เมื่อเงินเที่ยวไม่คุ้มค่า: Gen Z เลือกอยู่ที่พักมากกว่าออกทริป

เมื่อเงินเที่ยวไม่คุ้มค่า: Gen Z เลือกอยู่ที่พักมากกว่าออกทริป
ความสนใจ|เที่ยวประหยัด

Gen Z ท่องเที่ยวแบบคิดคุ้มค่า: อยู่ที่พักก็ดีได้ถ้าเงินไม่พอ

การที่ Gen Z เลือกอยู่บ้านหรืออยู่ที่พักแทนการเดินทางไกลเมื่อค่าใช้จ่ายท่องเที่ยวสูงขึ้น คือการปรับพฤติกรรมท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับรายได้ ความเครียด และความคุ้มค่า โดยยอมลดจำนวนทริปใหญ่ แลกกับการเน้นประสบการณ์ที่มีความหมาย ใช้งบประมาณน้อยลง และคงคุณภาพชีวิตให้สมดุลมากกว่าเดิม ซึ่งสะท้อนวิธีคิดใหม่ต่อการเที่ยวและการเข้าสังคมของคนรุ่นนี้อย่างชัดเจน

ภาพจำว่า Gen Z ท่องเที่ยวแบบสายลุย เที่ยวถี่ เที่ยวไกล อาจยังจริงบางส่วน แต่กำลังถูกปรับด้วยข้อเท็จจริงเรื่องค่าครองชีพและค่าใช้จ่ายท่องเที่ยวที่สูงขึ้น หลายคนเริ่มถามตัวเองว่า “ทริปนี้คุ้มกับเงินและพลังงานที่ต้องใช้หรือไม่” เมื่อคำตอบคือไม่ การเลือกอยู่ที่พัก ออกทริปสั้น หรือใช้วันหยุดกับกิจกรรมใกล้ตัวจึงกลายเป็นคำตอบที่สมเหตุสมผลกว่า

อโกด้าเผยว่า Gen Z ชาวไทยกำลังเปลี่ยนการเดินทางให้เป็นกิจกรรมที่ทำได้บ่อยขึ้นผ่านทริปสั้น ๆ เพื่อเสริมสุขภาพจิต และเน้นตัวเลือกที่คุ้มค่าแทนทริปยาวแบบเดิม นี่คือสัญญาณชัดว่าคนรุ่นใหม่ไม่ได้เลิกเที่ยว แต่ปรับให้เที่ยวอย่างที่เงินในกระเป๋าและสภาพจิตใจรับไหว มากกว่าจะฝืนตามภาพฝันการเดินทางแบบเดิม

เมื่อเงินเที่ยวไม่คุ้มค่า: Gen Z เลือกอยู่ที่พักมากกว่าออกทริป

พฤติกรรมนักเที่ยวต่างเจเนอเรชั่น: สงกรานต์เดียวกัน แต่เที่ยวกันคนละแบบ

การมองเห็นว่าทำไม Gen Z ถึงเลือกอยู่ที่พักมากขึ้น ต้องเทียบกับวิธีเที่ยวของเจเนอเรชั่นอื่น โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสำคัญอย่างสงกรานต์ที่ทุกเจนแห่เดินทางออกจากเมืองเดียวกัน แต่ใช้มุมมองต่างกันต่อสิ่งที่เรียกว่า “คุ้มค่า” ทั้งเรื่องเวลา ความสะดวกสบาย และประสบการณ์ที่ได้จากทริปหนึ่งครั้ง

แพลตฟอร์มท่องเที่ยวรายหนึ่งเปิดเผยอินไซต์ Songkran Travel Trends ที่วิเคราะห์พฤติกรรมการเดินทางในช่วง 10–18 เมษายนตลอด 3 ปีที่ผ่านมา พบการเปลี่ยนแปลงของนักเดินทางกลุ่มหลัก โดยเฉพาะพลังของ Gen Y และเทรนด์ Solo Traveller ที่พุ่งสูงต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน พบว่า 80% ของผู้ใช้ Gen Z จองการเดินทางผ่านสมาร์ตโฟน 24% นิยมจองที่พักนาทีสุดท้าย และมากกว่า 20% เลือกเดินทางคนเดียวหรือแบบแบ็กแพ็ก

