พรีเซ็นเตอร์เซเลบริตี้กับบทบาทใหม่ในตลาดดูแลผมและความงาม
แบรนด์แคมเปญเซเลบริตี้หมายถึงกลยุทธ์การตลาดที่ใช้คนดังหรืออินฟลูเอนเซอร์เป็นพรีเซ็นเตอร์ผลิตภัณฑ์บำรุงเพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ สื่อสารภาพลักษณ์ และขยายฐานผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง แทนที่จะพึ่งโฆษณาเน้นตัวสินค้าเพียงอย่างเดียว แบรนด์จะผูกเรื่องราว ไลฟ์สไตล์ และคุณค่าของผลิตภัณฑ์เข้ากับตัวตนของคนดัง เพื่อให้ผู้บริโภครู้สึกใกล้ชิด เชื่อถือ และจดจำแบรนด์ได้ชัดเจนมากขึ้นในระยะยาว ในงาน “DO DAY DREAM Unlock Better Living : ปลดล็อกไลฟ์สไตล์เพื่อชีวิตที่ดีกว่า” บริษัท ดู เดย์ ดรีม จำกัด มหาชน หรือ DDD ประกาศต่อสัญญา หลิงหลิง ศิริลักษณ์ คอง เป็นพรีเซ็นเตอร์ SPARKLE และ ออม กรณ์นภัส เศรษฐรัตนพงศ์ เป็นพรีเซ็นเตอร์ LESASHA ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง การตัดสินใจเดินหน้ากับพรีเซ็นเตอร์ชุดเดิมสะท้อนมุมมองที่ชัดว่า DDD มองพลังของเซเลบริตี้ไม่ใช่แค่สีสันชั่วคราว แต่เป็นแกนกลางของกลยุทธ์การตลาดผมแข็งแกร่งและผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากในยุคที่การแข่งขันด้านความงามและเส้นผมดุเดือดกว่าที่เคย

ยอดขายโตสองหลัก การยืนยันผลตอบแทนจากการลงทุนในคนดัง
ประเด็นสำคัญที่ทำให้การต่อสัญญาปีที่สองน่าสนใจคือ ตัวเลขยอดขายที่เติบโตชัดเจน ผลิตภัณฑ์ SPARKLE และ LESASHA มียอดขายเติบโตกว่าสองหลักจากปีก่อนหน้า นี่ไม่ใช่เพียงเรื่องสวยหรูด้านภาพลักษณ์ แต่เป็นหลักฐานว่าการลงทุนในแคมเปญเซเลบริตี้ให้ผลตอบแทนเชิงธุรกิจจริง หนึ่งในคำพูดที่สะท้อนภาพนี้คือ “การลงทุนด้านแบรนด์และการสื่อสารการตลาดที่ตั้งอยู่บนความเข้าใจผู้บริโภค สามารถสร้างผลตอบแทนทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม” DDD ไม่ได้ใช้คนดังเป็นใบหน้าบนป้ายโฆษณาเท่านั้น แต่ผูกพรีเซ็นเตอร์เข้ากับการออกแบบกิจกรรมแฟนมีต บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยแฟนคลับทั้งชาวไทยและต่างประเทศที่เดินทางมาร่วมเชียร์หลิงหลิงและออมอย่างคึกคัก สิ่งนี้ช่วยสร้างความผูกพันระหว่างแบรนด์และผู้บริโภค ไม่ต่างจากการสร้างคอมมูนิตี้รอบผลิตภัณฑ์ เมื่อแฟนดารารู้สึกว่าแบรนด์เข้าใจไลฟ์สไตล์ของเขา โอกาสที่แบรนด์จะกลายเป็นตัวเลือกหลักในหมวดดูแลช่องปากและจัดแต่งทรงผมก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

