Hohem Eyepic คืออะไร และทำไมถึงสำคัญต่อโลกกิมบอลกล้องพกพา
Hohem Eyepic คือกล้องไฮบริด 2 in 1 ที่รวมกิมบอลกล้องพกพาแบบสามแกนเข้ากับกล้อง action cam ขนาดเล็กที่ถอดได้และกันน้ำ เพื่อให้ผู้ใช้สลับจากการถ่ายวิดีโอแบบถือมือไปเป็นการสวมใส่แบบแฮนด์ฟรีได้ภายในอุปกรณ์เดียว โดยเน้นทั้งการถ่ายแนวนอนและแนวตั้งสำหรับโซเชียลมีเดีย และลดการพึ่งพาสมาร์ทโฟนในงานวิดีโอประจำวัน
ประเด็นสำคัญคือ นี่ไม่ใช่แค่กิมบอลใส่มือถืออีกตัว แต่เป็นการประกาศตัวของ Hohem ว่าจะลงสนามกล้องแบบสแตนด์อโลนเต็มตัว Eyepic เปิดตัวครั้งแรกในงาน IFA 2026 ในฐานะกิมบอลกล้องพกพาที่กล้องสามารถถอดออกจากหัวกิมบอลและกลายเป็นกล้องสวมใส่ได้ โดยตัวกล้องเล็กที่ถอดออกได้รองรับการกันน้ำลึกประมาณ 10 เมตร และถูกออกแบบให้ทำงานเหมือนกล้องแอ็กชันแคมใส่ตัวผู้ใช้ได้
ในมุมมองเชิงกลยุทธ์ นี่คือก้าวแรกของผู้ผลิตกิมบอลที่ส่วนใหญ่เคยขายเฉพาะอุปกรณ์กันสั่น มาสู่การเป็นผู้เล่นตลาดกล้องแข่งขันกับสาย DJI Pocket และกล้อง action cam ทั่วไปโดยตรง ใครที่เคยคิดว่ากิมบอลคือแค่ของเสริมมือถือ ควรเริ่มคิดใหม่ เพราะผู้เล่นกลุ่มนี้กำลังจะกลายเป็นผู้ผลิตกล้องเต็มรูปแบบแล้ว
ดีไซน์ 2 in 1 ผสมกิมบอลพกพากับกล้อง action cam ขนาดเล็ก
หัวใจของ Hohem Eyepic คือการออกแบบให้เป็นกล้องไฮบริด 2 in 1 อย่างแท้จริง ตัวกล้องเล็กจะเสียบอยู่บนกิมบอลสามแกนเมื่อใช้งานแบบกล้องพกพาถือมือ แล้วสามารถกดถอดออกมาใช้เป็นกล้อง action cam ขนาดเล็กที่สวมใส่กับร่างกายหรือยึดกับโลหะแบบแม่เหล็กได้ทันที
ในโหมดกิมบอลกล้องพกพา ผู้ใช้ได้ภาพวิดีโอเสถียรระดับมืออาชีพพร้อมหน้าจอทัชสกรีนขนาด 2.51 นิ้วที่หมุนได้เพื่อสลับแนวนอนและแนวตั้งโดยใช้ความละเอียด 4K เต็มเฟรม ไม่ใช่แค่ครอปเฟรมแนวนอนมาทำแนวตั้ง พอถอดกล้องออกจากกิมบอล มือจับยังทำหน้าที่เป็นจอมอนิเตอร์ไร้สายและรีโมตคอนโทรลความละเอียด 1080p ได้ไกลราว 10 เมตร ซึ่งกินขาดกล้อง action cam ทั่วไปที่มักต้องพึ่งแอปมือถือเป็นหลัก
ในโหมดสวมใส่ กล้องเล็กใช้ขาหนีบหมวก สายคล้องคอ หรือแปะกับพื้นผิวโลหะ ทำให้สายเดินเที่ยว ปั่นจักรยาน หรือทำกิจกรรมกลางแจ้งเก็บมุมมองแบบแฮนด์ฟรีได้หลากหลายกว่าเดิม โดยยังคงมาตรฐานกันน้ำลึก 10 เมตรเหมือนกล้องแอ็กชันแคมระดับกลางตลาด

ผลสะเทือนต่อคู่แข่ง DJI Pocket และตลาดกล้อง action cam
ตลาดกิมบอลกล้องพกพาถูกจุดติดจากความนิยมของซีรีส์ DJI Pocket ที่ทำให้หลายคนเห็นภาพว่ากล้องเล็กพร้อมกันสั่นคือเครื่องมือ vlogging ในชีวิตประจำวันได้ดีแค่ไหน ขณะเดียวกันฝั่งกล้อง action cam อย่าง DJI Osmo Action, GoPro และ Insta360 ต่างเร่งอัปเกรดความละเอียด เซนเซอร์ และกันสั่นจนกล้องจิ๋วติดหมวกกลายเป็นกล้องหลักสำหรับสายเที่ยวผจญภัยไปแล้ว
Eyepic เลือกไม่เข้าข้างใคร แต่ยืนกลางระหว่างสองโลกนี้ เครื่องเดียวที่คุณถือเดินวล็อกได้อย่างกิมบอลกล้องพกพา แล้วพอจะลุยแอ็กชันก็ถอดหัวกล้องไปติดตัวได้ทันทีโดยไม่ต้องสลับกล้องหรือดึงมือถือออกมา นี่คือการหั่นจำนวนชิ้นอุปกรณ์ที่ครีเอเตอร์ต้องพกจากสองชิ้นเหลือหนึ่งชิ้นแบบชัดเจน ตามคำอธิบายในสื่อเทคโนโลยีว่า “นวัตกรรมใหญ่ของ Eyepic อาจไม่ใช่สเปกใดสเปกหนึ่ง แต่คือโอกาสในการรวมอุปกรณ์สองชิ้นเข้าด้วยกันในตัวเดียว”
แน่นอน ผู้ใช้ที่เน้นลุยหนัก ดำน้ำลึก หรือโหดสุดทางออฟโรดอาจยังต้องพึ่งกล้อง action cam ระดับเรือธงแบบเดิม แต่สำหรับครีเอเตอร์สายเดินเมือง ท่องเที่ยว ไลฟ์สไตล์ หรือรีวิวอาหาร Eyepic ดูมีเหตุผลมากกว่าการซื้อทั้งกิมบอลมือถือและกล้อง action cam แยกกัน

