X-Files Director’s Cut ที่คืนชีวิตให้วิสัยทัศน์สยองของ Chris Carter

X-Files Director’s Cut ที่คืนชีวิตให้วิสัยทัศน์สยองของ Chris Carter
ความสนใจ|ซีรีส์อเมริกัน

จากหนังคู่หูสืบสวน สู่หนังสยองขวัญที่ผู้กำกับตั้งใจให้เป็น

X-Files director's cut ของ The X-Files: I Want to Believe — Vrach Frankenshteyn คือฉบับตัดต่อใหม่แบบ R-rated ที่ Chris Carterใช้โอกาสกลับไปจัดโครงสร้างหนังทั้งเรื่องให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์สยองขวัญที่เขาตั้งใจจะสร้างตั้งแต่แรก ทั้งในด้านโทน ด้านจังหวะ และการเล่าเรื่องคดีสยอง มากกว่าการเน้นดราม่าความสัมพันธ์ของตัวละครหลักเหมือนฉบับฉายในโรงเดิม. ประเด็นสำคัญคือ นี่ไม่ใช่การแค่ใส่ deleted scenes กลับเข้าไป แต่เป็นการตอบโต้ข้อจำกัดทางเรตติ้งที่สตูดิโอบังคับจนทำให้หนังปี 2008 กลายเป็น PG-13 ที่ทั้งผู้สร้างและคนดูรู้สึกว่ามันเหมือนหนัง X-Files ที่ถูกหั่นความน่ากลัวทิ้งกลางทาง. Carter ระบุชัดว่าเขา“อยากทำหนังน่ากลัวแบบที่ตั้งใจจะทำและกำกับมาตั้งแต่ต้น” และเวอร์ชันนี้เข้าใกล้ภาพตรงนั้นที่สุด.

X-Files Director’s Cut ที่คืนชีวิตให้วิสัยทัศน์สยองของ Chris Carter

ทำไมต้องกลับมาปรับ I Want to Believe หลังผ่านไปเกือบสองทศวรรษ

แรงผลักดันเบื้องหลัง X-Files film restoration ครั้งนี้เริ่มตั้งแต่ความรู้สึกค้างคาใจของ Carter ว่าผู้ชม “ไม่เคยได้เห็นหนังที่เขาตั้งใจทำ” ตั้งแต่วันออกฉาย. ฉบับดั้งเดิมถูกตัดต่อซ้ำสองรอบเพื่อกดเรตให้อยู่ใน PG-13 ตามคำสั่งของสตูดิโอ ซึ่งมองเวอร์ชันแรกว่าเป็น “torture porn” ไม่เหมาะกับตลาด PG-13. ผลคือองค์ประกอบสยองและความโหดถูกลดทอน จนหนังกลายเป็นเรื่องความสัมพันธ์ของ Mulder และ Scully ที่“เกิดขึ้นพร้อมคดี X-Files หนึ่งเรื่อง” มากกว่าจะเป็นหนังคดีสยองขวัญเต็มตัว. จุดเปลี่ยนมาจากการสนทนาเล่นๆ กับผู้บริหาร 20th Century Studios ชื่อ Steve Asbell เมื่อ Carter ถามว่าเคยคิดจะทำ director’s cut หรือไม่ และได้รับคำตอบทันทีว่า “อยากทำไหม” จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของโปรเจกต์ปรับโครงสร้างหนังครั้งใหญ่ในปัจจุบัน. นี่คือการตามเก็บวิสัยทัศน์ที่ถูกระบบเรตติ้งและการตลาดกดทับไปเมื่อปี 2008 ให้กลับมามีเสียงอีกครั้ง.

X-Files Director’s Cut ที่คืนชีวิตให้วิสัยทัศน์สยองของ Chris Carter

Vrach Frankenshteyn: เมื่อ X-Files ยอมเป็นหนังสยองขวัญอย่างเต็มใจ

การเติมคำว่า “Vrach Frankenshteyn” ลงในชื่อใหม่ของฉบับ director's cut ไม่ได้เป็นแค่ลูกเล่นภาษารัสเซีย แต่เป็นการประกาศทิศทางว่า Chris Carter horror vision ครั้งนี้มีหัวใจเป็น “เรื่อง Frankenstein” แบบชัดเจน. Carter เล่าว่าแรงบันดาลใจมาจากกรณีแพทย์ใน Cleveland ร่วมทดลองผ่าตัดเปลี่ยนหัวลิงจากตัวหนึ่งไปอีกตัวหนึ่ง ซึ่งเขามองว่าเป็นดินแดน X-Files ที่สมบูรณ์แบบ. ฉบับใหม่จึงเน้นให้คนดูเผชิญหน้ากับความสยองของการทดลองต่ออวัยวะ การเก็บเกี่ยวอวัยวะมนุษย์ และความหมกมุ่นในการ“สร้างชีวิตใหม่” มากกว่าการปล่อยให้ฉากโหดแค่ทำหน้าที่ประกอบฉากโรแมนติกหรือดราม่าในแบบหนังคู่หูสืบสวนทั่วไป. Carter ทำงานร่วมกับบรรณาธิการสองคนที่ไม่เกี่ยวกับเวอร์ชันเดิม ให้พวกเขาเข้ามาเพิ่ม–ลด–จัดใหม่ทุกชิ้นส่วน แล้วค่อยกลับมาปรับแต่งด้วยตัวเอง. “หนังที่คุณกำลังดูคือโดยมากคือหนังที่ผมกับ Frank Spotnitz ตั้งใจทำ” คือคำยืนยันชัดว่าฉบับ R-rated นี้เป็นการคืนอำนาจให้ผู้กำกับอย่างแท้จริง.

