ยุคใหม่ของ แบรนด์แอมบาสเดอร์ LOEWE คือความสัมพันธ์ ไม่ใช่แค่ตำแหน่ง
ความสัมพันธ์แบรนด์ซेเลบริตี้ คือกระบวนการที่แบรนด์และคนดังค่อยๆ สร้างบทบาทร่วมกันผ่านงาน แคมเปญ และการปรากฏตัวต่อเนื่องหลายปี เพื่อให้ภาพลักษณ์ บุคลิก และคุณค่าของทั้งคู่ค่อยๆ สอดรับกัน จนกลายเป็นความเชื่อมโยงที่คนดูรู้สึกได้ว่า “เข้ากัน” ไม่ใช่เพียงดีลโฆษณาระยะสั้น ผลลัพธ์จึงไม่ใช่แค่รูปสวยบนโซเชียล แต่คือความไว้วางใจสองทางและทุนทางแบรนด์ระยะยาว
การแต่งตั้งภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืนให้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ LOEWE คนล่าสุด จึงสำคัญกว่าข่าวดีของแฟนคลับ เพราะนี่คือบทเรียนเชิงกลยุทธ์ว่าทำไมแลกซูรี่แบรนด์พาร์ทเนอร์ชิปสมัยนี้ต้องคิดแบบมาราธอน ไม่ใช่วิ่งระยะสั้น LOEWE ไม่ได้เริ่มจากตำแหน่งแอมบาสเดอร์เลย แต่ให้ภูวินทร์เดินทางยาวตั้งแต่ร่วมแคมเปญแรกในปี 2023 เดินแฟชั่นโชว์ปารีส และขึ้นเป็น Friend of the House ก่อนจะประกาศเป็น Brand Ambassador อย่างเป็นทางการในเดือนกันยายน 2026 การค่อยๆ ขยับสถานะคือสัญญาณชัดว่าแบรนด์มั่นใจในอิทธิพลและความสอดคล้องด้านตัวตนของเขาจริง ไม่ใช่กระแสชั่วคราว

จากงานเปิดตัวถึงแฟชั่นโชว์ปารีส เส้นทางที่วัดได้ด้วยอิมแพ็กต์ ไม่ใช่ยอดไลก์
หากมองย้อนกลับไป เส้นทางของภูวินทร์กับ LOEWE เริ่มจากหมุดหมายเล็กๆ แต่ต่อเนื่อง ไม่ใช่การถูกดันแบบข้ามขั้น เขาเริ่มเข้ามาอยู่ในสปอตไลต์ของเมซงผ่านงานเปิดตัวคอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ร่วงฤดูหนาว 2023 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่จัดในกรุงเทพฯ พร้อมลุคโดดเด่นและกระเป๋า Puzzle Fold Tote ที่กลายเป็นจุดตั้งต้นของความสัมพันธ์นี้ จากนั้นจึงถูกชวนเข้าสู่แคมเปญฟิล์ม How to pronounce LOEWE ในปี 2023 ที่ให้ศิลปินช่วยเล่าเสน่ห์ชื่อแบรนด์ผ่านการออกเสียง
จุดพลิกเกมคือการปรากฏตัวบนฟรอนต์โรว์ แฟชั่นโชว์ปารีส ในโชว์เสื้อผ้าบุรุษฤดูใบไม้ร่วงฤดูหนาว 2024 และต่อด้วยคอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ผลิฤดูร้อน 2025 ของ LOEWE ช่วงนี้เองที่แบรนด์เริ่มเห็นว่าอิทธิพลของภูวินทร์ไม่ได้อยู่แค่ในห้องเสื้อ แต่สะเทือนถึงตัวเลข Media Impact Value โดยการปรากฏตัวของเขาในโชว์ Spring/Summer 2025 สามารถสร้างมูลค่าทางสื่อให้ LOEWE สูงจนติดอันดับ 5 ของบุคคลที่สร้างมูลค่าสูงสุดในโชว์นั้น ตามข้อมูลจาก Launchmetrics ที่ชี้ว่านี่คืออิมแพ็กต์ระดับโกลบอลไม่ใช่แค่กระแสเฉพาะกลุ่ม

Friend of the House: ขั้นกลางที่แบรนด์ใช้ทดสอบความยั่งยืน
จุดที่น่าสนใจที่สุดในกลยุทธ์ความสัมพันธ์แบรนด์เซเลบริตี้ของ LOEWE ไม่ใช่ตอนประกาศแอมบาสเดอร์ แต่คือตอนแต่งตั้งภูวินทร์เป็น Friend of the House ในเดือนกรกฎาคม 2024 ตำแหน่งนี้เปรียบเหมือนสะพานเชื่อมจากคำว่า “แขกรับเชิญ” สู่คำว่า “ครอบครัวเมซง” แบรนด์ได้เห็นแล้วว่าเขามีอิมแพ็กต์จริง จึงขยับเขาให้เข้าไปอยู่ในโครงสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นขึ้น ทั้งในมิติแฟชั่น งานคราฟต์ และกิจกรรมเชิงวัฒนธรรม
หลังได้สถานะ Friend of LOEWE ความร่วมมือก็ขยับลึกขึ้น ภูวินทร์ร่วมงานเปิดบูติก รีโอเพนนิ่ง และกิจกรรมในภูมิภาค รวมถึงเดินทางไปร่วมงานนิทรรศการ Crafted World ในโตเกียว และเข้าร่วมงาน LOEWE FOUNDATION Craft Prize 2026 ที่เน้นสนับสนุนงานคราฟต์ร่วมสมัยจากทั่วโลก เส้นทางนี้สะท้อนว่า LOEWE ไม่ได้ใช้เซเลบริตี้แค่เป็นหุ่นโชว์คอลเล็กชั่น แต่พาเข้าไปอยู่ในหัวใจของแบรนด์อย่างงานฝีมือและศิลปะ การทดลองผ่านบทบาท Friend of the House จึงทำให้ทั้งสองฝ่ายมั่นใจว่าความสัมพันธ์นี้ไปได้ไกลกว่าหน้าแฟชั่น

