กิมบอลไม่ใช่แค่ขาตั้งอีกต่อไป การหลอมรวมฮาร์ดแวร์ที่เปลี่ยนเกมสร้างวิดีโอ
กระแสใหม่ของตลาดวิดีโอมือถือคือการที่ผู้ผลิตกิมบอลเริ่มพัฒนากล้องเดี่ยวของตัวเอง กล้องเหล่านี้ผสานข้อดีของกล้อง gimbal แบบพกพากับกล้อง action cam เข้าด้วยกัน ทำให้ครีเอเตอร์ไม่ต้องพึ่งสมาร์ทโฟนตลอดเวลาและลดจำนวนอุปกรณ์ที่ต้องพกพา การเกิดขึ้นของอุปกรณ์ประเภทนี้สะท้อนว่าตลาดคอนเทนต์สั้นและวล็อกกำลังมองหากล้องที่ทั้งนิ่ง ทน และพร้อมยิงแนวตั้งได้ทันที ไม่ใช่แค่ปรับฟอร์แมตทีหลังเหมือนเดิม หมุดหมายสำคัญคือการเปิดตัว Hohem Eyepic ที่งาน IFA ซึ่งถูกเรียกว่าเป็นกล้อง gimbal แบบพกพา 2-in-1 เครื่องแรกของแบรนด์ ขณะเดียวกัน Dreame ผู้เชี่ยวชาญหุ่นยนต์ดูดฝุ่นกลับเลือกกระโดดเข้าสู่ตลาดกล้อง action cam ด้วยรุ่น Leaptic Cube ที่รองรับวิดีโอความละเอียดสูงและโครงสร้างแบบโมดูลาร์ สัญญาณทั้งหมดบอกชัดว่าฮาร์ดแวร์กล้องกำลังเคลื่อนจาก “อุปกรณ์เสริมสมาร์ทโฟน” ไปสู่ “ศูนย์กลางการสร้างคอนเทนต์” แบบใหม่

Hohem Eyepic การผสมข้ามสายระหว่าง pocket gimbal กับกล้อง action cam
จุดแข็งของ Hohem คือความเชี่ยวชาญด้านกิมบอลสำหรับสมาร์ทโฟนมานาน ดังนั้นการที่กล้องตัวแรกของแบรนด์ออกมาในรูปแบบกล้อง gimbal แบบพกพาที่ผสานกล้องเดี่ยวจึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ Eyepic ใช้หัวกล้องแบบถอดได้เชื่อมกับกิมบอลสามแกน ให้ฟีลคล้าย vlogging camera ตัวใหม่สไตล์ DJI Pocket แต่เพิ่มความสามารถแบบกล้อง action cam เข้าไปด้วย หัวกล้องสามารถยิงวิดีโอ 4K 60fps และหมุนเปลี่ยนแนวนอน–แนวตั้งได้โดยใช้กลไกหมุนหน้าจอ 2.51 นิ้ว ทำให้ได้ไฟล์วิดีโอแนวตั้งความละเอียด 2160 × 3840 60 เฟรมต่อวินาทีโดยไม่ต้องครอป เมื่อถอดออกจากกิมบอล กล้องเล็กจะกลายเป็น stabilized camera device แบบสวมใส่ได้ที่กันน้ำลึกประมาณ 10 เมตร ติดแม่เหล็กกับสายคล้องคอหรือคลิปหมวกเพื่อถ่ายมือเปล่าได้ ส่วนด้ามกิมบอลยังทำหน้าที่เป็นหน้าจอพรีวิว 1080p และรีโมตควบคุมจากระยะราว 10 เมตร นี่คือการออกแบบที่ชี้ชัดว่าผู้ผลิตกิมบอลกำลังตั้งใจท้าชนทั้ง DJI Pocket และกล้อง action cam สายโหดในเครื่องเดียว

Dreame Leaptic Cube เมื่อแบรนด์หุ่นยนต์ดูดฝุ่นหันมาทำกล้อง action cam 8K
การที่ Dreame ผู้เชื่อมโยงกับหุ่นยนต์ดูดฝุ่นและเครื่องตัดหญ้าขยับเข้าสู่ตลาดกล้อง action cam ผ่านรุ่น Leaptic Cube เป็นสัญญาณชัดเจนว่าฮาร์ดแวร์สมาร์ทโฮมกำลังแตกแขนงสู่การถ่ายวิดีโอแบบจริงจัง Leaptic Cube เปิดตัวครั้งแรกที่ CES และเตรียมวางจำหน่ายในเดือนตุลาคมหลังการออกงาน IFA แบบเต็มรูปแบบ รูปร่างกล้องเน้นโมดูลาร์ ใช้ตัวกล้องขนาดเล็กน้ำหนักราว 56 กรัมต่อเข้ากับฐานที่มีหน้าจอ 2.27 นิ้วและแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ผ่านแม่เหล็ก ทำให้ผู้ใช้สามารถประกอบเฉพาะชิ้นส่วนที่ต้องการในแต่ละวัน ตัวกล้องหลักมีแบตในตัว ใช้เดี่ยวได้ในมุมมอง POV ทั้งบนหมวก แฮนด์จักรยาน หรือสายรัดกระเป๋า และเสริมด้วยแบตเตอรี่โมดูลที่สามเพื่อยืดเวลาถ่ายถึงประมาณ 210 นาที กันน้ำ 10 เมตรในตัวและเพิ่มเป็น 60 เมตรเมื่อใส่เคสดำน้ำ พร้อมเคลือบเลนส์ CrystalShield กันรอยและคราบน้ำ ที่สำคัญคือมีการสั่งงานด้วยเสียง “Hi Moko” เพื่อเริ่มบันทึกหรือเปลี่ยนโหมดโดยไม่ต้องเอื้อมแตะตัวกล้อง ทำให้การใช้งานในสถานการณ์ที่กล้องอยู่ไกลหรืออยู่บนอุปกรณ์เคลื่อนไหวสะดวกขึ้น Leaptic Cube แสดงให้เห็นว่าความคิดเรื่องกล้อง action cam กำลังเปลี่ยนจากกล่องแข็งชิ้นเดียว ไปเป็นระบบชิ้นส่วนที่ยืดหยุ่นตามงานถ่าย

