Soul of an Empire คืออะไร และทำไมรันเวย์มิลานจึงสำคัญ
คอลเลกชัน Soul of an Empire คือผลงานแฟชั่นฤดูกาล Spring Summer 2027 รันเวย์ จากแบรนด์ SIRIVANNAVARI ที่หยิบแรงบันดาลใจด้านศิลปะ สถาปัตยกรรม และวัฒนธรรมของอินเดีย มาผสมกับงานหัตถศิลป์และมุมมองร่วมสมัยของดีไซเนอร์ไทย เพื่อสร้างภาพแฟชั่นหรูที่มีมิติทางประวัติศาสตร์และจิตวิญญาณ ผ่านทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ และแคมเปญภาพถ่ายที่ออกแบบอย่างพิถีพิถัน การนำคอลเลกชันนี้ไปจัดแสดงในงาน SIRIVANNAVARI มิลาน แฟชั่น วีก จึงไม่ใช่แค่การขึ้นรันเวย์อีกหนึ่งฤดูกาล แต่เป็นการประกาศว่าดีไซเนอร์ไทย แฟชั่น สามารถใช้มรดกวัฒนธรรมของตนสนทนากับเวทีนานาชาติอย่างมั่นใจ คอลเลกชันถูกจัดแสดงในวันสุดท้ายของ Milan Fashion Week ณ Palazzo Moriggia พิพิธภัณฑ์เก่าแก่ใจกลางเมืองมิลาน สะท้อนการวางตำแหน่งแบรนด์ในบริบทศิลปะและประวัติศาสตร์ที่ชัดเจน

เบื้องหลังแคมเปญ Soul of Empire เมื่อฟิล์มและเคมีกลายเป็นภาษาแฟชั่น
สิ่งที่ทำให้แคมเปญ Soul of Empire แตกต่าง คือการเลือกใช้กระบวนการถ่ายภาพแบบแอนะล็อกทั้งหมด แทนที่จะพึ่งงานดิจิทัลเหมือนแคมเปญแฟชั่นส่วนใหญ่ในยุคนี้ แบรนด์เผยให้เห็นการทรงงานเบื้องหลังขององค์ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในการออกแบบภาพและวิดีโอแคมเปญ Spring Summer 2027 ‘Soul of an Empire’ ก่อนเปิดโชว์ในมิลานแฟชั่นวีควันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน การใช้กล้องฟิล์ม Large Format Sinar 4×5 ร่วมกับฟิล์ม Polaroid Land รวมถึงการทดลองเทคนิค transfer จากภาพโพลารอยด์ และภาพขาวดำจากกล้อง Leica คู่พระหัตถ์ ทำให้แต่ละเฟรมมีโทนสีและพื้นผิวที่ไม่สมบูรณ์แบบตามธรรมชาติของฟิล์มและกระบวนการทางเคมี ผลลัพธ์จึงเป็นภาพที่เหมือนบันทึกการเดินทาง มีชีวิต และไม่อาจทำซ้ำได้อย่างสมบูรณ์ นี่ไม่ใช่เพียงการถ่ายโฆษณา แต่คือการให้กระบวนการสร้างภาพเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องเล่าของคอลเลกชัน

มรดกอินเดีย พบหัตถศิลป์ไทย: วิสัยทัศน์ดีไซเนอร์ไทยบนรันเวย์ Spring Summer 2027
หัวใจของ Soul of an Empire อยู่ที่การตีความมรดกวัฒนธรรมให้เป็นภาษาหรูร่วมสมัย แรงบันดาลพระทัยเริ่มต้นจากการเสด็จไปยังเมืองชัยปุระที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมและงานหัตถศิลป์ ภาพแสงแดดที่ส่องผ่านประตูโค้งบนหินแกะสลัก รายละเอียดการประดับตกแต่งอาคาร สวน และสีสันบนอาคารเก่าแก่ ล้วนถูกแปรเป็นโครงสร้างเสื้อผ้า ลายพิมพ์ และโทนสีของคอลเลกชัน โทนสีขาว ครีม Dusty Pink Earthy Spice ไปจนถึงเฉดสดใสเมทัลลิก สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของแสงในอินเดีย ขณะที่งานปักมือ การประดับกระจก และดอกไม้สามมิติช่วยสร้างมิติให้ผืนผ้า จุดสำคัญคือการใช้ผ้าไหมมัดหมี่จากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพเป็นผ้านุ่งอินเดียโธตี ก่อนตีความใหม่ด้วยโครงสร้างที่ได้รับแรงบันดาลใจจากโจงกระเบน และการพัฒนาผ้าฝ้ายครามทอมือจากโครงการดอนกอยผ่านเทคนิคสมัยใหม่เช่นการตัดด้วยเลเซอร์ นี่คือการยืนยันว่าการผสมผสานมรดกอินเดียกับหัตถศิลป์ไทยสามารถให้กำเนิดดีไซน์ลักชัวรีที่ร่วมสมัยได้อย่างกลมกลืน

