ZestBuyZestBuy

ราคาการ์ดจอทะยานทั่วโลก เมื่อ GIGABYTE และ ASUS ขึ้นราคาพร้อมกัน

ราคาการ์ดจอทะยานทั่วโลก เมื่อ GIGABYTE และ ASUS ขึ้นราคาพร้อมกัน
ความสนใจ|ผู้ชื่นชอบคอมพิวเตอร์

คลื่นขึ้นราคาการ์ดจอครั้งใหม่คืออะไร และทำไมคนรักพีซีต้องสนใจ

คลื่นขึ้นราคาการ์ดจอครั้งใหม่นี้คือการที่ผู้ผลิตการ์ดจอรายใหญ่ เช่น GIGABYTE และ ASUS ปรับขึ้นราคาผลิตภัณฑ์สำหรับทั้ง GPU ของ NVIDIA และ AMD พร้อมกันราว 20-40% ในหลายภูมิภาค ส่งผลให้ทั้งราคาการ์ดจอ NVIDIA และรุ่นจาก AMD ในซีรีส์ล่าสุดแพงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และทำให้ผู้ใช้ทั่วไปไปจนถึงนักประกอบพีซีต้องจ่ายแพงกว่าเดิมมากต่อหนึ่งเฟรมเรตที่ได้จากเครื่องของตัวเอง

ประเด็นสำคัญคือเรื่องนี้ไม่ใช่แค่การ “ขยับราคาเล็กน้อย” แต่คือการรีเซ็ตราคาตลาดทั้งชุด เพราะผู้ผลิตบอร์ดพาร์ทเนอร์หลายรายเลือกเดินเกมพร้อมกัน ภายใต้ข้ออ้างเรื่องต้นทุน DRAM และห่วงโซ่อุปทานที่กดดัน ทำให้ GPU price increase รอบนี้มีลักษณะเหมือนการปรับฐานใหม่มากกว่าภาวะชั่วคราว และคนที่รับภาระเต็ม ๆ คือผู้ใช้ปลายทาง

ราคาการ์ดจอทะยานทั่วโลก เมื่อ GIGABYTE และ ASUS ขึ้นราคาพร้อมกัน

GIGABYTE ขึ้นราคาสูงสุด 40% พร้อมยกเลิกออร์เดอร์เก่า

จุดเริ่มที่เห็นภาพชัดคือกรณีของ GIGABYTE ที่ประกาศขึ้นราคาการ์ดจออย่างเป็นทางการ โดยตามประกาศของผู้ค้ารายหนึ่ง การขึ้นราคาใหม่เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม และแจ้งไว้ล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 28 กรกฎาคม การปรับครั้งนี้ไม่ใช่ระดับยิบย่อย เพราะมีการระบุช่วงไว้ชัดเจนว่าขึ้นตั้งแต่ 20% ไปจนถึงสูงสุด 40% ซึ่งถือเป็นหนึ่งในครั้งที่รุนแรงที่สุดของปีนี้

ผลกระทบไม่ได้หยุดแค่ป้ายราคาใหม่ แต่ลามไปถึงออร์เดอร์ที่มีอยู่ในมือร้านค้า ผู้ค้ารายเดิมออกประกาศเตือนลูกค้าว่าอาจไม่สามารถรักษาราคาที่เคยรับออร์เดอร์ไว้ได้ และมีความเป็นไปได้ที่จะต้องยกเลิกคำสั่งซื้อบางส่วนที่ทำไว้ก่อนวันที่ 1 สิงหาคม ขณะที่ออร์เดอร์ใหม่หลังวันที่ดังกล่าวจะถูกคิดตามราคาใหม่ทั้งหมด ผู้ซื้อที่หวังจะ “ล็อกของราคาต่ำ” จึงกลายเป็นผู้เสียเปรียบทันทีเมื่อร้านไม่สามารถรับภาระต้นทุนใหม่ได้

สิ่งที่น่ากังวลกว่านั้นคือสต็อกเดิมที่ราคาต่ำกว่าถูกระบายออกไปเกือบหมดแล้ว ทำให้ของล็อตใหม่ที่เข้ามาจะมีต้นทุนสูงกว่ามากและถูกส่งต่อมาที่ผู้บริโภคเต็ม ๆ นี่คือคำยืนยันว่าราคาการ์ดจอในตลาดปัจจุบันไม่ได้ “เผื่อไว้เผื่อดีดขึ้นชั่วคราว” แต่กำลังเดินเข้าสู่โครงสร้างราคาใหม่ที่สูงกว่าเดิมอย่างถาวร

ราคาการ์ดจอทะยานทั่วโลก เมื่อ GIGABYTE และ ASUS ขึ้นราคาพร้อมกัน

ASUS และ GIGABYTE ดันราคาในตลาดหลัก พรีเมียมสุดแตะ USD 666

ในอีกฟากหนึ่ง รายงานจากช่องทางค้าส่งระบุว่า ASUS และ GIGABYTE ได้เริ่มใช้นโยบายปรับราคาชุดใหม่ โดยคาดว่าราคาจะเพิ่มขึ้นราว 20% เมื่อเทียบกับระดับราคาในเดือนกรกฎาคม ข้อมูลเดียวกันระบุว่า GPU ในตลาดหนึ่งถูกปรับเพิ่มตั้งแต่ 300 หยวน (ประมาณ USD 44 หรือราว ฿1,600) ไปจนถึง 4,500 หยวน หรือ USD 666 (approx. ฿24,000) สำหรับรุ่นเรือธงอย่าง RTX 5090 D V2 นี่คือประโยคที่ชวนจำว่า “ราคาเรือธงบางรุ่นถูกดันขึ้นถึง USD 666 (approx. ฿24,000) จากการปรับครั้งนี้”

