ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

VIFF ปลุกพลังเทศกาลหนังอิสระไทยให้เป็นสะพานสู่วงการโลก

VIFF ปลุกพลังเทศกาลหนังอิสระไทยให้เป็นสะพานสู่วงการโลก
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

VIFF คืออะไร และทำไมถึงสำคัญต่อเทศกาลหนังอิสระไทย

VIFF คือเทศกาลภาพยนตร์ที่ตั้งใจทำหน้าที่มากกว่าเวทีฉายหนัง แต่เป็นพื้นที่ทดลอง สร้างเครือข่าย และพัฒนาคนทำหนังรุ่นใหม่ โดยใช้โปรแกรมภาพยนตร์ กิจกรรมเสวนา เวิร์กช็อป มาสเตอร์คลาส และกิจกรรมพบปะในรูปแบบไฮบริด ทั้งออนไซต์และออนไลน์ เพื่อเชื่อมต่อภาพยนตร์ ผู้สร้าง และผู้ชมเข้าด้วยกัน สร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของเทศกาลหนังอิสระไทยและการยกระดับสู่เวทีนานาชาติ สิ่งที่ VIFF กำลังทำคือเขย่าภาพจำของเทศกาลหนังที่มักเน้นเพียงโปรแกรมฉายและพรมแดง เพราะปีนี้จัดฉายภาพยนตร์ไทยและภาพยนตร์ไทยนานาชาติรวมกว่า 46 เรื่องตลอด 15 วัน พร้อมกิจกรรม Film Talks Workshops Masterclasses Networking และนิทรรศการ เพื่อให้การดูหนังกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการแลกเปลี่ยนและต่อยอด ไม่ใช่จุดจบของการเสพสื่อ เป้าหมายตามคำอธิบายของผู้จัดคือการสร้าง “พื้นที่พบกัน” ระหว่างคนทำหนัง ผู้ชม และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมให้เกิดโอกาสและความร่วมมือใหม่ๆ

VIFF ปลุกพลังเทศกาลหนังอิสระไทยให้เป็นสะพานสู่วงการโลก

จากงานฉายสู่แพลตฟอร์มพัฒนา: VIFF ออกแบบพื้นที่ให้คนทำหนังรุ่นใหม่

หากมองในมุมคนทำหนัง เทศกาลหนังอิสระไทยที่สำคัญในตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่จำนวนเรื่องฉาย แต่อยู่ที่ว่าพื้นที่นั้นช่วยให้เขาเติบโตได้แค่ไหน VIFF เลือกตอบคำถามนี้ด้วยการออกแบบโปรแกรมให้หนังเป็นแค่จุดตั้งต้น แล้วสร้างกระบวนการเรียนรู้ต่อเนื่องผ่านการเสวนาและเวิร์กช็อป เช่น วงสนทนาในโปรแกรม Festival Weekend ที่เปิดให้คนทำหนัง ผู้ชม และคนในอุตสาหกรรมมาพูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมองเรื่องการสร้างหนังอิสระ ภายใต้แนวคิด “FIRST” ที่เน้นเรื่องเล่าใหม่และมุมมองที่แตกต่าง คำกล่าวของรองผู้อำนวยการผู้จัดว่า “FIRST ไม่ได้หมายถึงเพียงภาพยนตร์เรื่องแรกของผู้กำกับเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมเรื่องราวที่ยังไม่ถูกเล่าและความกล้าที่จะทดลอง” เป็นการประกาศชัดว่า VIFF มองเทศกาลเป็นพื้นที่บ่มเพาะมากกว่าการจัดอันดับผลงาน นี่คือทิศทางที่น่าสนใจ เพราะเมื่อเทศกาลเลือกลงทุนกับกระบวนการสร้างคน ผลตอบแทนระยะยาวคือคนทำหนังรุ่นใหม่ที่มีทักษะ คอนเนกชัน และความมั่นใจในการก้าวออกสู่ภาพยนตร์ไทยนานาชาติ

VIFF ปลุกพลังเทศกาลหนังอิสระไทยให้เป็นสะพานสู่วงการโลก

เวทีประกวดและวงเสวนา: ห้องทดลองสำหรับภาษาหนังและการเชื่อมต่อ

หนึ่งในกลไกสำคัญที่ทำให้ VIFF แตกต่างจากเทศกาลทั่วไป คือการใช้เวทีประกวดและวงเสวนาเป็น “ห้องทดลอง” พร้อมกัน ทั้งสำหรับภาษาหนังและการเชื่อมต่อกับวงการภาพยนตร์กว้างขึ้น VIPA Film Prize: Emerging Competition ถูกออกแบบให้เป็นเวทีประกวดภาพยนตร์สั้นทั้ง Fiction และ Documentary เพื่อค้นหาผู้กำกับและนักเล่าเรื่องรุ่นใหม่ เปิดโอกาสให้ผลงานได้พบผู้ชมและเครือข่ายในวงการภาพยนตร์โดยตรง ปีนี้มีผลงานจากผู้สร้างหลายประเทศส่งเข้าร่วมกว่า 181 เรื่อง จาก 9 ประเทศ ก่อนคัดเหลือ 20 ผลงานเข้ารอบสุดท้าย ในอีกด้าน วงเสวนาเรื่อง Long Take ในโปรแกรม Festival Weekend แสดงให้เห็นว่าพื้นที่พูดคุยไม่ได้มีไว้เสริมบรรยากาศ แต่คือการชวนคนทำหนังถอดรหัสเครื่องมือของตัวเอง ตั้งแต่การย้ำว่าการใช้ Long Take ต้องพาเรื่องและความรู้สึกเดินหน้าไปพร้อมผู้ชม ไปจนถึงการตั้งคำถามว่าทำไมคนทำหนังอิสระต้องยอมสละการตัดต่อแล้วใช้จังหวะนักแสดง พื้นที่ในเฟรม และเสียงเป็นตัวกำหนดอารมณ์แทน นี่คือการยกระดับบทสนทนาเรื่องภาษาหนังให้กลายเป็นทุนคิดร่วมกันของทั้งคนทำและคนดู

