ตลาดสมาร์ตโฟนพรีเมียมคืออะไร และทำไมถึงสำคัญกว่าที่คิด
ตลาดสมาร์ตโฟนพรีเมียมคือส่วนของตลาดสมาร์ตโฟนที่เน้นเครื่องระดับบน ทั้งด้านประสิทธิภาพ ดีไซน์ วัสดุ ฟีเจอร์ และการดูแลระยะยาว ทำให้ถูกมองเป็นสินค้าลงทุนมากกว่าสินค้าแฟชั่นเปลี่ยนทุกปี โดยตลาดนี้กำลังกลายเป็นเวทีหลักที่แบรนด์ใหญ่ใช้ชิงส่วนแบ่งกำไรและกำหนดทิศทางเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมสมาร์ตโฟนทั้งหมด
ข้อมูลจากสถาบันวิจัยชี้ว่าตลาดสมาร์ตโฟนพรีเมียมเติบโตต่อเนื่อง และขยับขึ้นเป็นสัดส่วนสำคัญของยอดขายสมาร์ตโฟนทั่วโลก การเติบโตนี้ไม่ได้สะท้อนแค่ความหรูหราของสมาร์ตโฟนราคาแพง แต่สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่เริ่มคิดระยะยาวมากขึ้น ยอมจ่ายแพงขึ้นเพื่ออุปกรณ์ที่ใช้งานได้นานขึ้น ทนขึ้น และมีบริการหลังการขายที่น่าเชื่อถือมากกว่า
ในมุมของตลาดภาพใหญ่ เทรนด์นี้คือการเลื่อนฐานจากยอดขายจำนวนมากไปสู่มูลค่าและกำไรที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นข่าวดีของแบรนด์เบอร์ใหญ่ แต่เป็นสัญญาณเตือนสำหรับผู้เล่นสายกลางและรุ่นประหยัดที่อยู่ในจุดที่ถูกบีบทั้งด้านต้นทุนและราคา

Apple ส่วนแบ่งตลาด 65%: เมื่อสมาร์ตโฟนพรีเมียมแทบจะแปลว่า iPhone
Apple ครองส่วนแบ่งตลาดสมาร์ตโฟนพรีเมียมถึง 65% เพิ่มจาก 63% เมื่อปีก่อน แม้จะลดลงจาก 74% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2022 กล่าวให้แรงได้ว่า “ในตลาดสมาร์ตโฟนพรีเมียมสามเครื่องในห้าเครื่องเป็น iPhone” ซึ่งสะท้อนอิทธิพลของ Apple ในตลาดสมาร์ตโฟนราคาแพงอย่างชัดเจน
แรงหนุนสำคัญมาจากความต้องการ iPhone 17 Series โดยเฉพาะรุ่นมาตรฐานที่ช่วยดันยอดขายของ Apple เติบโต 9% เมื่อเทียบปีต่อปี ขณะเดียวกัน Apple ยังครองส่วนแบ่งยอดจัดส่งสมาร์ตโฟนทั่วโลกสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 20% ในไตรมาส 2 และกวาดส่วนแบ่งรายได้จากสมาร์ตโฟนทั่วโลกถึง 49% ในช่วงเวลาเดียวกัน นั่นหมายความว่า Apple ไม่ได้ชนะแค่ด้านจำนวนเครื่อง แต่ชนะด้านรายได้แบบทิ้งห่างคู่แข่ง
เมื่อ Apple ส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มพรีเมียมสูงขนาดนี้ ตลาดโฟนแฟลกชิปจึงถูกกำหนดจังหวะโดย iPhone อย่างเลี่ยงไม่ได้ ทั้งในมุมราคา ฟีเจอร์ และรอบการอัปเกรด ผู้เล่น Android รายอื่นจึงต้องเลือกว่าจะชนตรง ๆ หรือหาช่องเฉพาะทางแทน

Samsung, แบรนด์จีน และการหดตัวของตลาดรวม: ใครอยู่ ใครเสี่ยง
แม้ Apple จะยึดหัวหาด ตลาดสมาร์ตโฟนพรีเมียมไม่ได้มีผู้เล่นเดียว Samsung ครองส่วนแบ่งยอดขายสมาร์ตโฟนพรีเมียม 19% เท่ากับช่วงครึ่งแรกของปีที่แล้ว และเพิ่มขึ้นจาก 17% ในครึ่งแรกของปี 2022 Galaxy S26 Ultra กลายเป็นจุดเด่นที่คิดเป็นมากกว่าครึ่งหนึ่งของยอดขายทั้งซีรีส์ และเทคโนโลยีหน้าจอ Privacy Display ก็ช่วยให้ Samsung มีจุดต่างที่จับต้องได้ในตลาดโฟนแฟลกชิป
ขณะเดียวกัน แบรนด์จีนอย่าง OPPO และ vivo ยกระดับตลาดสมาร์ตโฟนพรีเมียมด้วยไลน์เรือธงของตัวเอง เช่น Find X9 และ X300 Series ที่ช่วยให้ทั้งสองแบรนด์เติบโต 69% และ 20% ตามลำดับ แต่ถึงตลาดสมาร์ตโฟนพรีเมียมจะเติบโต ตลาดสมาร์ตโฟนโดยรวมกลับหดตัว ยอดจัดส่งสมาร์ตโฟนทั่วโลกลดลง 7% ในไตรมาส 2 เมื่อเทียบกับปีก่อน และลดลง 3% จากไตรมาสก่อนหน้า
การหดตัวของตลาดรวมบวกกับการเติบโตของตลาดสมาร์ตโฟนพรีเมียม หมายความว่าแบรนด์ที่ยืนอยู่ตรงกลางระหว่างพรีเมียมกับประหยัดกำลังถูกบีบหนักที่สุด พวกเขาเผชิญทั้งแรงกดต้นทุนที่สูงขึ้นและแรงกดจากแบรนด์พรีเมียมที่ขยับลงมาทับราคารุ่นกลาง ทำให้การแข่งขันของสายกลางยิ่งดุเดือดและมีโอกาสรอดน้อยลงในระยะยาว

