ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

รีดีไซน์ออฟฟิศแบบ wellness workplace ลงทุนกับคนมากกว่าสวัสดิการ

รีดีไซน์ออฟฟิศแบบ wellness workplace ลงทุนกับคนมากกว่าสวัสดิการ
ความสนใจ|การใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดี

Well-being workplace คืออะไรกันแน่ และทำไมต้องเริ่มที่ออฟฟิศ

Well-being workplace คือการออกแบบสำนักงานให้เป็นพื้นที่ส่งเสริมสุขภาพกาย สุขภาพใจ และคุณภาพชีวิตในการทำงาน โดยผสานสิ่งแวดล้อม การจัดสรรเวลา และสวัสดิการเข้าด้วยกัน เพื่อให้พนักงานดูแลตัวเองได้ระหว่างวัน ลดความเครียดจากงาน สนับสนุนความสมดุลชีวิตการทำงาน และเชื่อมโยงการดูแลสุขภาพจากที่ทำงานไปสู่ชีวิตส่วนตัวอย่างต่อเนื่อง ไม่มองสุขภาพเป็นแค่สิทธิประโยชน์ แต่เป็นหัวใจของกลยุทธ์บริหารคนในองค์กร มุมมองนี้กำลังเปลี่ยนเกมการออกแบบสำนักงานอย่างชัดเจน เพราะข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกระบุว่า ภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวลทำให้โลกสูญเสียวันทำงานประมาณ 12,000 ล้านวันต่อปี และกลายเป็นความสูญเสียทางเศรษฐกิจจาก Productivity ที่ลดลงในระดับมหาศาล ตัวเลขนี้บอกตรงๆ ว่า สุขภาพที่ทำงานไม่ใช่เรื่องหรูหรา แต่เป็นความจำเป็นทางธุรกิจ การที่องค์กรหนึ่งตัดสินใจรีดีไซน์สำนักงานใหญ่ให้เป็น wellness workplace แบบเต็มรูปแบบ จึงไม่ใช่เทรนด์ตกแต่งออฟฟิศ แต่เป็นการเลือกลงทุนกับคนอย่างมีเป้าหมาย แสนสิริเดินหน้ายกระดับ SIRI CAMPUS ให้เป็น Well-Being Workplace เพื่อดูแลพนักงานกว่า 5,000 คน โดยประกาศชัดว่าการดูแลสุขภาพไม่ใช่สวัสดิการเสริม แต่คือแกนกลางของการดูแลคนในองค์กร นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่บริษัทอื่นควรจับตามอง

MOVE: พื้นที่ออกกำลังกายในออฟฟิศที่สอนให้คนทำงานรู้จักร่างกายตัวเอง

หากการออกแบบสำนักงานยุคก่อนเน้นโต๊ะทำงานและห้องประชุม การออกแบบสำนักงานยุคใหม่ต้องเริ่มด้วยคำถามว่า พนักงานได้ขยับตัว ดูแลกล้ามเนื้อ และลดปัญหาออฟฟิศซินโดรมอย่างไรในหนึ่งวัน แนวคิด MOVE ที่ SIRI CAMPUS คือคำตอบเชิงพื้นที่ของคำถามนี้ โซน MOVE ถูกวางบทบาทให้เป็นฐานการดูแลสุขภาพกาย มีทั้ง Pilates Studio ที่เน้นการสร้างความแข็งแรงของแกนกลางลำตัว เพิ่มความยืดหยุ่น และช่วยปรับบุคลิกภาพตามหลักสรีระอย่างปลอดภัย ดูแลโดยครูผู้สอนมาตรฐาน STOTT และฟิตเนสที่ใช้อุปกรณ์จาก Technogym ครอบคลุมทั้ง Cardio Strength และ Functional Training พร้อม Personal Trainer ที่ออกแบบโปรแกรมเฉพาะบุคคล จุดสำคัญไม่ใช่แค่ความครบของเครื่องมือ แต่คือการเอากิจกรรมทางกายเข้ามาอยู่ในชีวิตการทำงานประจำวัน สุขภาพที่ทำงานจึงไม่ถูกผลักออกไปหลังเลิกงานหรือวันหยุด แต่พนักงานสามารถใช้ฟิตเนสและบริการด้าน Well-Being ได้ทุกเวลา หากจัดการงานของตัวเองได้ดี โดยเฉพาะช่วง Off-Peak 10.00–16.00 ที่มีการให้พ้อยต์และกิจกรรมพิเศษกระตุ้นการดูแลตัวเอง นี่คือการออกแบบให้ความสมดุลชีวิตการทำงานเกิดขึ้น“ในเวลา”ทำงาน ไม่ใช่หลังจากหมดแรงจากงานแล้ว

