แฟชั่นยั่งยืนบนรันเวย์ใหม่ของนักออกแบบรุ่นใหม่
แฟชั่นยั่งยืนในบริบทการศึกษาและการแข่งขัน คือการออกแบบเสื้อผ้าและผ้าไทยสมัยใหม่โดยคำนึงถึงการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดของเสียผ่านการนำเสื้อผ้าเก่าหรือวัสดุเหลือใช้กลับมาสร้างคุณค่าใหม่ พร้อมเชื่อมโยงภูมิปัญญาท้องถิ่นกับแนวคิดร่วมสมัย สร้างทั้งงานสร้างรายได้และจิตสำนึกต่อสิ่งแวดล้อมให้แก่นักออกแบบรุ่นใหม่และชุมชนที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุตสาหกรรมแฟชั่นยั่งยืน
สองเวทีใหญ่ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 สะท้อนชัดว่าแฟชั่นยั่งยืนไม่ใช่แค่คำเท่ แต่เป็นสนามจริงที่เยาวชนต้องคิด ทำ และแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ทั้งเวที TRASHION UNBOUND 2026 ในกรุงเทพฯ และเวที Young Designer 2026 ระดับภาคใต้ในสงขลา ต่างใช้รันเวย์แฟชั่นเป็นจุดเริ่มต้นให้คนรุ่นใหม่มองเสื้อผ้าเก่าและผ้าไทยด้วยสายตาใหม่ เห็นว่าการแข่งขันออกแบบสามารถเป็นสะพานเชื่อมจากห้องเรียนสู่โลกอาชีพ และจากไอเดียสู่โอกาสทางธุรกิจที่จับต้องได้
TRASHION UNBOUND เปลี่ยนเสื้อผ้าเก่าเป็นงานศิลป์บนรันเวย์แฟชั่น
เวที TRASHION UNBOUND 2026: The Second Chance Fashion Challenge คือภาพจำที่แรงของแฟชั่นยั่งยืนในสายตาเยาวชน เพราะโจทย์คือการเปลี่ยนเสื้อผ้าเก่าและวัสดุที่มีอยู่ให้กลายเป็นชุดขึ้นรันเวย์แฟชั่นได้จริง โดยเปิดให้ทีมเยาวชน 12 ทีมที่ผ่านการคัดเลือกกว่า 30 ทีมแสดงศักยภาพบนเวทีรอบชิงชนะเลิศเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 การแข่งขันถูกออกแบบเป็น Fashion Reality Competition ที่จำลองสถานการณ์ทำงานแฟชั่นจริง ตั้งแต่รับโจทย์ วิเคราะห์วัสดุ ออกแบบ ตัดเย็บ ไปจนถึงการเตรียมผลงานขึ้น The Grand Runway ภายในเวลาที่จำกัด
ผลลัพธ์ไม่ใช่แค่ชุดที่สวยบนรันเวย์ แต่คือการสร้างวิธีคิดใหม่ต่อของเหลือและการใช้ทรัพยากร ผู้ช่วยศาสตราจารย์ กมลศิริ วงศ์หมึก ระบุว่า แนวคิดนี้เชื่อมโยงกับ SDG 4 เรื่องการศึกษาที่มีคุณภาพ และ SDG 12 เรื่องการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน โดยใช้การลงมือทำและการออกแบบเป็นเครื่องมือสร้างคุณค่าให้เสื้อผ้าเก่า สิ่งที่น่าสนใจคือเวทีนี้ไม่ปิดกั้นเด็กที่ไม่มีพื้นฐานศิลปะ ทำให้การแข่งขันออกแบบกลายเป็นพื้นที่ทดลองตัวตนและอาชีพในอนาคต
สำหรับผลการแข่งขัน ทีม PE'FA จากวิทยาลัยอาชีวศึกษาชลบุรีคว้ารางวัลชนะเลิศ รับเงินรางวัลสนับสนุนมูลค่า 15,000 บาท พร้อมจักรเย็บผ้า Brother รุ่น GS2700 และทุนการศึกษาต่อคณะศิลปกรรมศาสตร์ DPU มูลค่า 25,000 บาท ขณะที่ทีม Twin Threads และทีม GED รับตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 1 และ 2 พร้อมเงินรางวัล 10,000 และ 5,000 บาท และทุนการศึกษาเท่ากันที่ 25,000 บาทต่อทีม รางวัลชมเชยอย่างทีม Alone Boy และ Martee + Scarlett ก็ได้รับทั้งเงินรางวัล 2,000 บาทและทุนการศึกษา ทำให้รันเวย์นี้ไม่เพียงมอบประสบการณ์แต่ยังเป็นทุนตั้งต้นสู่เส้นทางวิชาชีพ

หาดใหญ่สู่เวทีชาติ Young Designer ผ้าไทยใส่ให้สนุก
