ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

เทศกาลอาหารท้องถิ่น พลิกเมืองเล็กเป็นจุดหมายท่องเที่ยวด้านอาหาร

เทศกาลอาหารท้องถิ่น พลิกเมืองเล็กเป็นจุดหมายท่องเที่ยวด้านอาหาร
ความสนใจ|การพูดคุยเกี่ยวกับสูตรอาหาร

เทศกาลอาหารท้องถิ่น ไม่ใช่แค่ของกินแต่คือยุทธศาสตร์เมือง

เทศกาลอาหารท้องถิ่น คือการนำเมนูพื้นบ้าน วัตถุดิบประจำถิ่น และภูมิปัญญาอาหารของชุมชนมารวมกันเป็นงานสาธารณะ เปิดให้คนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวได้ชิม เรียนรู้เรื่องราวของอาหาร เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิต เพื่อสร้างภาพลักษณ์เมืองด้านอาหาร หรือ Gastronomy City และต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่ยึดรากจากฐานชุมชน ไม่ใช่เพียงการจัดงานกินดื่มระยะสั้น แต่เป็นกระบวนการสร้างคุณค่าแบรนด์เมืองผ่านรสชาติและเรื่องเล่าของอาหารพื้นบ้านที่มีตัวตนชัดเจน มุมมองที่ควรย้ำคือ เทศกาลอาหารท้องถิ่นกำลังกลายเป็นเครื่องมือทางนโยบาย ไม่ใช่แค่กิจกรรมเอนเตอร์เทนเมนต์ การที่จังหวัดต่างๆ ลุกขึ้นมาจัดงานและพูดถึงวิสัยทัศน์ Gastronomy City คือสัญญาณว่าการส่งเสริมอาหารพื้นบ้านถูกขยับจากครัวบ้านสู่โต๊ะประชุมผู้บริหารระดับจังหวัดและคณะรัฐมนตรีแล้ว

สมุทรสงครามกับมหกรรมอาหารพื้นถิ่น 36 ตำบล สู่ภาพฝัน Gastronomy City

กรณีสมุทรสงครามน่าจะเป็นตัวอย่างชัดที่สุดของเมืองเล็กที่ประกาศตัวเดินหน้าเป็น Gastronomy City ผ่านงาน “มหกรรมอาหารพื้นถิ่น 36 ตำบล จังหวัดสมุทรสงคราม (Gastronomy City)” ที่เปิดอย่างเป็นทางการโดยผู้ว่าราชการจังหวัด ณ วัดปากน้ำ ตำบลแควอ้อม ระหว่างวันที่ 29-30 สิงหาคม 2569 งานนี้รวบรวมอาหารจากทั้ง 36 ตำบลไว้ในที่เดียว เปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวชิม เรียนรู้ที่มาของวัตถุดิบ และฟังเรื่องเล่าจากผู้รังสรรค์อาหาร พร้อมกิจกรรมภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เชื่อมกับศิลปวัฒนธรรม สิ่งที่น่าสนใจคือ ผู้ว่าฯ ไม่มองงานเพียงสองวันเป็นจุดจบ แต่เน้นต่อยอดให้เกิดเครือข่ายอาหารพื้นถิ่นต่อเนื่อง ตั้งแต่เกษตรกร ผู้ผลิตวัตถุดิบ ร้านอาหาร คนรุ่นใหม่ ชุมชนท่องเที่ยว ไปจนถึงโรงเรียนและองค์กรท้องถิ่น เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารและเพิ่มรายได้ให้ประชาชน นี่คือการส่งเสริมอาหารพื้นบ้านที่มองครบห่วงโซ่ ไม่หยุดอยู่ที่เวทีถ่ายรูปและบูธขายของชั่วคราว

เทศกาลอาหารท้องถิ่น พลิกเมืองเล็กเป็นจุดหมายท่องเที่ยวด้านอาหาร

ระยอง “กินดี ช้อปดี” เมื่อเทศกาลกลายเป็นเครื่องยนต์หนุน SMEs และวัตถุดิบ GI

ระยองเลือกเดินเกมเทศกาลอาหารท้องถิ่นในมุมเศรษฐกิจชัดเจนผ่านงาน “กินดี ช้อปดี สนับสนุน SMEs ระยอง และไทยช่วยไทย” ที่หอการค้าจังหวัดแถลงจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-6 กันยายน 2569 ภายในงานจะรวบรวมร้านอาหารอร่อยและผู้ประกอบการ SMEs กว่า 200 ร้าน ทั้งอาหารคาว หวาน และอาหารพื้นถิ่น มาให้ชาวระยองและจังหวัดใกล้เคียงได้เลือกชิมและซื้อกันอย่างเต็มที่ นี่คือการเปิดพื้นที่พบกันโดยตรงระหว่างร้านค้าและผู้บริโภค พร้อมกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการในพื้นที่ จุดแข็งอีกด้านคือระบบรับรอง “ของดีระยอง” ที่มอบให้ร้านอาหาร 78 แห่ง ผ่านการคัดเลือกด้านรสชาติ ความคุ้มค่า ความสะอาด และการใช้วัตถุดิบที่เป็นสินค้า GI หรือสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของจังหวัดระยอง คำพูดที่ควรจดจำคือ ข้อสะท้อนจากผู้ประกอบการที่ระบุว่าหลังได้รับการรับรอง สามารถนำไปต่อยอดประชาสัมพันธ์และช่วยเพิ่มยอดขายได้เป็นอย่างดี แปลว่าเทศกาลอาหารและตรารับรองท้องถิ่นกำลังทำหน้าที่เป็นบันไดให้ SMEs ก้าวขึ้นสู่ตลาดที่กว้างขึ้น