RECOVER และ RECHARGE: โครงสร้างฟื้นฟูและพักใจในกลางวันทำงาน

องค์กรที่มองสุขภาพเป็นสวัสดิการมักจบที่ประกันสุขภาพ แต่การมองสุขภาพเป็นโครงสร้างการทำงานทำให้ต้องออกแบบพื้นที่สำหรับการฟื้นฟูร่างกายและการพักใจระหว่างวัน แนวคิด RECOVER และ RECHARGE ใน SIRI CAMPUS ทำให้สำนักงานใหญ่กลายเป็นศูนย์เวลเนสขนาดย่อมสำหรับคนทำงาน โซน RECOVER ถูกใช้แก้ปัญหาออฟฟิศซินโดรมและอาการล้าจากการทำงานด้วยเทคโนโลยีฟื้นฟู เช่น Cryotherapy การบำบัดด้วยความเย็นเพื่อลดการอักเสบและฟื้นคืนพลัง และ Red Light Therapy ที่ใช้แสงสีแดงฟื้นฟูการสร้างพลังงานระดับเซลล์ โดยมี Physical Therapy Clinic ประจำออฟฟิศ พร้อมนักกายภาพบำบัดและเครื่องมือทางการแพทย์ดูแลอาการเจ็บที่เกิดจากงานและการใช้ชีวิต อีกฝั่งคือโซน RECHARGE ที่ทำหน้าที่เป็นพื้นที่พักและผ่อนคลาย โดยมี Recharge Pod และเก้าอี้นวดไฟฟ้าให้พนักงานได้พักสายตา คลายความเครียด และใช้เวลาอยู่กับตัวเองก่อนกลับไปทำงานต่อ พื้นที่แบบนี้สำคัญมากในบริบทสุขภาพจิต เพราะสภาพแวดล้อมการทำงานที่มีภาระงานมาก ชั่วโมงทำงานยาว หรือขาดความสมดุลชีวิตการทำงาน สามารถส่งผลต่อสุขภาพใจได้โดยตรง การมีมุมพักกลางวันจึงไม่ใช่ความฟุ่มเฟือย แต่เป็นส่วนหนึ่งของการป้องกันปัญหาจิตใจที่รุนแรงกว่าในระยะยาว