ต้นทุนหน่วยความจำสูง ดันผู้ใช้ขึ้นพรีเมียม และผลกระทบต่อผู้ซื้อ
เมื่อราคาหน่วยความจำและชิ้นส่วนหลักเพิ่มสูงขึ้น โครงสร้างราคาของตลาดสมาร์ตโฟนก็เปลี่ยนตาม รายงานระบุว่าตลาดในกลุ่มราคาพรีเมียมขยายตัวจาก 20% ในครึ่งแรกของปี 2022 เป็น 25% ในปีก่อน และเพิ่มขึ้นอีกในปีนี้ พร้อมกันนั้น ราคาสมาร์ตโฟนใหม่ในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 13% จากไตรมาส 1 ทำให้ช่องว่างราคาระหว่างเครื่องระดับกลางกับเครื่องเรือธงรุ่นเก่าหรือที่มีส่วนลดแคบลงอย่างชัดเจน
ผลที่ตามมาคือ ผู้ใช้จำนวนมากเริ่มตั้งคำถามว่าในเมื่อสมาร์ตโฟนระดับกลางราคาขยับใกล้เรือธงอยู่แล้ว ทำไมไม่จ่ายเพิ่มอีกเล็กน้อยเพื่อได้เครื่องในตลาดสมาร์ตโฟนพรีเมียมที่ใช้งานได้ยาวกว่า มีอัปเดตซอฟต์แวร์นานกว่า และมีโปรแกรมผ่อนชำระหรือเทิร์นเครื่องเก่าช่วยลดภาระ ผู้ผลิตก็ตอบรับเทรนด์นี้ด้วยการขยายโปรแกรมเทิร์น เครื่องเก่าแลกใหม่ และโครงการใช้งานระยะยาว เช่น Galaxy Forever เพื่อดันผู้ใช้เข้าสู่ตลาดโฟนแฟลกชิปมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การผลักผู้ใช้ขึ้นสู่ตลาดสมาร์ตโฟนพรีเมียมไม่ได้มีแต่ด้านดี ผู้ที่มีงบจำกัดอาจต้องหันไปตลาดเครื่องมือสองหรือ Refurbished ที่กำลังเป็นตัวเลือกสำคัญ เพราะเครื่องใหม่ในกลุ่มประหยัดและระดับกลางกลายเป็นของแพงเมื่อเทียบกับรายได้ของผู้ซื้อที่อ่อนไหวต่อราคา

ตลาดมือสองร้อนแรง แต่เริ่มสะดุด และอนาคตของผู้ซื้อสมาร์ตโฟน
ตลาดสมาร์ตโฟนมือสองเติบโต 3% เมื่อเทียบกับปีก่อน และคาดว่าจะเติบโต 9% ตลอดทั้งปีจากความต้องการเครื่องราคาถูกกว่าสมาร์ตโฟนใหม่ เทรนด์นี้คือผลข้างเคียงตรงของการขยับขึ้นของตลาดสมาร์ตโฟนพรีเมียมและการขึ้นราคาสมาร์ตโฟนใหม่ ผู้ซื้อจำนวนมากเลือก Refurbished ที่ยังมีคุณภาพดีแทนเครื่องใหม่ระดับล่าง
แต่นี่ไม่ใช่คำตอบง่าย ๆ เสมอไป ตลาดมือสองเองเริ่มเจอปัญหา ความต้องการที่แข็งแกร่งบวกกับอุปกรณ์ที่มีจำกัดทำให้ราคาสมาร์ตโฟน Refurbished เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จำนวนเครื่องที่นำมา Trade-in ในสหรัฐฯ ลดลง ทำให้มีอุปกรณ์เข้าสู่ตลาดมือสองน้อยลง แม้การส่งออกจากบางประเทศจะช่วยบรรเทาได้บางส่วน
สำหรับผู้ซื้อ นี่คือยุคที่ต้องคิดแบบ “ลงเงินครั้งเดียวให้อยู่ยาว” มากกว่าซื้อบ่อย ๆ ราคาที่สูงขึ้นทั้งในตลาดใหม่และตลาดมือสองทำให้การตัดสินใจผิดครั้งหนึ่งมีต้นทุนสูงขึ้นอย่างชัดเจน ขณะเดียวกัน สำหรับผู้ผลิต เทรนด์ Premiumization ที่เน้นตลาดสมาร์ตโฟนพรีเมียมและตลาดโฟนแฟลกชิปจะยังเดินหน้าต่อไป ใครยืนฝั่งพรีเมียมได้มั่นคงจะกินส่วนแบ่งกำไรไปมากขึ้น ส่วนสายกลางที่ยังลังเลอาจถูกกลืนหายไปจากตลาดโดยไม่รู้ตัว










