้รับความร้อนก็คืนรูปได้ เหตุการณ์แบบนี้ทำให้เห็นว่า แม้การซ่อมต้องทำตามขั้นตอน แต่ตัววัสดุเองถูกออกแบบมาให้รับแรงและคืนสภาพได้ระดับหนึ่ง

รถไฟฟ้าทนแค่ไหน เมื่อการทดสอบโหดกว่าที่เราคิด

Hilux BEV กับบททดสอบคาราวานตกใส่ และบทเรียนด้านโครงสร้างรถไฟฟ้า

ด้านความทนทานโครงสร้างหลักและแบตเตอรี่ Toyota เลือกพิสูจน์ด้วยการทดสอบสุดโหดกับ Hilux BEV รถกระบะไฟฟ้าขนาดกลาง พวกเขาใช้เครนยกคาราวานน้ำหนัก 760 กิโลกรัมขึ้นสูงราว 9.1 เมตร จากนั้นนำ Hilux BEV ใหม่ไปจอดใต้ก่อนปล่อยให้คาราวานตกลงทับโดยตรง แรงกระแทกทำให้ตัวถังคาราวานแตกหัก ส่วน Hilux เสียหายทั้งหลังคา กระจกหน้า และกระบะท้าย แต่ที่น่าจับตาคือ รถยังสตาร์ทและขับออกจากจุดทดสอบได้ทันที สิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพดราม่าคือวิธีจัดวางโครงสร้างรถไฟฟ้า ชุดแบตเตอรี่ถูกติดตั้งกับโครงตัวถังแบบบันได ทำให้ชุดแบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้าไม่ถูกกระแทกโดยตรงในการทดสอบครั้งนี้ นี่สะท้อนแนวคิดแบตเตอรี่ป้องกันที่ใช้โครงสร้างตัวถังช่วยรับแรงแทนเซลล์แบตเตอรี่ ถือเป็นการออกแบบเฉพาะของโครงสร้างรถไฟฟ้าที่ต่างจากการยัดถังน้ำมันและเครื่องยนต์ในรถแบบดั้งเดิม

รถไฟฟ้าทนแค่ไหน เมื่อการทดสอบโหดกว่าที่เราคิด

เมื่อการทดสอบการกระแทกทำหน้าที่แทนความเชื่อเดิมของผู้ใช้

ภาพจำว่า EV บอบบาง แบตเตอรี่เสี่ยงไฟไหม้ง่าย กำลังถูกท้าทายด้วยการทดสอบการกระแทกที่หนักหน่วงกว่าในโลกจริง ทั้งการเหยียบน้ำหนักรวมกว่า 40 ตันลงบนโฟมเบาะแล้วยังไม่เสื่อมประสิทธิภาพ การปล่อยคาราวาน 760 กิโลกรัมจากความสูงกว่า 9 เมตรใส่กระบะไฟฟ้าแล้วรถยังขยับตัวเองออกจากสนามทดสอบได้ หรือกันชน EV ที่บุบแล้วคืนรูปได้ด้วยคุณสมบัติของวัสดุเทอร์โมพลาสติก ข้อความที่ชัดเจนคือ ผู้ผลิตไม่ได้หยุดอยู่ที่มาตรฐานความปลอดภัยแบบเดิม แต่ใช้โอกาสของแพลตฟอร์มไฟฟ้าออกแบบโครงสร้างรับแรงรอบชุดแบตเตอรี่ ปรับวัสดุดูดซับแรง และทดลองในสถานการณ์สุดโต่งเพื่อยืนยันว่าโครงสร้างรถไฟฟ้าและระบบแบตเตอรี่ป้องกันสามารถรักษาการทำงานได้ภายใต้สภาพที่เกินการใช้งานทั่วไป ดังนั้นคำถามที่ควรถามวันนี้อาจไม่ใช่ว่า EV ทนหรือไม่ แต่คือรุ่นไหนที่ผ่านการพิสูจน์ด้วยสนามทดสอบโหดพอที่เราจะยอมฝากชีวิตไว้กับมัน

รถไฟฟ้าทนแค่ไหน เมื่อการทดสอบโหดกว่าที่เราคิด

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!