โครงสร้าง เสื้อผ้า และแอ็กเซสซอรีส์ ที่เล่าเรื่องอาณาจักรและอิสรภาพ
บนรันเวย์ Spring Summer 2027 รันเวย์ นี้ ภาษาดีไซน์ของ Soul of an Empire ไม่ได้หยุดอยู่ที่แรงบันดาลใจเชิงภาพ แต่ลงลึกไปถึงโครงสร้างเสื้อผ้าและการเคลื่อนไหวของร่างกาย ฝั่งสตรี IRIS Jacket ซึ่งเป็นรูปแบบสำคัญของแบรนด์ถูกตีความใหม่ในช่วงไหล่ เอว และสะโพก เพื่อขับซิลูเอตเฟมินีนให้เด่นขึ้น ผสมกับเดรป กระโปรง ผ้าโปร่ง และผ้าพันคอผืนยาวที่ใส่ความพลิ้วไหวและอิสระในการเคลื่อนไหว ฝั่งสุภาพบุรุษ แนวคิดเชื่อมโยงกับบรรยากาศยุค 1970 ช่วงเวลาที่นักดนตรีและศิลปินเดินทางไปแสวงหาแรงบันดาลใจในอินเดีย คอลเลกชันใช้เสื้อทูนิกตัวยาว กางเกงทรงสบาย ผ้าพันคอ รวมถึงเฉด Orange Ginger Green Cardamom และ Blue Turmeric เพื่อสร้างภาพบุรุษที่มีโครงสร้างชัดเจนแต่ผ่อนคลาย มีจิตวิญญาณแห่งอิสรภาพ แอ็กเซสซอรีส์อย่างกระเป๋า La Luna La Belle รุ่น IRA และกระเป๋า Rani ทรงรูด ไปจนถึงรองเท้าส้นพีระมิดและเครื่องประดับเงินสีทองแชมเปญ ล้วนตอกย้ำแนวคิดงานฝีมือหรูร่วมสมัยที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์

จากแคมเปญสู่รันเวย์มิลาน: แรงสั่นสะเทือนใหม่ของดีไซเนอร์ไทยในเวทีโลก
สิ่งที่น่าคิดจาก SIRIVANNAVARI มิลาน แฟชั่น วีก คือการที่แคมเปญ Soul of Empire และการจัดแสดงคอลเลกชันถูกออกแบบให้เป็นเสี้ยวเวลาเดียวกันของเรื่องเล่า ตั้งแต่ภาพฟิล์มที่ไม่อาจทำซ้ำไปจนถึงเสื้อผ้าที่บันทึกบทกวีลงบนปกเสื้อผ่านงานปัก เปรียบเสมือนการบันทึกความทรงจำจากการเดินทางบนชิ้นงานแต่ละชิ้น เมื่อแฟชั่นโชว์ถูกถ่ายทอดสดผ่าน Instagram Youtube และ Facebook ของแบรนด์ในวันที่ 27 กันยายน เวลา 14.00 นาหรือ 19.00 นาเวลาประเทศไทยจากเมืองมิลาน เรื่องราวของอาณาจักร ศิลปะ และอิสรภาพจึงถูกส่งต่อจากพื้นที่พิพิธภัณฑ์สู่หน้าจอผู้ชมทั่วโลกในแบบเรียลไทม์ คอลเลกชันนี้แสดงให้เห็นว่า ดีไซเนอร์ไทย แฟชั่น ไม่จำเป็นต้องลดทอนมิติทางวัฒนธรรมเพื่อจะขึ้นเวทีนานาชาติ ตรงกันข้าม การยืนหยัดบนมรดกของตน การทดลองวิธีเล่าเรื่องใหม่ และการให้ความสำคัญกับงานฝีมือละเอียด คือกุญแจที่ทำให้ Soul of an Empire สามารถสนทนากับ Milan Fashion Week ได้อย่างสง่างามและมีเสียงของตัวเองชัดเจน