X-Files Director’s Cut ที่คืนชีวิตให้วิสัยทัศน์สยองของ Chris Carter

โครงสร้างใหม่ที่สั้นลง แต่เข้มข้นขึ้น และเปิดรับผู้ชมหน้าใหม่

หนึ่งในเรื่องน่าสนใจคือ I Want to Believe R-rated ฉบับโปรดของ Carter กลับมีความยาวสั้นกว่าฉบับออกฉายเดิมที่ยาว 144 นาที ตามข้อมูลที่เขาอ้างอิงจาก IMDB. นี่สวนทางกับภาพจำว่า director’s cut มักเป็นฉบับยืดเยื้อใส่ทุกอย่างที่เคยถูกตัดออก. Carter ย้ำว่าจุดประสงค์ของเขาไม่ใช่การเอาทุกซีนที่ถูกตัดกลับมา แต่คือการ“ใส่ของที่ถูกตัดออกซึ่งถูกต้องที่จะอยู่ในหนัง” แล้วตัดส่วนเกินที่ทำให้ความหนักแน่นไหลออก. ผลลัพธ์ที่น่าสนใจคือ แม้จะมีโทนและซีนสยองมากขึ้น แต่หนังยังถูกออกแบบให้ accessible กับผู้ชมที่ไม่เคยตามซีรีส์ X-Files มาก่อน เพราะมันถูกสร้างให้เป็น “monster of the week” แบบสแตนด์อโลนที่ไม่ต้องรู้จักคอนสเปียร์ราซีมนุษย์ต่างดาวหรือโครงสร้างปริศนาผู้อยู่เบื้องหลังใดๆ เพื่อจะสนุกไปกับคดีหญิงหาย ตัวพระ–นางที่ออกจากเกษียณ และการปะทะกับหมอวิปริตที่หมกมุ่นการต่อชีวิตผ่านการทดลองสยอง.

โอกาสครั้งที่สองของแฟน X-Files และทิศทางต่อไปของ Carter

การที่ The X-Files: I Want to Believe — Vrach Frankenshteyn ได้ออกฉายแบบสตรีมมิงบน Hulu วันที่ 14 สิงหาคม และบนแพลตฟอร์มอื่นนอกสหรัฐในวันเดียวกัน ทำให้แฟน X-Files ทั่วโลกได้โอกาสครั้งที่สองในการสัมผัสหนังเรื่องนี้ตามที่ผู้สร้างตั้งใจ. สำหรับคนดูทั่วไป นี่คือโอกาสดูหนังสืบสวน–สยองที่ไม่ต้องมีประวัติความสัมพันธ์กับซีรีส์มาก่อน แต่ยังสัมผัสลายเซ็นการเล่าเรื่องแบบ “คดีหนึ่งต่อสัปดาห์” ที่แฟนเก่าคุ้นเคย. ในเชิงสัญลักษณ์ X-Files film restoration ครั้งนี้คือเสียงดังๆ ว่าคนทำหนังยังสามารถกลับไปแก้ไขงานเก่าเพื่อให้สมกับสิ่งที่พวกเขาเชื่อ แม้เวลาจะผ่านไปเกือบสองทศวรรษ. ในพ็อดแคสต์ล่าสุด Carter ยังพูดถึงหนังสยองอินดี้ที่เขาทำกับภรรยาใน Vancouver และหวังจะหาช่องทางฉายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า. แนวทางเหล่านี้ชี้ว่าผู้สร้าง X-Files กำลังเดินหน้าในเส้นทาง horror อย่างมั่นใจ และ Vrach Frankenshteyn คือหมุดหมายที่บอกชัดว่าเขาไม่มีความตั้งใจจะปล่อยให้ความกลัวถูกเจียนให้บางลงตามข้อจำกัดการตลาดอีกต่อไป.

X-Files Director’s Cut ที่คืนชีวิตให้วิสัยทัศน์สยองของ Chris Carter

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!