คลื่นใหม่ซีรีส์เกาหลีอันดับ 1: จากเรตติ้งสองหลักสู่การครองชาร์ตสตรีมมิง

คลื่นใหม่ซีรีส์เกาหลีอันดับ 1: จากเรตติ้งสองหลักสู่การครองชาร์ตสตรีมมิง
ความสนใจ|ซีรีส์เกาหลี

คลื่นเรตติ้งครั้งใหม่: ซีรีส์เกาหลีไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว

คลื่นใหม่ของดราม่าเกาหลียอดนิยมคือยุคที่ซีรีส์หลายแนวไต่สู่เรตติ้งเลขสองหลักและขึ้นชาร์ตสตรีมมิงทั่วโลกพร้อมกัน จนกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่นิยามความหมายของคำว่า “ซีรีส์เกาหลีอันดับ 1” ใหม่ทั้งในจอทีวีและบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ผ่านการผสมผสานระหว่างเนื้อหาเฉพาะตัว การแสดงที่เข้มข้น และการแข่งขันของแพลตฟอร์มสตรีมมิงขนาดใหญ่ที่ลงทุนหนักกับคอนเทนต์เกาหลีอย่างต่อเนื่อง.

หัวใจของปรากฏการณ์นี้คือการที่ซีรีส์เกาหลีไม่ผูกตัวเองกับสูตรสำเร็จแบบเดิมอีกต่อไป แต่ใช้ความหลากหลายของแนวเรื่องและแพลตฟอร์มเป็นอาวุธ ช่วงเวลาที่ซีรีส์ทีวีอย่าง A Bona Fide Killer ทะลุเรตติ้งเฉลี่ยทั่วประเทศ 10.2% และคว้าอันดับ 1 ในช่วงเวลาออกอากาศทุกช่อง ทำให้กลายเป็นมินิซีรีส์ที่มีผู้ชมสูงสุดของคืนดังกล่าว ในขณะที่ฝั่งสตรีมมิง ซีรีส์แอ็กชันล้างแค้นอย่าง My Name ที่นำแสดงโดย Han So-hee กลับใช้เวลาเพียงไม่กี่วันหลังปล่อยสตรีมมิงทั่วโลกวันที่ 15 ตุลาคม ก็ไต่ขึ้นสู่อันดับ 4 ซีรีส์ยอดผู้ชมสูงสุดของ Netflix ทั่วโลก ภาพรวมนี้บอกชัดว่าซีรีส์เกาหลีไม่ได้แค่ “ดัง” แต่กำลังยึดหัวหาดทั้งเรตติ้งสดและชาร์ตออนไลน์ไปพร้อมกัน.

คลื่นใหม่ซีรีส์เกาหลีอันดับ 1: จากเรตติ้งสองหลักสู่การครองชาร์ตสตรีมมิง

จาก My Name ถึง Squid Game: Netflix ซีรีส์เกาหลีที่ปั้นสตาร์และปั้นชาร์ต

หากพูดถึง Netflix ซีรีส์เกาหลี ที่สั่นสะเทือนชาร์ตโลกในระยะหลัง My Name คือบทพิสูจน์ว่า “ของแรง” ไม่จำเป็นต้องเป็นซีซันยาวหรือเน้นตลาดในประเทศเท่านั้น ซีรีส์ 8 ตอนแนวล้างแค้นเรื่องนี้ถูกปล่อยสตรีมมิงทั่วโลกเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม และเพียงถึงวันที่ 19 ตุลาคม ก็สามารถขึ้นสู่อันดับ 4 ซีรีส์ยอดผู้ชมสูงสุดของแพลตฟอร์มทั่วโลกได้แล้ว โดยยอดผู้ชมสูงสุดยังมาจากผู้ชมในเกาหลีเอง ก่อนจะติด Top 5 ในหลายประเทศตั้งแต่สหรัฐอเมริกาถึงประเทศอื่น ๆ.

มุมสำคัญคือการปั้น “หน้าใหม่บนชาร์ตสตรีมมิง” Han So-hee ถูกผู้กำกับ Kim Jin-min ยกเครดิตอย่างเต็มตัวว่าทุ่มสุดตัวทั้งในฉากบู๊และอารมณ์ จนกลายเป็นแม่เหล็กดึงผู้ชมบนแพลตฟอร์ม ขณะเดียวกันอันดับ 1 บนชาร์ตยังเป็นของ Squid Game ที่กลายเป็นซีรีส์เกาหลีอันดับ 1 ในใจผู้ชมทั่วโลก และเป็นคอนเทนต์ที่ให้ผลตอบแทนมหาศาลแก่แพลตฟอร์ม การมีทั้ง Squid Game และ My Name อยู่ใน Top 10 พร้อมกันสะท้อนว่ายุทธศาสตร์ลงทุนหนักในดราม่าเกาหลียอดนิยมได้ผลเต็มที่ และทำให้คู่แข่งไม่อาจนิ่งนอนใจ.

Disney+ รุกหนักด้วย A Shop for Killers 2 และศึกเรตติ้งแบบหลายสนาม

ในขณะที่แพลตฟอร์มหนึ่งกำลังอิ่มเอมกับความสำเร็จของ Netflix ซีรีส์เกาหลี ฝั่งคู่แข่งก็ไม่ยอมหลบฉากจากศึกนี้ง่าย ๆ จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อแพลตฟอร์มใหม่ประกาศเปิดให้บริการในตลาดเกาหลีเดือนพฤศจิกายน พร้อมขนทัพซีรีส์เกาหลีหลายเรื่องเข้าแข่ง นี่คือการส่งสัญญาณตรงว่า “สนามซีรีส์เกาหลี” ไม่ได้มีเจ้าของเพียงรายเดียวอีกต่อไป.

ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดคือ A Shop for Killers 2 บน Disney+ ซึ่งครองอันดับ 1 บนลิสต์ดราม่าที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของสัปดาห์ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่สอง โดยจัดอันดับจากข่าว บล็อก ชุมชนออนไลน์ วิดีโอ และโซเชียลมีเดีย นี่คือเกมคนละแบบกับการวัดเรตติ้งทีวี เพราะเป็นการวัด “เสียงในโลกออนไลน์” ที่สะท้อนพลังของแฟนดอมและกระแสปากต่อปาก แถมยังดันนักแสดงอย่าง Lee Dong Wook และ Kim Hye Jun ติดอันดับนักแสดงที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในสัปดาห์เดียวกัน การรุกของ Disney+ จึงไม่ได้มุ่งเพียงแย่งยอดผู้ชม แต่ต้องการช่วงชิงพื้นที่สนทนาในโลกดิจิทัลไปพร้อมกัน.

เรตติ้งวันเสาร์เดือด: A Bona Fide Killer, Spooky in Love และ Love on the Menu

นอกเหนือจากสตรีมมิง การต่อสู้บนจอทีวียังคงดุเดือด โดยเฉพาะในคืนวันเสาร์ที่ครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าเรตติ้งมักต่ำกว่าวันอาทิตย์ แต่ตอนนี้กลายเป็นเวทีโชว์พลังของดราม่าเกาหลียอดนิยมหลายเรื่องพร้อมกัน A Bona Fide Killer ของช่อง MBC ทะยานขึ้นสู่เรตติ้งเฉลี่ยทั่วประเทศ 10.2% ในวันที่ 15 สิงหาคม ครองอันดับ 1 ทุกช่องในช่วงเวลาเดียวกัน และกลายเป็นมินิซีรีส์ที่มียอดผู้ชมสูงสุดของคืน เป็นหมุดหมายสำคัญที่บอกว่าผู้ชมยังพร้อมกลับมานั่งหน้าทีวีถ้าเนื้อหาน่าติดตามพอ.

พร้อมกันนั้น tvN เรื่อง Spooky in Love และ KBS2 เรื่อง Love on the Menu ก็ทำสถิติสูงสุดของตัวเองในคืนวันเสาร์เช่นกัน โดย Love on the Menu กลายเป็นรายการทุกประเภทที่มีคนดูมากที่สุดของคืนวันเสาร์ ด้วยเรตติ้งเฉลี่ยทั่วประเทศ 14.2% ในขณะที่ Spooky in Love ครองอันดับ 1 ในช่วงเวลาออกอากาศของตัวเองด้วยเรตติ้งเฉลี่ย 6.1% ทั่วประเทศ เมื่อรวมกับการที่ซีรีส์อย่าง The Apartment Job ทำเรตติ้งวันเสาร์แตะ 5.4% เท่ากับสถิติเดิมก่อนตอนจบ เราจะเห็นว่าวันเสาร์กำลังกลายเป็นสมรภูมิหลักของค่ายทีวีที่ต้องการแย่งสายตาผู้ชมจากแพลตฟอร์มสตรีมมิง.

ความหลากหลายคืออาวุธ: ทำไมทุกแนวถึงขึ้นสู่ซีรีส์เกาหลีอันดับ 1 ได้

เมื่อมองภาพรวมของดราม่าเกาหลียอดนิยมในช่วงนี้ จะเห็นว่าคำว่า “อันดับ 1” ไม่ได้ผูกขาดอยู่กับแนวไหนแนวหนึ่งอีกต่อไป รายชื่อซีรีส์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดประจำสัปดาห์มีทั้ง A Shop for Killers 2 แนวแอ็กชันระทึกขวัญ, Spooky in Love แนวโรแมนซ์ปนลึกลับ, Our Sticky Love แนวโรแมนติก, A Bona Fide Killer แนวอาชญากรรม, Flex x Cop 2 แนวสืบสวน, My Bias, My Boss แนวออฟฟิศโรแมนซ์, The Husband และ Love on the Menu รวมถึง The Affair Was Just the Beginning และ The Apartment Job ขณะเดียวกันฝั่ง My Name ก็เพิ่มน้ำหนักให้แนวล้างแค้นเข้ามาเป็นอีกขั้วสำคัญ.

เบื้องหลังความหลากหลายนี้คือการผลักดัน K-content อย่างจริงจังมายาวนานกว่าสองทศวรรษ ซึ่งทำให้ผลงานเกาหลีครองใจผู้ชมทั่วเอเชียและขยายสู่ทั่วโลกในเวลาต่อมา เมื่อแพลตฟอร์มใหญ่อย่าง Netflix และผู้เล่นใหม่อย่าง Disney+ ลงสนามพร้อมกัน พวกเขาไม่มีทางเลือกนอกจากต้องหาซีรีส์เกาหลีอันดับ 1 ในแบบของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นแนวอาชญากรรม โรแมนซ์ หรือคอเมดี้ ยุคนี้จึงไม่ใช่แค่การแย่งยอดผู้ชมเกาหลี แต่คือการแข่งขันสร้างจักรวาลซีรีส์หลากหลายแนวให้ผู้ชมทั่วโลกเลือกเสพได้ตามอารมณ์ในแต่ละวัน ใครเข้าใจความหลากหลายมากกว่าก็มีโอกาสครองชาร์ตได้นานกว่า.

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!