ยุคแอปกระเป๋าดิจิทัล แคมเปญแรงเพื่อแย่งที่ในชีวิตประจำวัน
แอปกระเป๋าดิจิทัล คือแอปพลิเคชันที่ใช้เก็บเงินอย่างปลอดภัยและใช้ชำระค่าสินค้าบริการผ่านมือถือได้ ทั้งการชำระเงิน QR การแตะจ่าย การโอนเงิน ผูกบัตรเครดิตเดบิต ไปจนถึงการชำระบิลและออมเงิน แอปเหล่านี้มักเชื่อมต่อกับธนาคาร ร้านค้า และผู้ให้บริการการเงิน เพื่อให้ผู้ใช้จ่ายเงินและบริหารเงินได้ในที่เดียว
ทิศทางใหญ่ที่เห็นตอนนี้คือ แอปกระเป๋าดิจิทัลเน้นผนึกพันธมิตรกับธนาคารและเครือร้านอาหาร เพื่อขยายการชำระเงิน QR ให้ครอบคลุมทุกกิจกรรมในแต่ละวัน ขณะเดียวกันก็เร่งออกแคมเปญ cashback ส่วนลด และลุ้นรางวัล เพื่อแข่งขันกันแย่งความถี่การใช้งานในชีวิตจริง การเคลื่อนไหวของ TrueMoney ที่จับมือกับ Visa เปิดให้สแกนจ่าย QR PromptPay ด้วยบัตรเครดิตเดบิต และการที่ ShopeePay ร่วมมือกับทั้งกองทุนการออมแห่งชาติและร้านสุกี้ตี๋น้อย จึงไม่ใช่ข่าวโปรโมชันทั่วไป แต่สะท้อนยุทธศาสตร์ใหม่ของสนามจ่ายเงินดิจิทัลที่กำลังร้อนแรง
TrueMoney จับมือ Visa ดันสแกนจ่าย QR PromptPay ด้วยบัตร พร้อมเงินคืนและลุ้นทอง
ดีลระหว่าง TrueMoney กับ Visa คือคำตอบว่าแพลตฟอร์มการชำระเงินจะเดินต่อจาก PromptPay อย่างไร TrueMoney เปิดบริการใหม่ให้ผู้ใช้ผูกบัตรเครดิตหรือเดบิต Visa กับแอป แล้วใช้บัตรนั้นสแกนจ่าย QR PromptPay ที่ร้านค้ารองรับได้โดยตรง ทำให้การชำระเงิน QR ไม่ได้จำกัดอยู่ที่เงินสดในบัญชีธนาคารอีกต่อไป แต่ขยายไปถึงวงเงินบัตรเครดิตและเดบิตในกระเป๋าดิจิทัล
การเคลื่อนไหวนี้เกิดบนพื้นฐานพฤติกรรมที่ผู้คนคุ้นกับการสแกนอยู่แล้ว ข้อมูลหนึ่งระบุว่า ร้อยละ 61.5 ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตอายุ 16 ปีขึ้นไปใช้โทรศัพท์มือถือสแกน QR Code เป็นประจำทุกเดือน และมีการลงทะเบียน PromptPay กว่า 83 ล้านเลขหมาย รองรับธุรกรรมกว่า 2.39 พันล้านรายการ คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 4.38 ล้านล้านบาทภายในเดือนเดียว เมื่อรวมกับแคมเปญเงินคืนและกิจกรรมลุ้นรางวัลใหญ่ ทั้งสร้อยคอทองคำ เงินคืน และ TrueMoney Coin รวมมูลค่ากว่า 6 ล้านบาท การจูงใจให้ลองฟีเจอร์ใหม่จึงตรงไปตรงมา ผู้ใช้ได้ทั้งความยืดหยุ่นในการเลือกแหล่งเงินและโอกาสรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม
ShopeePay รุกหน้าร้าน ผนึกสุกี้ตี๋น้อยและร้านค้าพันธมิตรกว่าแสนจุด
ฝั่ง ShopeePay เลือกเดินเกมผ่านเครือร้านอาหารและค้าปลีก โดยร่วมมือกับสุกี้ตี๋น้อย เปิดให้ลูกค้าชำระค่าอาหารผ่านแอป ShopeePay ได้ทุกสาขาทั่วประเทศ พร้อมฉลองด้วยโปรโมชันบุฟเฟต์รวมเครื่องดื่มราคา 99 บาท จำนวน 25,000 สิทธิ์ ช่วงวันที่ 27 ถึง 31 สิงหาคม นี่ไม่ใช่แค่โปรถูกใจสายกิน แต่เป็นการพาผู้ใช้จากโลกออนไลน์เข้าไปใช้แอปเดียวกันหน้าร้านอย่างเป็นระบบ
