DLSS 5 คืออะไร และทำไมคนถึงพยายามลากมันลงการ์ดเก่า
DLSS 5 คือเทคโนโลยีอัปสเกลภาพด้วยการเรนเดอร์เชิงประสาทที่ใช้โมเดลปัญญาประดิษฐ์ประมวลผลข้อมูลเช่นความลึกและเวกเตอร์การเคลื่อนไหวเพื่อสร้างเฟรมใหม่ เพิ่มความละเอียดและคุณภาพภาพโดยไม่ต้องเรนเดอร์ทุกพิกเซลแบบดั้งเดิม เน้นลดภาระบน GPU แต่ยกระดับความคมชัด รายละเอียด และเสถียรภาพของภาพเคลื่อนไหวให้เหนือกว่า DLSS รุ่นก่อน
สาระสำคัญของข่าวนี้คือ DLSS 5 ถูกออกแบบมาสำหรับสถาปัตยกรรม Blackwell แต่ตอนนี้ม็อดเดอร์ลากมันลงมาถึง RTX 40 30 และ 20 แล้ว ทะลุกรอบที่ผู้ผลิตวางไว้ตั้งแต่แรก งานเริ่มต้นจากการที่รันไทม์ DLSS 5 รั่วออกมาจากเกม NBA 2K27 เพียงไม่กี่วันชุมชนม็อดก็ทำให้มันทำงานบน RTX 40 ได้สำเร็จ ก่อนขยายไป RTX 30 และ RTX 20 รวมถึงเกมที่ไม่มี DLSS และแม้แต่เอมูเลเตอร์ การขยายขอบเขตแบบนี้ทำให้เห็นศักยภาพของ neural rendering backwards compatibility แต่ก็เผยให้เห็นกำแพงด้านฮาร์ดแวร์ที่การ์ดรุ่นเก่าหนีไม่พ้น

DLSS 5 RTX 30 series: จาก 138 FPS เหลือ 4 FPS เพราะ FP8
สำหรับเจ้าของ DLSS 5 RTX 30 series ความจริงเจ็บปวดกว่าความตื่นเต้น การทดสอบบน RTX 3080 ในเกม Deep Rock Galactic แสดงตัวเลขชัดเจน เฟรมเรตจากเดิมราว 138 FPS พอเปิด DLSS 5 Neural Rendering ทันทีเหลือเพียง 4 FPS ลดลงราว 97 เปอร์เซ็นต์ และเฟรมไทม์จาก 7 ถึง 8 มิลลิวินาทีทะยานขึ้นไปถึง 260 มิลลิวินาที นี่ไม่ใช่การเร่งความเร็ว แต่คือการแปลงเกมให้กลายเป็นสไลด์โชว์ในพริบตา
ผลทดสอบอื่นก็ไม่ต่างกันมาก RTX 3080 Ti เล่น GTA V ที่ความละเอียด 1440p ยังฝืนไหวราว 20 ถึง 30 FPS แต่พอเป็น Cyberpunk 2077 เหลือแค่ 7 FPS RTX 3090 เล่น Hogwarts Legacy อยู่ที่ประมาณ 30 FPS ในขณะที่ RTX 3070 ตัวเดียวกันกลับได้เพียง 2 FPS และเมื่อ RTX 3070 รัน Kingdom Come 2 หรือ RTX 3050 รัน Control เฟรมเรตตกสุดถึง 1 FPS ภาพรวม DLSS 5 older GPU performance จึงชัดเจนมากว่าแค่ “รันได้” ไม่ได้แปลว่า “เล่นได้” และสำหรับผู้ใช้การ์ด Ampere มันคือการทดลองเชิงเทคนิคมากกว่าฟีเจอร์ใช้งานจริง
FP8 compute support และข้อได้เปรียบด้าน DLSS 5 RTX 40 compatibility
หัวใจของปัญหาอยู่ที่ FP8 compute support GPU DLSS 5 พึ่งพารูปแบบการคำนวณ FP8 ซึ่งฮาร์ดแวร์ของ RTX 20 และ RTX 30 ไม่รองรับโดยตรง ทำให้ต้องใช้การจำลองด้วยซอฟต์แวร์เพื่อให้โมเดลทำงาน ผลที่ได้คือภาระการคำนวณพุ่งขึ้นมหาศาล เป็นต้นตอของเฟรมเรต 1 ถึง 4 FPS ที่เราเห็นในหลายเกม ขณะที่ RTX 40 ซึ่งใช้สถาปัตยกรรม Ada Lovelace มีความใกล้เคียง Blackwell มากกว่าในด้านคำสั่งและความสามารถของ Tensor Core ทำให้การรัน DLSS 5 บน RTX 40 series แม้จะติดลบด้านประสิทธิภาพ แต่ยังอยู่ในระดับพอใช้งานได้เมื่อเทียบกับ Ampere และ Turing
ม็อดเดอร์จึงหันไปลองเส้นทางใหม่ด้วยการเปลี่ยนงานประมวลผลเป็น FP16 บน Turing และ Ampere ซึ่งเข้ากับ Tensor Core รุ่นเก่ามากกว่า การทดสอบล่าสุดระบุว่าการใช้ FP16 ทำให้ DLSS 5 older GPU performance ดูมีหวังขึ้น ไม่ดิ่งหนักเหมือน FP8 แต่ยังไม่มีมาตรฐานการวัดผลชัดเจน ทั้งเรื่องเฟรมเรตดีเลย์ การใช้ VRAM และเสถียรภาพ คำกล่าวที่ควรจดจำคือ “จนกว่าจะมีรายการรองรับอย่างเป็นทางการและซอฟต์แวร์ระดับผลิตจริง บิลด์จากชุมชนควรถูกมองเป็นการสาธิตทางเทคนิค มากกว่าของพร้อมใช้” สำหรับคนเล่นเกมทั่วไป นี่คือสัญญาณเตือนให้มอง DLSS 5 บน RTX 20 30 เป็นของเล่นทดลอง ไม่ใช่ฟีเจอร์หลัก