จากสวัสดิการสู่ “โครงสร้างชีวิต” ของคนทำงานกว่า 5,000 คน

จุดที่ทำให้โมเดล SIRI CAMPUS น่าสนใจคือการไม่หยุดอยู่กับการตกแต่งออฟฟิศให้ดูดี แต่ขยายแนวคิดสุขภาพที่ทำงานออกไปเป็นโครงสร้างชีวิตแแบบครบวงจร ภายใต้แนวคิด “Sansiri WELL, WELL IN EVERY DAY — ชีวิตดี รู้สึกดีได้ทุกวัน” องค์กรนี้ดึงแนวคิดการดูแลเชิงป้องกันเข้ามาในพื้นที่ MOVE RECOVER RECHARGE และต่อยอดไปสู่สวัสดิการด้านสุขภาพ การเงิน และเรื่องส่วนตัวของพนักงาน ในด้านสุขภาพ มีสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลด้านสุขภาพจิต ช่วยให้การดูแลใจไม่เป็นเรื่องไกลตัว ด้านการเงินมีเงินช่วยเหลือค่าครองชีพรายเดือน ทุนการศึกษาบุตร และเงินกู้ฉุกเฉิน 0% รวมถึงเงินกู้สำหรับค่ารักษาสัตว์เลี้ยง สิทธิลาเพื่อการเปลี่ยนเพศสภาพ และสิทธิลาเพื่อพักใจเมื่อสูญเสียคนในครอบครัวหรือสัตว์เลี้ยง การออกแบบแบบนี้กำลังบอกว่า wellness workplace ที่แท้จริงต้องลดปัจจัยกังวลในชีวิตจริง ไม่ใช่แค่เพิ่มเครื่องมือสุขภาพในออฟฟิศ ผลลัพธ์ที่น่าสนใจคือ พนักงานได้ลองใช้โปรแกรมและพื้นที่ด้านสุขภาพในชีวิตประจำวันของการทำงาน ได้ฝึกจัดเวลางานและเวลาพัก ได้เห็นตัวอย่างการดูแลร่างกายและจิตใจที่เป็นรูปธรรม แล้วสามารถนำแนวปฏิบัติเหล่านี้กลับไปใช้ในชีวิตส่วนตัว ดังนั้น การลงทุนกับ Well-being จึงกลายเป็นการสร้างสภาพแวดล้อมที่ช่วยให้คนทำงานดูแลตัวเองได้ง่ายขึ้น และเป็นเครื่องมือในการรักษาคนให้อยู่กับองค์กรในระยะยาว

บทเรียนสำหรับองค์กรอื่น: สุขภาพที่ทำงานคือกลยุทธ์ธุรกิจ ไม่ใช่ของแถม

เมื่อมองกรณี SIRI CAMPUS ในภาพกว้าง สิ่งที่สะท้อนชัดคือการเปลี่ยนกรอบคิดจาก “สวัสดิการพนักงาน” ไปเป็น “การลงทุนกับคน” การเปลี่ยนสำนักงานใหญ่ให้เป็น wellness workplace เต็มรูปแบบ พร้อมเปิด 3 พื้นที่ MOVE RECOVER RECHARGE เพื่อดูแลทรัพยากรบุคคลกว่า 5,000 คน ไม่ใช่โครงการตกแต่ง แต่เป็นกลยุทธ์ด้านบุคลากรที่ตั้งใจจะลงทุนกับพลังกายและพลังใจของคนทำงาน แนวคิดนี้เกิดขึ้นบนวิชั่นที่ว่า คนยุคใหม่โฟกัสการดูแลสุขภาพทั้งร่างกาย จิตใจ ความรู้สึก และอารมณ์ การจะให้พนักงานเข้าใจและส่งต่อแนวคิด Well-Being ไปยังลูกค้าได้ พวกเขาต้องมีประสบการณ์ตรงในสถานที่ทำงานก่อน นี่เป็นคำเตือนให้องค์กรอื่นกลับมาทบทวนว่า การออกแบบสำนักงานและสวัสดิการยังตอบโจทย์ความสมดุลชีวิตการทำงานของคนแต่ละเจเนอเรชันหรือไม่ ในยุคที่ WHO ระบุว่าความเจ็บป่วยทางจิตทำให้โลกสูญเสียวันทำงานนับหมื่นล้านวันต่อปี การนิ่งเฉยคือการยอมรับความสูญเสียทางธุรกิจอย่างเงียบๆ โมเดล SIRI CAMPUS แสดงให้เห็นว่า เมื่อองค์กรยอมลงทุนสร้าง wellness workplace ที่คนใช้ได้จริง ตั้งแต่พื้นที่ออกกำลังกาย พื้นที่ฟื้นฟู พื้นที่พักใจ ไปจนถึงสวัสดิการชีวิตจริง พนักงานไม่เพียงทำงานได้อย่างมีคุณภาพมากขึ้น แต่ยังได้เรียนรู้การดูแลตัวเองและเอาไปต่อยอดในชีวิตส่วนตัวด้วย ทางเลือกจึงชัดเจนว่า องค์กรจะมองสุขภาพเป็นค่าใช้จ่าย หรือจะมองมันเป็นการลงทุนกับคนที่ทำให้ทุกฝ่ายได้กำไร

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!