ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ทำไม Planet Nine ยังมองไม่เห็น ทั้งที่ใหญ่กว่าดาวโลกหลายเท่า

ทำไม Planet Nine ยังมองไม่เห็น ทั้งที่ใหญ่กว่าดาวโลกหลายเท่า
ความสนใจ|ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ

Planet Nine คืออะไร และทำไมเรื่องนี้สำคัญกว่าที่คิด

Planet Nine คือสมมติฐานของดาวเคราะห์ที่ซ่อนอยู่ขนาดมหึมาที่ปลายระบบสุริยะ ซึ่งอาจมีมวลมากกว่าดาวโลกหลายเท่าและมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่าสองเท่า แต่ยังไม่ถูกตรวจจับโดยกล้องโทรทรรศน์ นักดาราศาสตร์ใช้หลักฐานจากวงโคจรแปลกตาของวัตถุเล็กในแถบไคเปอร์เพื่อชี้ว่ามีดาวเคราะห์ที่ยังค้นพบไม่ได้ดึงพวกมันไว้ การมีอยู่ของมันอาจอธิบายโครงสร้างความผิดปกติหลายอย่างของระบบสุริยะชั้นนอก และเปลี่ยนภาพรวมว่าระบบดาวของเราเป็นอย่างไร

จุดที่น่าสนใจคือ Planet Nine ถ้ามีจริงอาจไม่ใช่ดาวดวงเล็กผิดพลาดที่มองข้ามไป แต่เป็นโลกแบบยักษ์น้ำแข็งคล้ายซับเนปจูน มีมวลหลายเท่าของโลกและอาจมีรัศมีกว่า 2 เท่าของโลก ข้อมูลการวิเคราะห์วงโคจรในปีหนึ่งระบุช่วงมวลประมาณ 6 เท่าของโลกโดยมีค่าความไม่แน่นอนค่อนข้างกว้าง จึงเป็นภาพของดาวเคราะห์ใหญ่โตที่น่าจะเห็นง่ายถ้าอยู่ใกล้ อย่างไรก็ตามความจริงกลับตรงกันข้าม ดาวเคราะห์ที่ยังค้นพบไม่ได้ดวงนี้อาจถูกซ่อนด้วยกฎของแสง ไม่ใช่ด้วยขนาดของมัน

ใหญ่แค่ไหนก็ไม่ช่วย เมื่ออยู่ไกลกว่าดาวโลกหลายร้อยเท่า

แก่นของปัญหา Planet Nine ไม่ได้อยู่ที่มันเล็กหรือมืด แต่คือมันอยู่ไกลเกินไป สมมติฐานปัจจุบันวางวงโคจรเฉลี่ยของมันราวหลายร้อยหน่วยดาราศาสตร์ ห่างจากดวงอาทิตย์หลายร้อยเท่าของระยะโลกถึงดวงอาทิตย์ ระยะระดับนี้ทำให้มันกลายเป็นดาวเคราะห์ที่ซ่อนอยู่โดยอาศัยระยะทางล้วนๆ

กฎระยะห่างผกผันของแสงระบุว่าความเข้มของแสงลดลงตามกำลังสองของระยะทาง เมื่อ Planet Nine อยู่ที่ระยะประมาณ 500 หน่วยดาราศาสตร์ พื้นผิวของมันจะได้รับแสงจากดวงอาทิตย์เพียงหนึ่งใน 250,000 ของแสงที่โลกได้รับ หากอยู่ราว 300 หน่วยดาราศาสตร์ แสงจะลดลงเกือบ 90,000 เท่า และถ้าไกลถึง 700 หน่วยดาราศาสตร์ แสงจะหายไปเกือบ 490,000 เท่า ต่อให้ดาวใหญ่กว่าดาวโลกสองเท่า มีพื้นที่รับแสงมากกว่าสี่เท่า ข้อได้เปรียบนี้ก็เล็กน้อยเมื่อเทียบกับการถูกตัดทอนแสงลงเป็นแสนเท่าตั้งแต่ขาไป

แสงไปไกลแล้วต้องกลับมาอีกครั้ง กฎระยะห่างผกผันจึงลงโทษสองรอบ

หลายคนมักคิดว่าถ้าดาวเคราะห์สะท้อนแสงได้ แค่กล้องใหญ่พอก็เห็น แต่ในกรณี Planet Nine กฎระยะห่างผกผันทำงานสองครั้ง แสงจากดวงอาทิตย์ต้องเดินทางออกไปถึงดาวแล้วถูกสะท้อนกลับมา แปลว่ามันถูกลดทอนทั้งขาออกและขากลับ แสงที่สะท้อนออกจากดาวส่วนใหญ่ยังแผ่กระจายไปทุกทิศทาง มีเพียงส่วนเล็กมากที่มุ่งกลับมาทางโลก