เทศกาลอาหารท้องถิ่น พลิกเมืองเล็กเป็นจุดหมายท่องเที่ยวด้านอาหาร

ครม.สัญจรสงขลา เมื่อโต๊ะอาหารกลายเป็นเวที Soft Power ภาคใต้

ในระดับนโยบายส่วนกลาง จังหวัดสงขลาถูกใช้เป็นเวทีสำคัญให้ท่องเที่ยวด้านอาหารของภาคใต้ปรากฏบนโต๊ะคณะรัฐมนตรี ผ่านการเป็นเจ้าภาพประชุม ครม.สัญจร ครั้งที่ 1/2569 ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม-1 กันยายน 2569 โดยรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรียืนยันว่าจังหวัดเตรียมนำอาหารท้องถิ่นและของดีขึ้นโต๊ะให้คณะรัฐมนตรีและผู้เข้าร่วมประชุมได้ลิ้มลอง เพื่อถ่ายทอดอัตลักษณ์ท้องถิ่นและต่อยอดสู่ Soft Power ด้านอาหารของภาคใต้ เมนูถูกจัดเป็นชุดเล่าเรื่อง ตั้งแต่เมนูอาหารว่าง “หรอยหนัด” ไปจนถึงอาหารเช้า “หรอยแรงใต้แรงอก” ที่มีข้าวต้มปลากะพง 3 น้ำ และอาหารกลางวัน “หรอยจังฮู้” อย่างแกงส้มปลากะพง 3 น้ำ มะม่วงเบา ใบเหลียงผัดไข่ ก๋วยเตี๋ยวถนัดศรี ไก่ทอดหาดใหญ่ ข้าวมันไก่เบตง รวมถึงเมนูฮาลาลต่างๆ การเลือกวัตถุดิบ GI เช่น มะม่วงเบาและปลากะพง 3 น้ำยิ่งตอกย้ำว่ารัฐกำลังใช้เมนูท้องถิ่นเป็นภาษาการเมืองเชิงอัตลักษณ์ เพื่อผลักดันเศรษฐกิจและภาพจำเมืองไปพร้อมกัน

บทสรุป เมืองกินดีต้องสร้างจากฐานชุมชน ไม่ใช่แค่โปสเตอร์สวย

เมื่อมองภาพรวมจากสมุทรสงคราม ระยอง และสงขลา จะเห็นทิศทางเดียวกันชัดเจนว่า เทศกาลอาหารท้องถิ่นถูกยกระดับเป็นเครื่องมือยุทธศาสตร์ เปลี่ยนอาหารพื้นบ้านให้กลายเป็นซอฟต์พาวเวอร์และจุดขายท่องเที่ยวด้านอาหาร เมืองใดทำได้ดีจะกลายเป็นจุดหมายที่คนอยากเดินทางไปกินและเรียนรู้ ไม่ใช่แค่ผ่านไปซื้อของฝาก อย่างไรก็ดี เมืองกินดีไม่ได้เกิดจากการประกาศตัวเป็น Gastronomy City บนเวทีเพียงครั้งเดียว หากต้องมีเครือข่ายชุมชน เกษตรกร ผู้ประกอบการ และระบบรับรองคุณภาพวัตถุดิบเช่น GI ที่เข้มแข็ง เหมือนสิ่งที่เริ่มเห็นในสมุทรสงครามและระยอง ขณะเดียวกัน การนำอาหารท้องถิ่นขึ้นโต๊ะระดับคณะรัฐมนตรีอย่างที่สงขลาทำ ก็ช่วยสร้างแรงสนับสนุนนโยบายจากส่วนกลาง สิ่งที่สังคมควรถามต่อจากนี้ไม่ใช่ว่าเรามีเทศกาลอาหารกี่งาน แต่คือเทศกาลเหล่านั้นสร้างรายได้ให้คนตัวเล็ก รักษาฐานทรัพยากร และเล่าเรื่องเมืองผ่านรสชาติได้แค่ไหน หากตอบได้เต็มปาก เมืองเล็กก็มีสิทธิ์ก้าวมาเป็นจุดหมายท่องเที่ยวด้านอาหารที่มีตัวตนและยั่งยืน

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!