VIFF ปลุกพลังเทศกาลหนังอิสระไทยให้เป็นสะพานสู่วงการโลก

เชื่อมภาพยนตร์กับประวัติศาสตร์และชุมชนคนดู: VIFF สร้างฐานผู้ชมกว้าง

เทศกาลหนังอิสระไทยจะเดินไปต่อไม่ได้ หากผู้ชมยังถูกจำกัดอยู่ในกลุ่มเล็ก VIFF จึงเลือกขยายฐานผู้ชมผ่านทั้งโปรแกรมฉายและนิทรรศการที่เชื่อมภาพยนตร์เข้ากับประเด็นทางสังคม เช่น นิทรรศการ “50 ปี 6 ตุลา : SCENE OF OCT. จากรอยแผลสู่อนาคต” ที่นำเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์มาถักทอใหม่ด้วยแนวคิด “6 Scenes 6 Perspectives” ผ่านงานศิลปะ ภาพยนตร์ ดนตรี บทกวี การตั้งคำถาม และบอร์ดเกม เปิดพื้นที่ให้ผู้ชมได้เรียนรู้และตั้งคำถามจากอดีตสู่อนาคต นิทรรศการนี้จัดแสดงตั้งแต่วันที่ 21 กันยายนถึง 16 ตุลาคม เวลา 09.00-18.00 น. ณ พื้นที่นิทรรศการ ชั้น 1 อาคาร D ด้านการเข้าถึง เทศกาลจัดในรูปแบบ Hybrid เปิดให้ประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมและรับชมภาพยนตร์ฟรีทั้งในพื้นที่จัดงานและบนแพลตฟอร์มออนไลน์ รวมถึงกิจกรรมชมนิทรรศการ Long Take และการฉายภาพยนตร์สุดพิเศษจากหลายประเทศที่เปิดให้ผู้ชมกว้างขึ้นสามารถสัมผัสได้ การเลือกให้เข้าถึงโดยไม่มีค่าใช้จ่ายทำให้ผู้ชมใหม่ๆ สามารถก้าวเข้ามาสัมผัสหนังอิสระโดยไม่รู้สึกว่าต้องเป็น “คนวงการ” ก่อน นี่คือการสร้างชุมชนคนดูที่เป็นฐานรองรับการเติบโตของภาพยนตร์ไทยนานาชาติในระยะยาว

VIFF ปลุกพลังเทศกาลหนังอิสระไทยให้เป็นสะพานสู่วงการโลก

บทสรุปและสิ่งต่อไป: VIFF ในฐานะลานบินของคนทำหนังอิสระ

เมื่อมองภาพรวมตลอด 15 วันของงาน เทศกาลนี้แสดงให้เห็นชัดว่า VIFF ไม่ได้คิดถึงตัวเองแค่ในกรอบ “งานปีนี้” แต่กำลังปูโครงสร้างเพื่ออนาคตของคนทำหนังรุ่นใหม่ ตั้งแต่การใช้แนวคิด “FIRST” ดึงเรื่องเล่าใหม่และมุมมองที่ยังไม่ถูกเล่ามาอยู่ตรงกลางพื้นที่ การสร้างเวทีอย่าง VIPA Film Prize และ VIPA Pitching Project ที่เปิดให้นักเล่าเรื่องวัย 18-24 ปี 20 ทีมพัฒนาแนวคิดและเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญเพื่อสร้างสารคดีสั้นเรื่องราวของคนธรรมดาที่ไม่ธรรมดา ไปจนถึงการปิดเทศกาลด้วยค่ำคืน CLOSING NIGHT & AWARDS ที่ไม่ใช่แค่ประกาศรางวัล แต่มีช่วง “Behind the Jury's Choice” เพื่อเปิดมุมมองการตัดสินให้ผู้สร้างเห็นเกณฑ์และความคิดเบื้องหลัง สิ่งเหล่านี้ทำให้ VIFF กลายเป็น “ลานบิน” มากกว่า “งานรวมพล” เพราะคนทำหนังอิสระไทยที่ผ่านพื้นที่นี้ไม่ได้กลับบ้านพร้อมถ้วยรางวัลเท่านั้น แต่กลับไปพร้อมเครือข่าย ประสบการณ์ และความเข้าใจในภาษาหนังของตัวเองชัดขึ้น สำหรับผู้ชม เทศกาลสร้างนิสัยการดูหนังที่เชื่อมโยงกับการตั้งคำถามและการแลกเปลี่ยน เมื่อคนทำหนังและคนดูเดินไปด้วยกันแบบนี้ เทศกาลอย่าง VIFF จึงมีศักยภาพจะกลายเป็นแพลตฟอร์มหลักที่ผลักดันภาพยนตร์ไทยนานาชาติและหนังอิสระไทยให้ก้าวสู่สายตาโลกอย่างมั่นคง

VIFF ปลุกพลังเทศกาลหนังอิสระไทยให้เป็นสะพานสู่วงการโลก

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!