เมื่อรวมสองช่วงทางเดินนี้ การลงโทษของแสงสะท้อนสามารถมองอย่างง่ายว่าแรงส่องสว่างลดลงตามกำลังสี่ของระยะทาง ไม่ใช่แค่กำลังสองเหมือนกรณีวัตถุที่ส่องเอง หากย้ายดาวที่คล้ายโลกจากระยะ 1 หน่วยดาราศาสตร์ไปที่ 500 หน่วยดาราศาสตร์ มันจะมืดลงประมาณ 500 ยกกำลัง 4 เท่าหรือราว 62,500,000,000 เท่า ณ ระดับนี้คำว่าใหญ่และคำว่าง่ายต่อการมองเห็นแทบไม่เกี่ยวกันเลยในระบบสุริยะชั้นนอก ดาวเคราะห์ที่ซ่อนอยู่สามารถใหญ่กว่าดาวโลกมาก แต่กลายเป็นจุดสลัวที่จมไปในพื้นหลังของดวงดาวนับพันล้านจุด

ทำไมกล้องสมัยนี้ยังมองไม่เห็น ดาวเคราะห์ที่ยังค้นพบไม่ได้

แม้เทคโนโลยีกล้องโทรทรรศน์ก้าวไปไกล แต่การตามหาดาวเคราะห์ที่ยังค้นพบไม่ได้อย่าง Planet Nine ยังยากลำบากอย่างคาดไม่ถึง การคำนวณเบื้องต้นประเมินว่ามันอาจมีความสว่างในย่านแมกนิจูดราว 22 ถึง 25 ซึ่งมืดกว่าขีดจำกัดของตาเปล่าประมาณหนึ่งล้านถึงสี่สิบล้านเท่า และมันจะไม่ปรากฏเป็นแผ่นดิสก์ใหญ่โต แต่เป็นจุดเล็กๆ ที่ขยับช้ามากท่ามกลางจุดแสงอื่นนับพันล้านจุดในฐานข้อมูลของกล้องสำรวจท้องฟ้า

นักดาราศาสตร์จึงต้องรอให้ซอฟต์แวร์และกล้องสำรวจแบบต่อเนื่องทำงานร่วมกัน เพื่อคัดหาจุดแสงเล็กๆ ที่เคลื่อนที่อย่างสอดคล้องกันตลอดหลายคืน หลายเดือน หรือแม้แต่นานหลายปี การที่ยังไม่มีภาพถ่ายตรงของ Planet Nine ไม่ได้แปลว่ามันต้องเล็กหรือไม่มีอยู่จริง เพราะโลกที่กว้างกว่าดาวโลกมากกว่าสองเท่าสามารถซ่อนตัวได้เมื่อแสงจากดวงอาทิตย์ถูกทำให้เบาบางลงตลอดระยะทางหลายร้อยหน่วยดาราศาสตร์ และแสงสะท้อนสลัวๆ นั้นต้องเดินทางข้ามความมืดเดิมกลับมาอีกครั้ง

ศตวรรษแห่งการค้นหา และบทเรียนเรื่องแสงในระบบสุริยะ

การตามหาดาวเคราะห์ที่ซ่อนอยู่ในระบบสุริยะไม่ได้เริ่มต้นเมื่อไม่กี่ปี แต่ดำเนินต่อเนื่องมากกว่าหนึ่งศตวรรษ นักดาราศาสตร์เริ่มสงสัยตั้งแต่ยุคที่เนปจูนถูกค้นพบผ่านผลโน้มถ่วง ว่าอาจมีดาวเคราะห์อื่นอีกสั่นคลอนวงโคจรของดาวเคราะห์ชั้นนอก จากแนวคิด Planet X สู่แนวคิด Planet Nine ปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์ใช้ข้อมูลวงโคจรของวัตถุเล็กในแถบไคเปอร์และส่วนไกลของระบบสุริยะเพื่อชี้ว่ามีดาวเคราะห์ขนาดใหญ่แอบดึงพวกมันอยู่เบื้องหลัง

อย่างไรก็ดี สัญญาณแรงโน้มถ่วงที่อาจบอกใบ้ Planet Nine ยังต้องการหลักฐานชี้ตัวจากภาพถ่ายโดยตรง ความพยายามนับไม่ถ้วนตลอดศตวรรษที่ผ่านมาเตือนเราว่า ระบบสุริยะยังเก็บความลับไว้มาก และกฎระยะห่างผกผันของแสงมีพลังเพียงใดในฐานะตัวปิดบังที่ใหญ่กว่าดาวเคราะห์เสียอีก ดาวเคราะห์ที่ซ่อนอยู่จึงเป็นทั้งปริศนาดาราศาสตร์และบทเรียนสำคัญว่า เมื่อออกไปไกลพอ คำว่าไกลสามารถเอาชนะคำว่าใหญ่ได้อย่างเด็ดขาด และเราอาจต้องกล้องรุ่นใหม่และยุทธศาสตร์สำรวจแบบใหม่ ก่อนจะมีโอกาสเห็นเงาของดาวเคราะห์ที่ยังค้นพบไม่ได้ดวงนี้จริงๆ

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม บทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI จากแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่และข้อมูลสินค้า

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!