ShopeePay ระบุว่าปัจจุบันให้บริการชำระเงินผ่านร้านค้าพันธมิตรกว่า 100,000 จุดทั่วประเทศ ผู้ใช้สุกี้ตี๋น้อยสามารถชำระด้วยการสแกน QR หรือแตะจ่าย และเลือกตัดเงินจากวอลเล็ต ShopeePay บัตรเครดิตและเดบิต บัญชีธนาคารที่ผูกไว้ รวมถึง SPayLater พร้อมใช้ Shopee Coins เป็นส่วนลดเพิ่มเติมในบิลเดียวกัน แนวทางนี้คือการทำให้แอปเดียวกลายเป็นศูนย์กลางการจ่ายทุกแบบในสถานที่ที่คนไปเป็นประจำ เมื่อรวมกับโปรบุฟเฟต์ราคา 99 บาทจากราคาปกติ 276 บาท ก็เป็นแรงกระตุ้นให้ทดลองจ่ายผ่านแอปอย่างชัดเจน
จากการออมถึงการจ่ายบิล ShopeePay ดึง กอช. เข้าสู่โลกชำระเงิน QR
อีกหมากที่น่าสนใจคือการที่กองทุนการออมแห่งชาติเลือกผนึกกำลังกับ ShopeePay เพื่อดึงกลุ่มแรงงานนอกระบบ เช่น พ่อค้าแม่ค้า ฟรีแลนซ์ และเกษตรกร เข้าสู่ระบบการออมผ่านช่องทางดิจิทัลเต็มรูปแบบ แคมเปญ ออมง่าย ได้คืน เปิดให้สมาชิกเดิมและผู้สมัครใหม่ส่งเงินออมสะสมผ่านแอป Shopee หรือ ShopeePay แล้วรับคูปองส่วนลด 50 บาท เมื่อออมขั้นต่ำ 100 บาทขึ้นไป ระหว่างวันที่ 1 กันยายน ถึง 30 พฤศจิกายน
การออกโปรแบบนี้คือการใช้ตรรกะเดียวกับการชำระเงิน QR แต่ย้ายบริบทจากการจับจ่ายมาเป็นการออม ผู้ใช้เข้าผ่านเมนูชำระบิลบนแอปที่คุ้นเคย เก็บโค้ดส่วนลดและทำรายการเหมือนจ่ายค่าสาธารณูปโภค เพียงแต่ครั้งนี้คือการเติมเงินเข้าบัญชีออมของตัวเอง แคมเปญยังตั้งเงื่อนไขจำกัดสิทธิ์ต่อบัญชีผู้ใช้และระบุว่าจำนวนสิทธิ์มีจำกัดแบบมาก่อนได้ก่อน เพื่อรักษาความคุ้มค่าและควบคุมต้นทุน นี่สะท้อนมุมมองใหม่ของทั้งกองทุนและแพลตฟอร์มที่มองว่าการออมควรถูกฝังอยู่ในพฤติกรรมดิจิทัลแบบเดียวกับการจ่ายบิล
ทิศทางต่อไปของแคมเปญ cashback และการชำระเงิน QR
เมื่อดูภาพรวม ทั้ง TrueMoney และ ShopeePay ต่างใช้ยุทธศาสตร์คล้ายกันคือ ขยายการชำระเงิน QR ไปยังจุดใช้จ่ายที่คนไปอยู่แล้ว แล้วเสริมด้วยโปรโมชันเงินคืน ส่วนลด และกิจกรรมลุ้นรางวัลเพื่อสร้างนิสัยใหม่บนพฤติกรรมเดิม การที่ผู้ใช้จำนวนมากเคยชินกับการสแกน QR และมีบัญชี PromptPay อยู่แล้ว ทำให้การเปลี่ยนจากโอนจากบัญชีธนาคาร มาเป็นการผูกบัตร Visa หรือใช้วอลเล็ตแอปกระเป๋าดิจิทัลเป็นเรื่องที่ใช้เวลาไม่นานหากสิ่งตอบแทนคุ้มค่า
อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคควรมองแคมเปญ cashback และส่วนลดเป็นเครื่องมือเสริม ไม่ใช่เหตุผลเดียวในการเลือกแพลตฟอร์ม สิ่งสำคัญคือความปลอดภัย ความสะดวก และความสามารถในการควบคุมการใช้จ่ายของตนเอง ในขณะที่ฝั่งผู้ให้บริการแอปกระเป๋าดิจิทัลจะเดินหน้าผนึกพันธมิตรเพิ่มขึ้น ทั้งเครือร้านอาหาร หน่วยงานการเงิน และบริการในชีวิตประจำวันมากมาย ช่วงเวลานี้จึงเป็นจังหวะที่ผู้ใช้มีอำนาจเลือกสูงสุด เลือกแอป เลือกวิธีจ่าย และเลือกโปรที่เหมาะกับสไตล์การใช้เงินของตัวเอง

