การค้าอาหารสัตว์เลี้ยงยุคใหม่ ไม่ใช่แค่ส่งออกแต่คือการวางยุทธศาสตร์ตลาด
การค้าอาหารสัตว์เลี้ยงคือกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงการผลิตอาหารและสินค้าเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง เข้ากับเครือข่ายนำเข้าและกระจายสินค้าในภูมิภาคต่าง ๆ ผ่านการเจรจาการค้า งานแสดงสินค้า และบริการออกแบบสูตรเฉพาะ เพื่อรองรับกระแสการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกครอบครัวในหมู่คนรุ่นใหม่ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่อุปทาน ข้อเท็จจริงที่มักถูกมองข้ามคือ เส้นทางส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงในตลาดสัตว์เลี้ยงเอเชียกำลังถูกออกแบบใหม่อย่างเป็นระบบ ผ่านการนำคณะผู้แทนการค้าไปร่วมเจรจาและจับคู่ธุรกิจในตลาดเกิดใหม่ เช่น ธุรกิจสัตว์เลี้ยงเวียดนามที่กำลังเติบโตเร็ว การเดินทางของคณะผู้แทนสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงไปนครโฮจิมินห์ ระหว่างวันที่ 25-27 สิงหาคม 2569 เป็นตัวอย่างชัดเจนของการเปิดประตูการค้าอาหารสัตว์เลี้ยงอย่างมียุทธศาสตร์ โดยมีรองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเป็นผู้นำคณะ มุมมองเชิงรุกแบบนี้สำคัญ เพราะถ้าไม่ขยับไปก่อน ตลาดจะถูกผู้เล่นรายอื่นยึดครอง ขณะที่โอกาสจากเทรนด์ Pet Humanization ที่ผลักให้คนมองสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกครอบครัวยังเปิดกว้าง และผู้บริโภครุ่นใหม่ยอมจ่ายเพื่อคุณภาพอาหารและผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับช่วงวัยและสุขภาพของสัตว์เลี้ยง

เวียดนาม ดาวรุ่งธุรกิจสัตว์เลี้ยงที่ผู้ผลิตต้องรีบจับจองพื้นที่
หากพูดถึงตลาดสัตว์เลี้ยงเอเชีย เวียดนามคือสมรภูมิที่ผู้ประกอบการอาหารสัตว์เลี้ยงมองว่าเป็นโอกาสทองมากกว่าความเสี่ยง เพราะโครงสร้างรายได้ประชากรที่สูงขึ้นผลักให้การเลี้ยงสัตว์เลี้ยงในเมืองใหญ่ขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ อุตสาหกรรมสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงของเวียดนามมีมูลค่า 94 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2566 และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 182.6 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2571 โดยอาหารสัตว์เลี้ยงครองสัดส่วนถึง 85 เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าตลาดทั้งหมด ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า ใครเข้าไปยึดพื้นที่แบรนด์และช่องทางจัดจำหน่ายก่อน จะได้ฐานลูกค้าระยะยาว การจัดคณะผู้แทนการค้าสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงไปโฮจิมินห์ไม่ได้เป็นเพียงทริปโรดโชว์ แต่เป็นการทดลองยุทธศาสตร์ใหม่ของการค้าอาหารสัตว์เลี้ยง มีการคัดเลือก 22 บริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าเพื่อสัตว์เลี้ยง เข้าพบผู้นำเข้าเวียดนาม 58 ราย เกิดการจับคู่ธุรกิจถึง 200 คู่ และยอดเจรจาซื้อขายทะลุเป้าจากที่ตั้งไว้ 30 ล้านบาท ขึ้นเป็น 60 ล้านบาทในเวลาเพียงวันเดียว คนเวียดนามเกือบครึ่งหนึ่งระบุว่าต้องการสัตว์เลี้ยงมาเป็นเพื่อนหรือส่วนหนึ่งในครอบครัว การใช้โครงการลักษณะนี้เพื่อศึกษาพฤติกรรมตลาด กฎระเบียบ และความต้องการที่แท้จริง จึงเป็นการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ที่คุ้มค่า มากกว่าการรอคำสั่งซื้อแบบไม่วางแผน

OEM/ODM และนวัตกรรมสูตรเฉพาะ อาวุธลับบุกตลาดสัตว์เลี้ยงเอเชีย
การส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงสู่ตลาดสัตว์เลี้ยงเอเชียจะไปได้ไกลกว่าการขายสินค้าทั่วไปก็ต่อเมื่อผู้ผลิตเข้าใจว่าตลาดต้องการอะไร และพร้อมผลิตสูตรเฉพาะตามความต้องการนั้น บริการ OEM/ODM จึงกลายเป็นอาวุธลับในการเจาะตลาด ตั้งแต่การพัฒนาอาหารเปียกสำหรับสัตว์เลี้ยงที่ตอบโจทย์คุณค่าทางโภชนาการ ไปจนถึงการออกแบบบรรจุภัณฑ์และแบรนด์สำหรับผู้นำเข้าพรีเมียม ตัวอย่างที่ชัดคือบริษัทที่ต่อยอดธุรกิจสัตว์เลี้ยงของครอบครัวมากว่า 40 ปี แล้วตั้งโรงงานผลิตอาหารเปียกสำหรับสัตว์เลี้ยง โดยวางเป้าหมายผลิตป้อนทั่วโลกและขยายในเอเชีย ใช้บริการ OEM/ODM ในการผลิตสูตรตามต้องการของตลาดใหม่อย่างเวียดนาม ซึ่งพบว่าตลาดนี้ต้องการสินค้าพรีเมียมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และผู้ผลิตมีความพร้อมด้านวัตถุดิบ เนื้อปลา เนื้อไก่ ผักหลากชนิด และมาตรฐานการผลิตระดับสากล นอกจากอาหารหลักแล้ว นวัตกรรมสินค้าอย่างทรายแมวเต้าหู้ผสมกราฟีนที่ผลิตจากวัตถุดิบจากพืชธรรมชาติ ควบคุมกลิ่น ลดการสะสมแบคทีเรีย ฝุ่นต่ำ และย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ก็เริ่มได้รับความสนใจในเวียดนามเช่นกัน สินค้าแนวรักษ์โลกและเป็นมิตรกับผู้ใช้แบบนี้คืออีกหนึ่งจุดต่างที่ตลาดเอเชียกำลังมองหา