ในทางกลับกัน Baby Boomers นิยมวางแผนล่วงหน้า มากกว่า 50% จองที่พักล่วงหน้าก่อนเดินทางอย่างน้อย 3 สัปดาห์ ต้องการความมั่นใจและความสะดวกครบวงจร ขณะที่ Gen Z จองนาทีสุดท้ายและเน้นความคล่องตัว ต่างฝ่ายต่างมอง “การเที่ยวสงกรานต์” ผ่านเลนส์ชีวิตคนละแบบ จึงไม่แปลกที่เมื่อค่าใช้จ่ายท่องเที่ยวสูงขึ้น Gen Z จะเป็นกลุ่มแรก ๆ ที่หันกลับมาอยู่บ้านหรืออยู่ที่พัก แล้วคัดทริปเฉพาะที่รู้สึกว่าคุ้มจริง

เมื่อเงินเที่ยวไม่คุ้มค่า: Gen Z เลือกอยู่ที่พักมากกว่าออกทริป

จากสายลุยสู่สายพัก: เมื่อท่องเที่ยวประหยัดสำคัญกว่าความหรูหรา

การที่ Gen Z ให้ความสำคัญกับท่องเที่ยวประหยัด ไม่ได้แปลว่าพวกเขาเบื่อการเดินทาง แต่สะท้อนการจัดลำดับความสำคัญใหม่ระหว่างเงิน ประสบการณ์ และสุขภาพจิต พวกเขาพร้อมตัดค่าใช้จ่ายที่มองว่าเกินจำเป็น เพื่อให้ยังสามารถเดินทางได้บ่อยในระดับที่ไม่บั่นทอนเงินออมหรือความมั่นคงชีวิต

ข้อมูลแสดงชัดว่าประมาณ 30% ของ Gen Z และ Millennials นิยมจองที่พักราคาประหยัด เช่น โฮสเทลหรือบูติกโฮเทล แทนโรงแรมหรู และมากถึง 70% มองหาประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครมากกว่าความหรูหรา เช่น เที่ยวธรรมชาติ คาเฟ่ลับ หรือเวิร์กชอปท้องถิ่น ขณะเดียวกัน แพลตฟอร์มจองที่พักอีกแห่งรายงานว่า Gen Z ชาวไทยหันมาใช้ทริปสั้น ๆ เพื่อเติมพลังและดูแลสุขภาพจิต แทนทริปยาวใช้เงินก้อน

เมื่อเกณฑ์ความคุ้มค่าเข้มงวดขึ้น ทริปที่ต้องจ่ายสูงแต่ได้ประสบการณ์ไม่ต่างจากกิจกรรมใกล้บ้านจึงถูกตัดออก ผลคือ Gen Z กลายเป็น “สายพัก” ในหลายโอกาส เลือกซื้อดีลที่พักดี ๆ ทำกิจกรรมเบา ๆ ใกล้ตัว แทนการออกเดินทางไกล โดยยังรักษาความรู้สึกว่าได้พักผ่อนและได้เที่ยวในรูปแบบที่เหมาะกับกระเป๋าเงินมากกว่า

เมื่อเงินเที่ยวไม่คุ้มค่า: Gen Z เลือกอยู่ที่พักมากกว่าออกทริป

Soft Socializing: อยู่บ้าน ประหยัด แต่ยังอยากมีเพื่อน

อีกด้านที่อธิบายการอยู่บ้านของ Gen Z ได้ดีคือการเปลี่ยนรูปแบบการเข้าสังคม จากการสังสรรค์หนัก ใช้เงินเยอะ ไปสู่สิ่งที่ The Harris Poll เรียกว่า Soft Socializing หรือการเข้าสังคมแบบเบา ๆ เน้นกิจกรรมสงบ ค่าใช้จ่ายไม่สูง และไม่ต้องมีแอลกอฮอล์เป็นศูนย์กลาง นี่คือคำตอบของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการเชื่อมต่อกับคนอื่นโดยไม่ต้องแลกด้วยค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่หรือความกดดันทางสังคม