เมื่อความนิ่งคือหัวใจ ผู้ผลิตกิมบอลรุกสู่ตลาด vlogging camera และ action cam
การบุกตลาดกล้องเดี่ยวของผู้เล่นสายกิมบอลอย่าง Hohem บอกอะไรเราอย่างหนึ่ง คือใครคุม “ความนิ่งของภาพ” ได้ดี ย่อมมีโอกาสคุมประสบการณ์วิดีโอมือถือทั้งระบบ ก่อนหน้านี้กิมบอลสมาร์ทโฟนของแบรนด์ เช่นรุ่นที่มี AI tracking และโหมดสร้างสรรค์สำหรับคอนเทนต์คริเอเตอร์ ทำให้ผู้ใช้ติดภาพแบรนด์ว่าเก่งด้าน stabilized camera device เมื่อรวมความรู้ตรงนี้เข้ากับกล้องเดี่ยว Eyepic ซึ่งนั่งอยู่กลางระหว่างกล้อง action cam และกล้อง gimbal แบบพกพา แบรนด์จึงพร้อมชนผู้เล่นเดิมอย่าง DJI Pocket และกล้องแอคชันต่างค่ายได้มากขึ้น สิ่งน่าสนใจคือ Eyepicไม่ขอให้ผู้ใช้เลือกระหว่างการเป็นกล้อง action cam หรือกิมบอลกล้อง แต่เสนอให้เป็นทั้งสองบทบาทในเครื่องเดียว ตามคำอธิบายจากแหล่งข่าว “แทนที่จะบังคับให้ครีเอเตอร์ต้องเลือกระหว่างกล้องแอคชันและกล้องกิมบอล Hohem พยายามทำกล้องหนึ่งตัวให้เติมเต็มทั้งสองบทบาท” ถ้าทีมพัฒนาคุมคุณภาพเซนเซอร์ เลนส์ และสีภาพได้ดี กล้อง 2-in-1 แบบนี้มีโอกาสดิสรับต์ตลาด เพราะทำให้ผู้ใช้ซื้ออุปกรณ์น้อยลง แต่อิสระภาพในการถ่ายมากขึ้น

ผลกระทบต่อครีเอเตอร์มือถือไทย การไหลรวมของฮาร์ดแวร์ที่จะเปลี่ยนเวิร์กโฟลว์วิดีโอ
สิ่งที่ครีเอเตอร์สายมือถือควรโฟกัสไม่ใช่แค่สเปก แต่คือแนวโน้มที่กล้อง gimbal แบบพกพาและกล้อง action cam กำลังหลอมรวมเป็นอุปกรณ์เดียว การที่กล้องอย่าง Eyepic สามารถเป็นทั้ง handheld vlogging camera ตัวใหม่ที่มีจอในตัวและควบคุมได้บนด้าม พร้อมสลับเป็นกล้องสวมใส่กันน้ำเมื่อต้องถ่ายมือเปล่าหรือกิจกรรมกลางแจ้ง ทำให้การถ่ายวิดีโอทั้งวันไม่ต้องคอยเปลี่ยนกล้องไปมา จากมุมมองเวิร์กโฟลว์ ครีเอเตอร์สามารถเริ่มจากวล็อกเดินถนนด้วยกิมบอล ถือเข้าซีนแอคชันแล้วถอดหัวกล้องไปติดหมวก หรือแม่เหล็กกับพื้นโลหะ แล้วกลับเข้าด้ามกิมบอลต่อเพื่อถ่ายพูดหน้ากล้องในช็อตถัดไป โดยไม่ต้องนำไฟล์จากอุปกรณ์หลายตัวมารวมในภายหลัง ขณะเดียวกัน กล้อง action cam แบบโมดูลาร์อย่าง Leaptic Cube เปิดทางให้ผู้ใช้เลือกเฉพาะแบต หน้าจอ และที่เก็บข้อมูลตามงานถ่ายในวันนั้น ลดภาระพกอุปกรณ์เกินความจำเป็น แนวโน้มนี้ชัดเจนว่าอนาคตของการทำวิดีโอมือถือจะเน้น “ชุดเครื่องมือเดียวทำได้หลายโหมด” มากกว่าการแบกอุปกรณ์เฉพาะทางแยกเป็นชิ้นๆ มองไปข้างหน้า Eyepic มีกำหนดออกสู่ตลาดในไตรมาสแรกปีถัดไป ส่วน Leaptic Cube เตรียมวางขายเดือนตุลาคม สำหรับครีเอเตอร์ที่กำลังคิดอัปเกรดชุดถ่าย ควรเริ่มถามตัวเองแต่วันนี้ว่า ต้องการแยกกล้องตามงาน หรือพร้อมปรับเวิร์กโฟลว์ให้เข้ากับอุปกรณ์แบบ 2-in-1 และโมดูลาร์ที่จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของตลาดกล้องมือถือ







