น้ำท่วมไม่ใช่เรื่องธรรมชาติอย่างเดียว แต่คือวิกฤตสุขภาพที่ป้องกันได้
โรคติดต่อช่วงน้ำท่วม คือกลุ่มโรคและภัยสุขภาพที่เกิดจากการที่น้ำหลากและน้ำขังทำให้สิ่งปฏิกูล เชื้อโรค แมลง และสัตว์มีพิษแพร่กระจายมากขึ้น ผสมกับการขาดสุขอนามัย การแช่น้ำเป็นเวลานาน และการอยู่รวมกันในพื้นที่จำกัด ส่งผลให้ประชาชนเสี่ยงต่อโรคทางเดินอาหาร โรคผิวหนัง โรคระบบทางเดินหายใจ รวมถึงโรคจากยุงและน้ำสกปรก จึงต้องมีแผนการป้องกันอย่างเป็นระบบทั้งระดับครัวเรือนและชุมชนสุขภาพช่วงน้ำท่วมไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่กระทบทุกคน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้มีโรคประจำตัว ที่ภูมิคุ้มกันอ่อนแอกว่า หากมองว่าน้ำท่วมคือเรื่อง "เดี๋ยวก็หาย" เรากำลังมองข้ามวงจรการแพร่เชื้อที่เริ่มขึ้นตั้งแต่นาทีแรกที่น้ำเอ่อเข้าบ้าน และอาจลงเอยด้วยภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงกว่าที่คิด
จากกระแสน้ำถึงไฟดูดและสัตว์มีพิษ ความปลอดภัยน้ำท่วมคือเส้นแบ่งชีวิต
สิ่งที่น่ากังวลที่สุดในช่วงน้ำท่วมไม่ใช่เฉพาะโรค แต่คือภัยเฉียบพลันที่เอาชีวิตคนได้ในไม่กี่นาที การจมน้ำ ไฟดูด และสัตว์มีพิษ คือสามภัยใหญ่ที่กรมควบคุมโรคออกมาเตือนให้ระวังเป็นพิเศษ การเดินลุยน้ำที่มีกระแสน้ำแรงหรือมองไม่เห็นพื้นด้านล่างคือการเสี่ยงชีวิตกับหลุม บ่อ และสิ่งกีดขวางที่ซ่อนอยู่ ในมุมมองด้านความปลอดภัยน้ำท่วม การไม่ประมาทสำคัญกว่าความเคยชิน บ้านที่น้ำเข้าถึงต้องตัดกระแสไฟจากจุดที่ปลอดภัยก่อน และไม่ควรแตะปลั๊กหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าในขณะที่ตัวเปียก เพราะไฟฟ้าช็อตไม่ให้โอกาสแก้ตัวครั้งที่สอง ขณะเดียวกันงู ตะขาบ แมงป่องหนีน้ำเข้าบ้านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การใช้ไฟฉายส่องก่อนหยิบของ ไม่ใช้มือเปล่าค้นตามกองสิ่งของ และสวมรองเท้าปิดมิดชิด จึงไม่ใช่ความระมัดระวังเกินเหตุ แต่คือวินัยเอาตัวรอดที่ทุกครอบครัวควรยึดเป็นกฎ
6 กลุ่มโรคสำคัญช่วงน้ำท่วม และวิธีป้องกันแบบวิทยาศาสตร์
เมื่อสภาพแวดล้อมถูกน้ำท่วมขัง โรคติดต่อช่วงน้ำท่วมจะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน กรมควบคุมโรคเปิดข้อมูล 6 กลุ่มโรคที่ต้องเฝ้าระวัง ทั้งโรคเลปโตสไปโรสิสหรือไข้ฉี่หนู โรคผิวหนังจากการแช่น้ำ ระบบทางเดินอาหารและโรคจากน้ำ โรคที่มียุงเป็นพาหะ โรคตาอักเสบ และโรคติดต่อระบบทางเดินหายใจ แก่นของการป้องกันโรคน้ำท่วมคือการตัดวงจรเชื้อโรคให้เร็วที่สุด