แบรนด์เฮอริเทจตลาดนำ พลิกเกมด้วยพรีเซนเตอร์และอีคอมเมิร์ซ

แบรนด์เฮอริเทจตลาดนำ พลิกเกมด้วยพรีเซนเตอร์และอีคอมเมิร์ซ
ความสนใจ|วงการแฟชั่น

ดีเอ็นเอแบรนด์เฮอริเทจเจอผู้บริโภคคุ้มค่า: เกมใหม่ของแบรนด์ไทยตลาดนำ

ปรากฏการณ์ที่แบรนด์ไทยตลาดนำหันมาใช้กลยุทธ์พรีเซนเตอร์แบรนด์ผสานการขยายธุรกิจอีคอมเมิร์ซไทย คือจุดตัดสำคัญที่ทำให้แบรนด์เฮอริเทจต้องนิยามตัวเองใหม่จากความพรีเมียมสู่การตอบโจทย์ผู้บริโภคคุ้มค่าที่เลือกซื้อน้อยลงแต่ต้องการสินค้าที่คุณภาพดี ใช้ได้นาน และเข้าถึงง่ายทั้งในหน้าร้านและออนไลน์ โดยยึดฐานทุนเดิมคือความเชื่อมั่นของผู้บริโภค แล้วต่อยอดด้วยการสื่อสารสมัยใหม่และประสบการณ์ไร้รอยต่อระหว่างทุกช่องทางขาย

รายงาน The State of Fashion 2026 ชี้ว่าผู้บริโภคปัจจุบันเปลี่ยนจากการซื้อเยอะราคาถูก ไปสู่การซื้อของที่ดีกว่าและคุ้มค่าในระยะยาวมากขึ้น แบรนด์ที่ยึดติดกับภาพหรูอย่างเดียวจึงเริ่มเสียพื้นที่ให้ผู้เล่นที่เข้าใจมุมมอง “คุณภาพต่อราคาต่อประสบการณ์” มากกว่า กรณีของ CC DOUBLE O, Wacoal และ OWNDAYS แสดงชัดว่าความเป็นเฮอริเทจไม่พออีกต่อไป ต้องกล้าเปลี่ยนกติกาการสื่อสาร พร้อมต่อกรในสมรภูมิออนไลน์ที่กำลังกลืนเส้นแบ่งระหว่างแบรนด์แมสกับแบรนด์พรีเมียมเข้าด้วยกัน

CC DOUBLE O: ทำลายกฎ 20 ปีด้วยพรีเซนเตอร์และการคืนชีพโลโก้นก

CC DOUBLE O คือกรณีศึกษาว่าความเงียบอาจไม่พอในยุคโซเชียล เมื่อแบรนด์แต่งตั้ง ณเดชน์ คูกิมิยะ เป็นแบรนด์พรีเซนเตอร์คนแรกในรอบ 20 ปี พร้อมเปิดแคมเปญ THE NEW BASIC การหันมาใช้กลยุทธ์พรีเซนเตอร์แบรนด์ครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อเพิ่มความหรู แต่เพื่อขยายการรับรู้ในกลุ่มผู้บริโภคคุ้มค่าที่ต้องการเสื้อผ้าพื้นฐานคุณภาพดี ใส่ได้บ่อย และราคาไม่หลุดจากกำลังซื้อกลาง

หัวใจของเกมคือการดัน Signature Collection ที่มีโลโก้นกกลับมาเป็นพระเอก ซึ่งทำยอดขายสูงสุดคิดเป็นราว 50% ของยอดขายทั้งหมดของแบรนด์ ช่วงราคาตั้งแต่ 290-1,990 บาทเปิดทางให้สินค้าดูมีภาพแฟชั่นแต่ยังเข้าถึงได้กว้าง แคมเปญนี้จึงไม่ได้สร้างตลาดใหม่จากศูนย์ แต่ขยายฐานเดิมที่ผูกพันกับโลโก้นกอยู่แล้วให้ชัดขึ้น ผ่านภาพลักษณ์ Casual Confidence ของณเดชน์ที่สอดกับดีเอ็นเอแบรนด์ และตอกย้ำว่าความเบสิคก็เท่ได้โดยไม่ต้องจ่ายเกินจำเป็น นี่คือ “แฟชั่นที่สมเหตุสมผล” มากกว่า “แฟชั่นลักซ์ชัวรี”

แบรนด์เฮอริเทจตลาดนำ พลิกเกมด้วยพรีเซนเตอร์และอีคอมเมิร์ซ

Wacoal: 5 ทศวรรษที่ไม่ได้ชนะด้วยบราอย่างเดียว แต่ชนะด้วยความสัมพันธ์

Wacoal แสดงให้เห็นว่าแบรนด์เฮอริเทจที่ครองตลาดนานกว่าครึ่งศตวรรษไม่ได้ยืนหนึ่งเพราะโฆษณาแรง แต่เพราะกลยุทธ์สามขา “ผลิตภัณฑ์ – สังคม – ปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า” ที่ทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ด้านผลิตภัณฑ์ แบรนด์ลงทุนกับงานวิจัยสรีระของคนท้องถิ่น ผสานองค์ความรู้จากญี่ปุ่น พัฒนาไลน์อย่าง Wacoal COOL ANTI-BACTERIA และ Wacoal Smart Size เพื่อตอบความต้องการใส่สบาย ครอบคลุมไซซ์ และดูแลสุขภาพ