neural rendering backwards compatibility: จาก DirectX เก่าไปถึงเอมูเลเตอร์
แม้ประสิทธิภาพบนการ์ดเก่าจะเละเทะแต่ neural rendering backwards compatibility ที่ม็อดเดอร์ทำได้ถือว่าน่าทึ่ง DLSS 5 ไม่เพียงทำงานบน RTX 20 และ 30 เท่านั้น ยังถูกฉีดเข้าไปในเกมที่ไม่มี DLSS เดิมที รวมถึงกรณีสุดแปลกอย่างเอมูเลเตอร์ของเครื่องเกมเก่า โครงการอย่าง DLSS5 Feeder ร่วมกับปลั๊กอิน RenoDX ใช้ข้อมูลความลึกและเวกเตอร์การเคลื่อนไหวที่ได้จาก ReShade เพื่อสร้างอินพุตให้เอนจิน DLSS ราวกับเกมรองรับโดยกำเนิด ทำให้เกม DirectX 11 อย่าง Batman Arkham Knight ที่ไม่เคยมี DLSS ก็แสดงผลด้วย DLSS 5 ได้ด้วยภาพที่ถูกปรับให้ “หม่นและหยาบกร้านขึ้น” ตามคำบรรยายของผู้ทดสอบ
งานเหล่านี้ถูกรวมเข้ากับเครื่องมือ RHI ซึ่งช่วยจัดการติดตั้ง ReShade ไลบรารี Neural Rendering และปลั๊กอิน RenoDX ในชุดเดียว ทำให้ DLSS 5 ใช้งานได้บน RTX 20 30 40 และ 50 series ในเชิงเทคนิค มีตัวอย่างการทำงานบนเกมตั้งแต่ Metro 2033 Redux Splinter Cell Blacklist BioShock Remastered Fable Anniversary ผ่านตัวแปลง D3D9 ไปจนถึง Doom เวอร์ชัน Vulkan รวมถึงกรณีที่สะดุดตาอย่าง Manhunt ที่รันผ่านเอมูเลเตอร์ PS2 PCSX2 พร้อมเปิด DLSS 5 ไปด้วย อย่างไรก็ตามผลทดสอบหลายเกมยังเต็มไปด้วยอาการค้าง ภาพดับ หรือไม่ทำงานเลย เช่น Red Dead Redemption 2 Hogwarts Legacy และ GTA V ที่รันได้เพียงสิบวินาทีก่อนจอดับ ชัดเจนว่าเรื่องความเข้ากันได้ยังห่างไกลจากคำว่าพร้อมใช้
NVIDIA จะให้อะไรกับผู้ใช้ RTX 40 และบทสรุปสำหรับคนใช้ RTX 20 30
ด้านทางการ ผู้ผลิตยืนยันแล้วว่า DLSS 5 จะเปิดตัวบน RTX 50 series ก่อน จากนั้นจึงจะขยาย DLSS 5 RTX 40 compatibility อย่างเป็นทางการ เมื่อการจูนประสิทธิภาพบน 50 series เสร็จสมบูรณ์ ภายในช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงนี้ ส่วน RTX 30 และ RTX 20 ยังไม่มีแผนรองรับอย่างเป็นทางการ ชัดเจนว่าผู้ผลิตให้ความสำคัญกับสถาปัตยกรรมใหม่ที่สามารถเร่ง FP8 ได้เต็มประสิทธิภาพมากกว่าการค้ำจุนการ์ดรุ่นเก่าที่ต้องแบกภาระจำลอง FP8 ด้วยซอฟต์แวร์ ซึ่งสร้างประสบการณ์ใช้งานระดับ “เล่นไม่ไหว”
ที่สำคัญคือแม้ DLSS 5 จะมาบนการ์ดรุ่นเก่า ผู้ใช้จะไม่ได้ควบคุมละเอียดเหมือนม็อดเดอร์ บริษัทยืนยันว่าบนฝั่งผู้เล่น DLSS 5 จะเป็นเพียงตัวเลือกเปิดหรือปิด ส่วนการปรับจูนเชิงศิลป์ เช่นการเลือกโมเดล Structure Intensity Tone Intensity และการมาสก์ต่อพิกเซลถูกออกแบบไว้สำหรับนักพัฒนาเท่านั้น แม้บางเกมอาจส่งผ่านตัวเลือกบางอย่างไปยังเมนูของตัวเองได้ เมื่อรวมกับข้อเท็จจริงว่า DLSS 5 RTX 30 series และ RTX 20 แม้รันได้แต่เฟรมเรตพังอย่างหนักตั้งแต่ 1 ถึง 4 FPS บทสรุปสำหรับคนเล่นเกมบนพีซีคือ หากหวังใช้ DLSS 5 เป็นฟีเจอร์หลักเพื่อเล่นเกมให้ลื่นและสวย การ์ด Ampere หรือ Turing ไม่ใช่คำตอบ การอัปเกรดฮาร์ดแวร์โดยเฉพาะไปสู่ RTX 40 หรือ 50 series คือทางเดียวที่จะทำให้ DLSS 5 เปลี่ยนจากของทดลองมาเป็นเครื่องมือใช้งานจริง