สิ่งที่ทำให้สถานการณ์เลวร้ายยิ่งขึ้นคือการปรับราคาไม่ได้กระทบเฉพาะรุ่นใหม่อย่าง RTX 50 series แต่ยังลามไปถึงรุ่นอย่าง RTX 3060 และ RTX 3050 ที่เคยเป็นตัวเลือกคุ้มค่าในระดับกลางด้วย ด้านฝั่ง AMD เอง การ์ดจอ Radeon RX 9000 series ก็ไม่รอด โดยมีการระบุว่ารุ่น RX 9060 XT ถูกปรับขึ้นสูงสุด 650 หยวน หรือ USD 96 (approx. ฿3,500) และรุ่น RX 9070 XT ปรับขึ้นได้ถึง 1,150 หยวน หรือ USD 170 (approx. ฿6,100) เมื่อทั้งสองค่ายใหญ่ถูกดันราคาพร้อมกัน ทางหนีของผู้บริโภคจึงแคบลงอย่างชัดเจน

แรงกดดันจาก DRAM และห่วงโซ่อุปทาน ทำไมราคาการ์ดจอถึงพุ่งพร้อมกัน

คำถามสำคัญคือทำไม GPU price increase รอบนี้จึงเกิดขึ้นพร้อมกันแทบทั้งอุตสาหกรรม แหล่งข่าวระบุชัดว่าการขึ้นราคา “เป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้จากต้นทุน DRAM ที่เพิ่มขึ้น” และได้ผลักดันให้ราคาพุ่งขึ้นในหลายภูมิภาคแล้ว เมื่อประกอบกับข่าวว่าผู้ผลิตอย่าง AMD เองก็เคยเลื่อนซีรีส์ RX 9000 เพราะกังวลเรื่องส่วนแบ่งตลาด แต่ท้ายที่สุดก็ยังต้องขึ้นราคาอยู่ดี ก็สะท้อนว่าระดับต้นทุนใหม่กำลังบังคับให้ทุกฝ่ายขยับไปในทิศทางเดียวกัน

อีกปัจจัยคือแรงกดดันจากห่วงโซ่อุปทานที่จำกัด เมื่อซัพพลาย GPU รุ่นใหม่อย่าง RTX 50 series และ RX 9000 series ถูกบีบ ทั้งผู้ผลิตชิปและบอร์ดพาร์ทเนอร์จึงมีแรงจูงใจในการรีดกำไรจากสินค้าล็อตที่มีอยู่ รายงานหนึ่งย้ำว่า “การ์ดจอ NVIDIA และ AMD เจเนอเรชันล่าสุดกำลังเผชิญการขึ้นราคาอีกระลอก” ซึ่งไม่ได้จำกัดแค่ผู้ผลิตรายเดียว แต่เป็นการเคลื่อนไหวร่วมกันของหลาย vendor ที่ขึ้นราคาการ์ดจอสำหรับทั้ง SKU ของ NVIDIA และ AMD นี่คือสัญญาณว่าตลาดกำลังจัดเรียงตัวใหม่ในฝั่งต้นทุน ไม่ใช่แค่การเก็งกำไรจากปลายทางเพียงอย่างเดียว

แรงกดดันระยะยาวต่อคนประกอบพีซี และทางเลือกที่ยังเหลืออยู่

ผลลัพธ์ที่ชัดที่สุดของการขึ้นราคาแบบประสานเสียงคือภาระที่ตกสู่ผู้ใช้ปลายทาง รายงานหนึ่งมองภาพรวมอย่างรุนแรงว่า การประกอบพีซีอาจ “ใกล้ถึงทางตัน” เพราะคนจำนวนมากชะลอการซื้อจากราคาหน่วยความจำ DDR5 ที่สูงขึ้น แล้วตอนนี้ยังต้องเจอกับราคาการ์ดจอที่แพงกว่าเดิมอีก เมื่อค่าใช้จ่ายของ PC component cost หลัก ๆ อย่าง RAM และ GPU พุ่งพร้อมกัน ชุมชนคนประกอบพีซีจำนวนใหญ่เริ่มไม่สามารถอัปเกรดหรือประกอบเครื่องใหม่ได้ตามแผน

ที่น่ากังวลกว่าคือแนวโน้มข้างหน้าไม่ได้บอกว่าจะผ่อนคลายเร็ว ๆ นี้ โดยมีรายงานว่าตั้งแต่เดือนสิงหาคม ผู้ขายบางรายเริ่มยกเลิกคำสั่งซื้อการ์ดจอ และผู้ขายหลายเจ้าก็เริ่มใช้นโยบายขึ้นราคาสำหรับ RTX 50 series และ RX 9000 series อย่างต่อเนื่อง เมื่อสต็อกเก่าราคาถูกถูกใช้หมด และสต็อกใหม่ทั้งหมดต้องจ่ายตามราคาต้นทุนรอบใหม่ คนรักพีซีอาจต้องคิดใหม่ว่า จะประคองงานอดิเรกนี้ด้วยงบประมาณแบบเดิมได้อย่างไร หรือควรเลื่อนการอัปเกรด รอเทคโนโลยีหรือโครงสร้างราคาที่สมเหตุสมผลกว่านี้ในอนาคต

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม บทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI จากแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่และข้อมูลสินค้า

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!