ผู้ที่จำเป็นต้องลุยน้ำควรสวมรองเท้าบูท หรือรองเท้าป้องกันน้ำ และหลีกเลี่ยงการเดินเท้าเปล่า หากมีบาดแผลต้องปิดให้มิดชิด เพื่อป้องกันเชื้อจากน้ำและดินสกปรก หลังสัมผัสน้ำต้องรีบล้างมือ เท้า และร่างกายด้วยสบู่และน้ำสะอาด กินอาหารปรุงสุกใหม่ ดื่มน้ำสะอาด และกำจัดแหล่งน้ำขังรอบบ้านเพื่อลดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง การละเลยขั้นตอนเหล่านี้คือการเปิดประตูให้ทั้งโรคทางเดินอาหารและโรคจากยุงเข้าถึงคนในบ้านโดยตรง
ดูแลบาดแผล น้ำดื่ม และเข้าหาหมอให้ไว ลดโอกาสแทรกซ้อนรุนแรง
ในทุกวิกฤตน้ำท่วม เรื่องที่คนมักมองข้ามคือบาดแผลเล็กๆ และน้ำดื่มที่คิดว่าสะอาดพอแต่ไม่เคยตรวจสอบ ทั้งสองอย่างนี้เป็นทางเข้าสำคัญของเชื้อโรค การดูแลบาดแผลให้ดีคือแนวหน้าในการป้องกันไข้ฉี่หนูและการติดเชื้อแบคทีเรียจากน้ำสกปรก หากแผลสัมผัสน้ำต้องล้างให้สะอาด ซับให้แห้ง และเปลี่ยนผ้าพันแผลสม่ำเสมอ ห้ามใช้ยาที่เปียกน้ำหรือชำรุด เพราะกรมควบคุมโรคย้ำชัดว่าหากยาเปียกน้ำไม่ควรนำมารับประทาน ต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน ด้านระบบทางเดินอาหาร น้ำท่วมพาสิ่งปฏิกูลและขยะปนเปื้อนอาหารและน้ำดื่มได้ง่าย เมื่อมีอาการท้องเสีย ควรดื่มสารละลายเกลือแร่เพื่อป้องกันขาดน้ำ และหากถ่ายหรืออาเจียนมาก ดื่มน้ำไม่ได้ มีไข้สูง หรือถ่ายเป็นมูกเลือด ต้องรีบพบแพทย์ทันที การชะลอการตรวจรักษาเป็นตัวแปรที่เปลี่ยนเคสเบาให้กลายเป็นภาวะไตวาย ตับวาย หรือปอดอักเสบได้ในไม่กี่วัน
ยาสมุนไพรน้ำท่วม ใช้เป็นผู้ช่วย ไม่ใช่ตัวแทนหมอ
ในเชิงสุขภาพช่วงน้ำท่วม แพทย์แผนไทยไม่ใช่คู่แข่งของแพทย์แผนปัจจุบัน แต่เป็นทีมเสริมที่ช่วยบรรเทาอาการเบื้องต้นในภาวะทรัพยากรจำกัด ดร.นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก แนะนำ 6 ยาสมุนไพรไทยสำหรับดูแลสุขภาพเบื้องต้นช่วงอุทกภัย ได้แก่ ยาสเปรย์ตะไคร้หอม ยาฟ้าทะลายโจร ยาแก้ไอผสมมะขามป้อม ยาทิงเจอร์ทองพันชั่ง ยาเปลือกมังคุด และยาเหลืองปิดสมุทร ยาสเปรย์ตะไคร้หอมช่วยไล่ยุงและแมลง ยาฟ้าทะลายโจรบรรเทาไข้หวัด ไอ เจ็บคอ ยาทิงเจอร์ทองพันชั่งและยาเปลือกมังคุดช่วยดูแลโรคผิวหนังจากเชื้อราและแผล ส่วนยาเหลืองปิดสมุทรใช้บรรเทาท้องเสียชนิดที่ไม่ติดเชื้อ จุดสำคัญคือ ยาสมุนไพรน้ำท่วมต้องใช้ตามฉลากและคำแนะนำอย่างถูกวิธี เพื่อความปลอดภัยและไม่ไปกลบสัญญาณโรครุนแรงที่ควรรีบพบแพทย์ หากมีข้อสงสัยควรปรึกษาแพทย์แผนไทยในสถานบริการสาธารณสุขหรือช่องทางที่กรมการแพทย์แผนไทยจัดไว้