จากอุปกรณ์ vlogging มือถือ สู่กล้องสแตนด์อโลนที่ตัดบทสมาร์ทโฟน
จุดที่น่าสนใจคือ Hohem ไม่ได้เริ่มจากการทำกล้อง แต่เริ่มจากกิมบอลมือถืออย่าง iSteady ที่เน้นการตามติดใบหน้าด้วย AI และกันสั่นให้คอนเทนต์ครีเอเตอร์มือถือใช้ถ่ายคลิปบนแพลตฟอร์มโซเชียล เส้นทางนี้ทำให้แบรนด์เข้าใจดีว่าคนถ่ายคอนเทนต์บนมือถืออยากได้อะไร และอะไรคือข้อจำกัดของการพึ่งโทรศัพท์เป็นหลักในการถ่ายวิดีโอ
Eyepic จึงถูกวางตัวเป็นคำตอบต่อยุคหลังมือถือในบางสถานการณ์ กล้อง สกรีน และปุ่มควบคุมแบบกิมบอลถูกใส่ไว้ในตัวเดียว เพื่อลดความซับซ้อนของอุปกรณ์ vlogging มือถือ และยกภาระถ่ายวิดีโอออกจากสมาร์ทโฟนให้มากที่สุด สื่อด้านภาพถ่ายบางแห่งสรุปแนวคิดนี้ไว้ชัดว่า Eyepic รวมกล้องกันสั่น หน้าแสดงผล และปุ่มควบคุมสไตล์กิมบอลเข้าในอุปกรณ์เดียว ทำให้ไม่จำเป็นต้องพึ่งสมาร์ทโฟนอีกต่อไปในการถ่ายคอนเทนต์
มองจากฝั่งผู้ใช้มือถือ นี่ไม่ได้แปลว่ามือถือหมดความสำคัญ แต่ Eyepic กลายเป็นคู่หูที่ช่วยแยกงานวิดีโอจริงจังออกจากเครื่องหลัก แล้วให้มือถือกลับไปโฟกัสการตัดต่อ อัปโหลด และสื่อสารเหมือนเดิมมากกว่า การแยกบทบาทเช่นนี้ช่วยลดปัญหาแบตหมด ร้อนเครื่อง หรือพื้นที่เต็มระหว่างถ่ายงานสำคัญได้พอสมควร

เทรนด์ใหม่ของกล้องไฮบริด 2 in 1 และสิ่งที่ควรจับตาต่อไป
Eyepic ไม่ได้เป็นเพียงผลิตภัณฑ์เดี่ยว แต่สะท้อนเทรนด์ฮาร์ดแวร์บรรจบกันที่ชัดเจน อุปกรณ์เฉพาะทางอย่างกิมบอลกำลังกลายร่างเป็นกล้องแบบ all-in-one และกล้องเล็กสำหรับสายลุยก็เริ่มต้องทำมากกว่าการเป็นแค่กล้องติดหมวกหรือหน้าอก การที่กล้องเล็กถอดได้ กันน้ำ และสลับไปมาระหว่างโหมดถือมือกับโหมดสวมใส่ คือสัญญาณว่าตลาดเลิกมองอุปกรณ์ทีละหมวดหมู่แล้ว แต่เริ่มคิดจากโจทย์การใช้งานจริงเป็นหลัก
ตามข้อมูลที่เปิดเผย Eyepic จะเริ่มวางขายในช่วงไตรมาสแรกของปี 2027 หลังจากการเปิดตัวตัวอย่างในงาน IFA ซึ่งให้เวลาผู้เล่นรายอื่นคิดว่าจะตอบสนองอย่างไร เรามีโอกาสเห็นกิมบอลแบรนด์อื่นตัดสินใจทำกล้องของตัวเอง หรือไม่ก็กล้อง action cam รายใหญ่เพิ่มระบบโมดูลาร์และจอมอนิเตอร์ไร้สายมาแข่งโดยตรง
สำหรับครีเอเตอร์ สิ่งที่ควรจับตาไม่ใช่เฉพาะสเปกเซนเซอร์หรือฟีเจอร์ยิบย่อย แต่คือคำถามว่าอุปกรณ์ชิ้นเดียวสามารถแทนที่ทั้งกิมบอลมือถือและกล้อง action cam ได้มากแค่ไหน ถ้า Eyepic ทำได้ดี เทรนด์กล้องไฮบริด 2 in 1 อาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของสายวิดีโอพกพาในไม่ช้า และทำให้คำว่า กิมบอลกล้องพกพา มีความหมายใหม่ไปเลย