เชื่อมผลิตภัณฑ์กับตัวตนเซเลบริตี้ สร้างความรู้จำแบรนด์ผมเสียและช่องปาก
DDD วางกลยุทธ์ชัดเจนว่าแบรนด์ต้องเดินคู่ไปกับการพัฒนาสินค้าและการสื่อสารผ่าน Brand Ambassador เพื่อสร้างการรับรู้และขยายการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย SPARKLE ถูกวางบทบาทเป็น Whitening Oral Care Expert หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลช่องปากและฟันขาว โดยชูส่วนผสม Micro White Silica และปรับภาพลักษณ์บรรจุภัณฑ์ให้พรีเมียมทันสมัยมากขึ้น เมื่อจับคู่ตำแหน่งแบรนด์ที่เน้นรอยยิ้มมั่นใจกับหลิงหลิง ซึ่งมีภาพลักษณ์สดใสและเป็นที่จดจำบนโลกดิจิทัล ก็ยิ่งเสริมให้ผู้บริโภคเชื่อมแบรนด์กับ “ฟันขาวไบรท์ ยกระดับรอยยิ้มมั่นใจ” ได้ชัดเจน ด้าน LESASHA ก็ใช้แนวคิด “Lesasha Everyday Your Style Product” นำเสนอผลิตภัณฑ์ดูแลและจัดแต่งทรงผมให้ใช้งานได้ในชีวิตประจำวัน พร้อมพัฒนาสินค้าใหม่ เช่น LESASHA AI-SENSE HAIR DRYER ที่มี 6 โหมดตอบโจทย์หลากหลายสไตล์ผม และ LESASHA COLORAIR HAIR DRYER สีพาสเทลทันสมัย เมื่อผูกเข้ากับตัวตนของออมที่สื่อภาพผมสวยง่าย มั่นใจทุกวัน แบรนด์ก็มีโอกาสสูงขึ้นในการฝังความรู้จำแบรนด์ผมเสียและการดูแลเส้นผมในหัวผู้บริโภคกลุ่มใหม่ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ติดตามผลงานของทั้งสองผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล
กลยุทธ์ต่อเนื่อง สร้างฐานผู้บริโภคใหม่ผ่านพลังแฟนคลับ
สิ่งที่ทำให้กลยุทธ์ของ DDD น่าสนใจกว่าการใช้พรีเซ็นเตอร์แบบครั้งคราวคือความต่อเนื่อง การต่อสัญญาหลิงหลิงและออมเป็นปีที่สองไม่ได้แค่ลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนหน้าพรีเซ็นเตอร์บ่อย แต่ช่วยรักษาโทนการสื่อสารให้คงเส้นคงวา ผู้บริโภคจึงจดจำว่า SPARKLE คือแบรนด์ของหลิงหลิง และ LESASHA คือแบรนด์ของออมในเชิงอารมณ์ ไม่ใช่แค่ชื่อสินค้าในชั้นวาง ผลลัพธ์ที่เห็นได้คือแบรนด์สามารถ “ขยายการรับรู้แบรนด์ในวงกว้าง สร้างกระแสการพูดถึงบนแพลตฟอร์มดิจิทัล และกระตุ้นการมีส่วนร่วมของผู้บริโภครุ่นใหม่ได้อย่างโดดเด่น” ภายใต้กลยุทธ์การสร้างแบรนด์ผ่าน Brand Ambassador DDD ตั้งใจใช้พลังแฟนคลับเพื่อขยายฐานผู้บริโภค โดยการดึงหลิงหลิงและออมมาเป็นศูนย์กลางทั้งในงานอีเวนต์และการสื่อสารออนไลน์ ทำให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ที่อาจไม่เคยสนใจผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากหรืออุปกรณ์จัดแต่งทรงผมมาก่อน แต่พร้อมทดลองเพราะเชื่อใจคนดังที่ตัวเองติดตาม กลยุทธ์นี้จึงไม่ใช่แค่การสร้างยอดขายระยะสั้น แต่เป็นการปูฐานให้แบรนด์เติบโตอย่างมั่นคงในตลาดที่ความต้องการหลากหลายและแข่งขันสูง
บทสรุป กลยุทธ์คนดังที่ไม่ได้หยุดแค่หน้าโฆษณา
เมื่อดูเคส SPARKLE และ LESASHA จะเห็นชัดว่ากลยุทธ์แคมเปญเซเลบริตี้ที่ออกแบบดีไม่ใช่การจ้างคนดังให้มาถ่ายรูปกับสินค้าแล้วจบ แต่ต้องผสานสามองค์ประกอบ คือ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์จริง การสร้างภาพลักษณ์พรีเมียมทันสมัย และการใช้พรีเซ็นเตอร์เป็นสะพานเชื่อมระหว่างแบรนด์กับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคใหม่ เมื่อทั้งสามอย่างทำงานไปด้วยกันอย่างต่อเนื่องผลลัพธ์จึงปรากฏทั้งในมิติของแบรนด์และยอดขายที่เติบโตกว่าสองหลัก DDD แสดงให้เห็นว่ากลยุทธ์การตลาดผมแข็งแกร่งและผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากในยุคนี้ต้องออกจากกรอบโฆษณาแบบเดิม และกล้าใช้ความสัมพันธ์ระยะยาวกับเซเลบริตี้เป็นเครื่องมือสร้างความเชื่อใจ หากแบรนด์อื่นในตลาดความงามนำบทเรียนนี้ไปปรับใช้ ไม่ว่าจะเป็นการดูแลผมเสียหรือช่องปาก ความยั่งยืนของแบรนด์อาจไม่ได้วัดที่เสียงดังของแคมเปญช่วงเปิดตัวเพียงอย่างเดียว แต่ที่ความสามารถในการรักษาความผูกพันกับผู้บริโภคผ่านคนดังที่เขารักในระยะยาว

![[Online Exclusive] LESASHA เลอซาซ่า ไดร์เป่าผม ColorAir Hair Dryer ประจุลบ 600 ล้านตัว แห้งเร็ว นุ่มลื่น มี 2 สี | Shopee Thailand](https://img2.zestbuy.co.th/product/2026/09/02/f7cea688-96e1-4c9f-a787-ad379e8a398d.jpg)