ผลสำรวจชี้ว่า 73% ของ Gen Z ต้องการพื้นที่พบปะที่ไม่ได้เน้นดื่มแอลกอฮอล์ และ 65% รู้สึกเชื่อมโยงกับผู้อื่นได้มากกว่าเมื่ออยู่ในกิจกรรมด้านสุขภาพและ Wellness มากกว่าการไปบาร์ อย่างไรก็ตาม การอยู่บ้านมากขึ้นก็นำมาพร้อมความเหงา 51% ระบุว่ารู้สึกเหงาในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ และ 65% รู้สึกว่าชีวิตทางสังคมของตัวเองเกิดขึ้นผ่านโทรศัพท์มากกว่าการพบเจอคนจริง ๆ

ภาพนี้ชี้ชัดว่า Gen Z ไม่ได้อยากตัดขาดจากโลกภายนอก แต่ต้องการรูปแบบการเข้าสังคมที่ทั้งประหยัดและมีความหมาย พวกเขายังออกไปชมภาพยนตร์หรือทำกิจกรรมนอกบ้านเมื่อรู้สึกว่าคุ้มค่ากับประสบการณ์ที่บ้านให้ไม่ได้ เกณฑ์การตัดสินใจจึงไม่ใช่ “ออกหรือไม่ออก” แต่คือ “อะไรคุ้มพอให้ลุกออกจากบ้าน” มากกว่า

เมื่อการเที่ยวไม่คุ้ม: เกณฑ์ใหม่ของ Gen Z ต่อการเดินทางในอนาคต

เมื่อค่าใช้จ่ายท่องเที่ยวสูงขึ้น การอยู่บ้านหรืออยู่ที่พักในเมืองจึงกลายเป็นตัวเลือกที่มีเหตุผล โดยเฉพาะสำหรับ Gen Z ที่ต้องจัดการทั้งรายได้จำกัด ความผันผวนเศรษฐกิจ และภาระทางจิตใจ พวกเขาไม่ได้ปฏิเสธการเที่ยว แต่ยกมาตรฐานความคุ้มค่าให้สูงขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้ทุกทริปสอดคล้องกับชีวิตจริง ไม่ใช่ภาพฝันในโซเชียล

ข้อมูลจากแพลตฟอร์มท่องเที่ยวระบุว่า Gen Z มีแนวโน้มจองที่พักใกล้แหล่งท่องเที่ยวมากกว่า Baby Boomers ถึง 45% เพื่อความสะดวกในการเข้าถึงสถานที่สำคัญ ขณะที่ Baby Boomers ใช้บริการ Concierge หรือ Private Tour สูงกว่าถึง 95% ตอกย้ำว่าคนละเจเนอเรชั่นให้ค่ากับความคุ้มค่าและความสะดวกสบายต่างกันอย่างสิ้นเชิง ด้านรูปแบบการจอง มากกว่า 50% ของ Baby Boomers จองล่วงหน้าอย่างน้อย 3 สัปดาห์ ขณะที่ 24% ของ Gen Z เลือกจองที่พักแบบนาทีสุดท้าย ซึ่งสะท้อนถึงความยืดหยุ่นและการพร้อมเปลี่ยนแผนอย่างอิสระ

บทสรุปคือ เมื่อเงินเที่ยวไม่คุ้ม Gen Z จะไม่ฝืนออกทริปเพื่อรักษาภาพว่าตัวเองรักการเดินทาง แต่จะหันมาออกแบบวันหยุดให้คุ้มกับงบประมาณและสุขภาพจิตที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการอยู่ที่พัก ทำทริปสั้น หรือ Soft Socializing ใกล้บ้าน ใครที่ทำงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจึงต้องเข้าใจเกณฑ์ใหม่ของคนรุ่นนี้ หากอยากให้พวกเขายอมควักกระเป๋าออกเดินทางอีกครั้ง

เมื่อเงินเที่ยวไม่คุ้มค่า: Gen Z เลือกอยู่ที่พักมากกว่าออกทริป

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม บทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI จากแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่และข้อมูลสินค้า

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!