ด้านสังคม Wacoal ใช้แคมเปญอย่างโครงการโบว์ชมพู เรื่องมะเร็งเต้านม และโครงการรีไซเคิลบราเก่า สร้างความรู้สึกว่าการซื้อหนึ่งชิ้นมีความหมายมากกว่าความสวย ส่วนด้านปฏิสัมพันธ์ แบรนด์เร่งเครื่องธุรกิจอีคอมเมิร์ซไทยผ่านการจับมือแพลตฟอร์มใหญ่ พร้อมใช้เทศกาล Double date สร้างการเติบโตทั้งยอดขายและฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่องตลอดกว่า 5 ปีที่ผ่านมา ผลลัพธ์คือภาพลักษณ์ “บราอันดับหนึ่งในใจ” ที่ผูกกับความสบายใจและความคุ้มค่าตลอดอายุการใช้งาน มากกว่าเพียงโปรโมชั่นแรงในระยะสั้น

OWNDAYS: โมเดลค้าปลีกญี่ปุ่นที่กลายเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่

การเติบโตของ OWNDAYS ในฐานะแบรนด์แว่นตาไลฟ์สไตล์ที่เติบโตเร็วที่สุดในตลาด สะท้อนว่าความคุ้มค่าของผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้วัดที่ราคาอย่างเดียว แต่รวมถึงความง่าย ความโปร่งใส และความสนุกในประสบการณ์ซื้อด้วย แบรนด์เริ่มธุรกิจในตลาดที่ลูกค้าต้องรอแว่นหลายวันและราคาเต็มไปด้วยเงื่อนไข ก่อนจะเข้ามาเปลี่ยนวิธีคิดของคนต่อการซื้อแว่นด้วยบริการตัดแว่นเสร็จภายใน 20 นาทีและราคาชัดเจน ไม่มีค่าเลนส์แอบแฝง พร้อมดีไซน์ทันสมัยตอบได้ทุกไลฟ์สไตล์

การวางจุดขายในห้างและคอมมูนิตี้มอลล์ บวกดีไซน์ร้านแบบร้านแฟชั่น ทำให้ OWNDAYS กลายเป็น Everyday Eyewear Brand ที่ทั้งแฟชั่น เข้าถึงง่าย และบริการรวดเร็ว แบรนด์ใช้กลยุทธ์พรีเซนเตอร์แบรนด์ผ่านมาริโอ้ เมาเร่อ ผสานคอนเทนต์ TikTok และแพลตฟอร์มโซเชียลอื่น กลายเป็นภาษาเดียวกับคนรุ่นใหม่ แผนต่อไปคือเป้าหมายขยายสาขาให้มากกว่า 100 สาขาภายใน 3–5 ปี พร้อมพัฒนา Omnichannel Experience ที่เชื่อมออนไลน์กับออฟไลน์อย่างไร้รอยต่อ โครงสร้างนี้ทำให้แว่นกลายเป็นสินค้าแฟชั่นราคาสมเหตุสมผลที่ซื้อได้บ่อยขึ้น ไม่ต่างจากรองเท้าหรือเสื้อยืด

แบรนด์เฮอริเทจตลาดนำ พลิกเกมด้วยพรีเซนเตอร์และอีคอมเมิร์ซ

บทสรุป: ผู้นำตลาดยุคใหม่ต้องขายทั้งเรื่องราว ความคุ้มค่า และทางเลือกช่องทาง

เมื่อมองภาพรวม CC DOUBLE O, Wacoal และ OWNDAYS สะท้อนสูตรความสำเร็จชุดใหม่ของแบรนด์เฮอริเทจที่ต้องการรักษาตำแหน่งแบรนด์ไทยตลาดนำ นั่นคือ 1) กล้าที่จะอัพเดตการสื่อสารผ่านกลยุทธ์พรีเซนเตอร์แบรนด์และคอนเทนต์ดิจิทัล 2) ขยายบทบาทจากแบรนด์สินค้าเป็นแบรนด์ที่มีจุดยืนทางสังคม และ 3) ลงทุนจริงจังกับอีคอมเมิร์ซและโครงสร้าง Omnichannel Experience เพื่อรองรับการเติบโตระยะยาว

สำหรับผู้บริโภคคุ้มค่า การตัดสินใจซื้อวันนี้ไม่ใช่แค่ถามว่า “แพงไหม” แต่ถามต่อว่า “ใช้ได้นานแค่ไหน”, “ซื้อสะดวกไหม” และ “แบรนด์นี้เชื่อในอะไร” แบรนด์ที่ตอบครบสามคำถาม โดยยังรักษาเอกลักษณ์เฮอริเทจของตัวเองได้ คือผู้ที่จะอยู่รอดมากกว่าแค่รอดพ้นวิกฤตระยะสั้น ในขณะที่ผู้ประกอบการรายอื่น หากยังคิดว่าการทำตลาดคือการลดแลกแจกแถมเพียงอย่างเดียว ก็อาจต้องเตรียมรับบทเรียนจากสามแบรนด์นี้ ที่กำลังขยับจาก “ผู้นำยอดขาย” ไปสู่ “ผู้นำความหมาย” ในใจผู้บริโภค

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

Related Products

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!