งานแฟร์สัตว์เลี้ยงและตลาดจีน เส้นทางการค้าอาหารสัตว์เลี้ยงที่ต้องกล้าลงสนาม
การค้าอาหารสัตว์เลี้ยงในเอเชียไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตลาดเกิดใหม่อย่างเวียดนาม จีนคืออีกเวทีที่ผู้ผลิตที่มองไกลหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้การแข่งขันด้านราคาจะดุเดือด แต่ขนาดตลาดและศักยภาพการบริโภคทำให้หลายบริษัทเลือกลงสนามผ่านงานแสดงสินค้าสัตว์เลี้ยงแห่งเอเชีย ครั้งที่ 28 ในเซี่ยงไฮ้ ซึ่งมีผู้ประกอบการอาหารสัตว์เลี้ยงเข้าร่วมด้วยกลยุทธ์เน้นคุณภาพและสินค้าเฉพาะกลุ่ม เช่น ขนมขัดฟันจากแป้งมันสำปะหลังและเนื้อไก่ หรือขนมแมวเลียที่มีเนื้อสัตว์สูง บริษัทในเครือกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ใช้โอกาสนี้กลับมานำเสนออาหารสัตว์เลี้ยงชนิดเปียกนำเข้าจากแหล่งผลิตเดิมอีกครั้ง หลังการนำเข้าถูกระงับช่วงโรคระบาด โดยตั้งเป้าจับกลุ่มลูกค้าระดับกลางถึงบน พร้อมนำเสนอผลงานวิจัยการดูแลสุขภาพลำไส้และอารมณ์สัตว์เลี้ยง การเน้นวิทยาศาสตร์และคุณภาพเป็นคำตอบที่เหมาะกับผู้บริโภคจีนที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและข้อมูลเชิงหลักฐาน ในระดับภูมิภาค งานแฟร์สัตว์เลี้ยงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งรวบรวมผู้ประกอบการกว่า 300 แบรนด์จาก 30 ประเทศ ก็กลายเป็นเวทีสำคัญสำหรับจับคู่ธุรกิจในห่วงโซ่การค้าอาหารสัตว์เลี้ยง ตั้งแต่โรงงานผลิต OEM/ODM ซัพพลายเออร์วัตถุดิบ ไปจนถึงผู้นำเข้าและผู้กระจายสินค้า ใครไม่อยู่ในงานเหล่านี้ ก็แทบไม่มีโอกาสเห็นภาพจริงของการแข่งขันและความต้องการตลาดที่เปลี่ยนเร็ว

กระแสคนรุ่นใหม่เลี้ยงสัตว์ เจอจังหวะโควิด กลายเป็นแรงผลักส่งออกระยะยาว
เบื้องหลังการขยายตัวของการค้าอาหารสัตว์เลี้ยงในเอเชียและการส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงคือการเปลี่ยนแปลงเชิงสังคมที่ชัดเจน คนรุ่นใหม่จำนวนมากเลี้ยงสัตว์เพื่อคลายเหงาและเติมเต็มช่องว่างของครอบครัวขนาดเล็ก เมื่อโควิด-19 ทำให้คนต้องอยู่บ้าน ทำงานแบบ WFH แนวโน้มการรับอุปการะสัตว์เลี้ยงยิ่งเพิ่มขึ้น ปรากฏการณ์ Pet Humanization หรือการเลี้ยงสัตว์เสมือนสมาชิกครอบครัวจึงเด่นชัด ผู้เลี้ยงพร้อมจ่ายมากขึ้นเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของสัตว์เลี้ยง ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงในประเทศหนึ่งมีมูลค่าราว 16,000 ล้านบาทในปี 2562 และเติบโตเฉลี่ยปีละ 9 เปอร์เซ็นต์ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา แนวโน้มนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ภายในประเทศ แต่สะท้อนถึงศักยภาพการส่งออกสู่ตลาดสัตว์เลี้ยงเอเชียที่ใช้ชุดค่านิยมคล้ายกัน คนจำนวนมากเลี้ยงสุนัขและแมวเป็นเหมือนลูก การค้นหาในอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับการซื้อหรือรับอุปการะสัตว์เลี้ยงเพิ่มขึ้นในช่วงล็อกดาวน์ทั่วโลก ซึ่งสอดคล้องกับภาพรวมตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงโลกที่มีมูลค่า 7.55 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2563 และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 8.85 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2566 เมื่อความต้องการเติบโตต่อเนื่อง เป้าหมายมูลค่าตลาดที่ระดับหลายหมื่นล้านบาทภายในปี 2026 จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว และการส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงผ่านเส้นทางใหม่ในเอเชียและเวียดนามจะเป็นกลไกสำคัญ ที่ช่วยกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งตลาดเดิมและสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการที่กล้าลงทุนด้านนวัตกรรมและคุณภาพ