ขณะเดียวกันภาคใต้ก็มีรันเวย์อีกแบบที่เน้นผ้าไทยสมัยใหม่เป็นพระเอก เวทีประกวด “นักออกแบบผ้าไทยใส่ให้สนุกรุ่นใหม่ 2569 (Young Designer 2026)” จัดขึ้นที่ห้องรัศมีแกรนด์ โรงแรมต้นอ้อยแกรนด์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เวลา 09.00 น. วันที่ 8 กันยายน 2569 โดยมีนายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนเป็นประธาน และนายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาเข้าร่วม จุดยืนของเวทีนี้ชัดเจนคือสานต่อแนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ให้ผ้าไทยเข้าถึงคนรุ่นใหม่ กลายเป็นผ้าไทยสมัยใหม่ที่ใส่ได้จริงในชีวิตประจำวันและบนรันเวย์แฟชั่น
ตัวเลขผู้สมัครสะท้อนว่าภูมิปัญญาผ้าไทยยังมีเสน่ห์เข้ม ในปีงบประมาณนี้มีผู้สมัครที่มีคุณสมบัติครบถ้วน 652 ราย ผ่านรอบคัดเลือก 88 ราย เพื่อเข้าสู่การแข่งขันระดับภูมิภาค 4 ภูมิภาค ในส่วนของภาคใต้มีผู้สมัคร 85 ราย และผ่านเข้าสู่รอบระดับภาค 15 ราย เพื่อชิงสิทธิ์ไปสู่เวทีระดับประเทศ กรมการพัฒนาชุมชนตั้งใจใช้โครงการนี้พัฒนาผู้ผลิตและผู้ประกอบการ OTOP ประเภทผ้าและเครื่องแต่งกายให้ก้าวจากบทบาทช่างทอหรือผู้ผลิตไปเป็นนักออกแบบผ้าไทยเต็มตัว เพิ่มช่องทางการตลาดและรายได้ในชุมชน
มองให้ลึก เวที Young Designer 2026 ไม่ใช่แค่ประกวดเสื้อผ้า แต่คือการประกวดวิธีคิดต่อผ้าไทย นักออกแบบรุ่นใหม่ต้องตีความลายและเนื้อผ้าท้องถิ่นให้เข้ากับสไตล์ใหม่ สร้างชุดที่ตอบทั้งความงามและความใส่ได้จริง ถ้า TRASHION UNBOUND สอนให้เด็กเห็นคุณค่าเสื้อผ้าเก่า เวทีหาดใหญ่ก็สอนให้เห็นคุณค่าองค์ความรู้ผ้าไทยว่ามีศักยภาพจะขึ้นรันเวย์แฟชั่นระดับสากลเมื่อถูกออกแบบใหม่ โครงการนี้จึงเป็นอีกมิติของแฟชั่นยั่งยืน ที่ยั่งยืนทั้งทรัพยากรและวัฒนธรรม
เครือข่ายมหาวิทยาลัย–อาชีวะ ปั้น Mentor และโอกาสทางธุรกิจ
สิ่งที่ทำให้สองการแข่งขันออกแบบเหล่านี้ทรงพลังไม่ใช่เวทีประกวดอย่างเดียว แต่คือเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลัง เวที TRASHION UNBOUND เกิดจากความร่วมมือของคณะศิลปกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์กับศูนย์การค้าเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ บริษัท บราเธอร์ คอมเมอร์เชียล ประเทศไทย จำกัด โครงการ eisa และผู้สนับสนุนเอกชนรายอื่น ทำให้เวทีแฟชั่นยั่งยืนนี้เชื่อมโลกการศึกษาเข้ากับโลกธุรกิจแบบตรงจุด ไม่ใช่การสอนในห้องเรียนลอยๆ แต่เป็นการพาเด็กไปเจอโจทย์จริง ผู้ชมจริง และเครือข่ายมืออาชีพบนรันเวย์แฟชั่น
อีกภาพน่าสนใจคือบทบาท Mentor นักศึกษาคณะศิลปกรรมศาสตร์ DPU ชั้นปีที่ 2 และ 3 ในฐานะพี่เลี้ยงให้แต่ละทีมเยาวชน โดยนำความรู้ด้านการออกแบบและธุรกิจแฟชั่นมาช่วยวิเคราะห์และแก้ปัญหาภายใต้เวลาจำกัด นี่คือการฝึกทั้งทักษะการสื่อสาร การตัดสินใจ และการเชื่อมโยงองค์ความรู้เข้ากับสถานการณ์จริง ขณะเดียวกันบนเวทีหาดใหญ่ ภาคราชการก็เปิดพื้นที่ให้มหาวิทยาลัยในพื้นที่เข้ามาร่วมสนับสนุนผ้าไทยใส่ให้สนุก ทำให้การแข่งขันออกแบบกลายเป็นจุดนัดพบของนักออกแบบรุ่นใหม่ ครู อาจารย์ ผู้ประกอบการ OTOP และภาคธุรกิจ
เมื่อมีทั้งทุนการศึกษา เงินรางวัล และเวทีนำเสนอผลงานต่อสาธารณะ การแข่งขันออกแบบจึงทำหน้าที่สองด้านไปพร้อมกัน ด้านหนึ่งคือการค้นพบและบ่มเพาะนักออกแบบรุ่นใหม่ที่เข้าใจแฟชั่นยั่งยืน อีกด้านคือการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ ทั้งในรูปแบบผลิตภัณฑ์แฟชั่นจากเสื้อผ้าเก่าและการต่อยอดผ้าไทยสมัยใหม่ให้มีตลาดกว้างขึ้น หากอุตสาหกรรมแฟชั่นต้องการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนอย่างจริงจัง เวทีแบบนี้ควรถูกมองไม่ใช่แค่กิจกรรมพิเศษ แต่เป็นโครงสร้างหลักของการผลิตคนและไอเดียในระยะยาว