แคมเปญ สงกรานต์ และบทใหม่ภายใต้ทีมครีเอทีฟใหม่ สัญญาณความไว้ใจระยะยาว
อีกจุดที่บอกว่า LOEWE มองภูวินทร์ในมุมระยะยาว คือการให้เขาเป็นหนึ่งในสามทาเลนต์หลักในแคมเปญ Songkran 2025 และ Songkran 2026 ต่อเนื่อง ร่วมกับใบเฟิร์น พิมพ์ชนก และเต ตะวัน แคมเปญเหล่านี้ไม่ได้มีแค่ภาพลุคแฟชั่น แต่เล่าเรื่องวัฒนธรรม ความทรงจำ และความหมายของการกลับบ้านผ่านสื่อภาพยนตร์สั้นและดีเทลที่เชื่อมโยงกับบริบทในประเทศอย่างชัดเจน การที่แบรนด์เลือกใช้เซเลบริตี้กลุ่มเดิมซ้ำสองปี แปลว่าพวกเขาเห็นภูวินทร์เป็นตัวแทนสำคัญในการเชื่อมโลกของเมซงกับผู้ชมกลุ่มนี้อย่างแท้จริง
เมื่อเมซงก้าวสู่ยุคของ Jack McCollough และ Lazaro Hernandez ในฐานะครีเอทีฟไดเรกเตอร์คู่ใหม่ ภูวินทร์ยังถูกเลือกให้ร่วมเดินทางกับบทใหม่ของภาษาแฟชั่นนี้ในงาน Spring/Summer 2026 Press Day ที่สิงคโปร์ และ Fall/Winter 2026 Press Day พร้อมลุคสีสันสดใสและกระเป๋ารุ่น Amazona 180 ที่กลายเป็นกระแสไวรัล การให้เขาอยู่ในภาพการเปลี่ยนผ่านของทีมครีเอทีฟคือสัญญาณชัดว่า LOEWE ไม่ได้เห็นเขาเป็นแค่หน้าแบรนด์ยุคเดิม แต่เป็นทุนทางภาพลักษณ์ที่แบรนด์ต้องการพาต่อไปในอนาคตด้วย
บทสรุป: แลกซูรี่แบรนด์พาร์ทเนอร์ชิปที่ดีต้องเติบโตไปด้วยกันทั้งสองฝ่าย
เมื่อมองภาพรวมกว่า 4 ปี ความสัมพันธ์ระหว่างภูวินทร์และ LOEWE แสดงให้เห็นชัดว่าการแต่งตั้งเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ไม่ได้เกิดจากดีลใหญ่ครั้งเดียว แต่เกิดจากการร่วมงานอย่างต่อเนื่องตั้งแต่คอลเล็กชั่นในกรุงเทพฯ แฟชั่นโชว์ปารีส งานคราฟต์ แคมเปญสงกรานต์ จนถึงการเป็น Friend of the House และสุดท้ายคือ Brand Ambassador ในเดือนกันยายน 2026 เส้นทางนี้พิสูจน์ว่าโมเดล “ค่อยๆ ขยับบทบาท” สร้างความน่าเชื่อถือและความผูกพันได้มากกว่าการเปิดตัวฉูดฉาดระยะสั้น
ในเชิงกลยุทธ์ เรื่องนี้สะท้อนสองประเด็นสำคัญ หนึ่ง แบรนด์หรูยุคใหม่ต้องการเซเลบริตี้ที่สร้างอิมแพ็กต์ได้จริง วัดได้จากข้อมูล ไม่ใช่แค่ภาพสวย สอง แบรนด์ต้องมั่นใจว่าคนที่เลือกสอดคล้องกับคุณค่าหลักของเมซง ทั้งด้านแฟชั่น งานฝีมือ และการเล่าเรื่องวัฒนธรรม ภูวินทร์ที่ค่อยๆ เติบโตในโลกแฟชั่นควบคู่กับเมซงจึงกลายเป็นกรณีศึกษาว่าความสัมพันธ์แบรนด์เซเลบริตี้ที่ดี ไม่ได้มีแค่คนดังที่ดังขึ้น แต่แบรนด์เองก็ได้ตัวตนที่ชัดขึ้นในสายตาผู้ชมด้วยเช่นกัน







