ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

กลยุทธ์หลายพันธมิตรของ Salesforce สร้าง Agentforce ให้เป็นศูนย์กลาง AI สำหรับองค์กร

กลยุทธ์หลายพันธมิตรของ Salesforce สร้าง Agentforce ให้เป็นศูนย์กลาง AI สำหรับองค์กร
ความสนใจ|วิเคราะห์ข้อมูลด้วย AI

Agentforce คืออะไร และทำไมพันธมิตร AI ของ Salesforce จึงสำคัญ

Agentforce คือระบบนิเวศปัญญาประดิษฐ์สำหรับองค์กรของ Salesforce ที่ออกแบบมาเพื่อเชื่อมต่อข้อมูลองค์กร โมเดล AI เอเจนต์อัตโนมัติ และโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์เข้าด้วยกัน เพื่อให้ธุรกิจสามารถสร้างเวิร์กโฟลว์อัจฉริยะสำหรับงานขาย การบริการลูกค้า และกระบวนการภาครัฐได้อย่างปลอดภัยและปรับขนาดได้ การประกาศล่าสุดของ Salesforce จึงไม่ใช่เพียงอัปเดตฟีเจอร์ แต่เป็นการวาง Agentforce ให้เป็นแพลตฟอร์มกลางของโลก enterprise data analysis และระบบอัตโนมัติในอนาคต เมื่อวันที่ 15 กันยายน Salesforce ประกาศความร่วมมือด้าน AI หลายรายการกับ AWS Google Cloud และ Nvidia โดยเน้นขยายระบบนิเวศ Agentforce ให้เชื่อมต่อได้ทั้งข้อมูล โมเดล และโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์อย่างเป็นระบบ การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนชัดว่า Salesforce เลือกเส้นทาง multi-cloud แทนที่จะผูกตัวเองกับผู้ให้บริการเพียงรายเดียว และนั่นคือจุดต่างเชิงยุทธศาสตร์ที่น่าจับตาสำหรับองค์กรที่กำลังวางแผน cloud infrastructure integration และโครงการ AI ระยะยาว

จับมือ AWS ขยาย Data 360 และการวิเคราะห์แบบ zero-copy

แกนหลักของ Salesforce AI partnership กับ AWS คือการทำให้ข้อมูลองค์กรไหลเวียนได้อย่างปลอดภัยโดยไม่ต้องย้ายที่ไปมา ความร่วมมือนี้เปิดให้ Agentforce เชื่อมต่อกับโมเดลพื้นฐานจาก Amazon Bedrock รวมถึงโมเดลจาก Anthropic OpenAI และ Nvidia เพื่อสร้างเอเจนต์ AI ที่เลือกใช้โมเดลได้ตามบริบทงาน สำหรับองค์กร นี่คือการปลดล็อก multi-cloud AI แบบแท้จริง ไม่ต้องเลือกระหว่างโมเดลเจ้าใดเจ้าหนึ่งอีกต่อไป จุดเปลี่ยนด้าน enterprise data analysis คือการขยายขีดความสามารถข้อมูลแบบ zero-copy ของ Data 360 ที่เปิดให้องค์กรเข้าถึงตาราง Apache Iceberg ที่จัดการโดย AWS Glue และฐานข้อมูล Amazon Aurora ได้โดยตรง ลดการย้ายข้อมูลแต่ยังคงสิทธิ์และธรรมาภิบาลข้อมูลเดิมขององค์กร กล่าวได้ว่า zero-copy กลายเป็นแนวคิดบังคับสำหรับ AI ในองค์กร เพราะยิ่ง AI ต้องเรียนรู้จากข้อมูลมากเท่าไร ก็ยิ่งต้องลดความเสี่ยงจากการคัดลอกข้อมูลซ้ำซ้อนมากเท่านั้น ซึ่ง Salesforce และ AWS กำลังวางโครงให้วันนี้

Hyperforce บน Google Cloud และการเชื่อม Agentforce เข้ากับ Gemini

บนฝั่ง Google Cloud Salesforce เลือกย้าย Hyperforce ไปทำงานแบบเนทีฟบนโครงสร้างพื้นฐานของ Google เพื่อดึงศักยภาพด้าน AI และคลาวด์มาผสานกัน Salesforce ระบุว่า Hyperforce บน Google Cloud กำลังรองรับทราฟฟิกลูกค้าแบบเรียลไทม์แล้ว และตั้งเป้าเปิดให้บริการทั่วไปในอเมริกาเหนือช่วงเดือนพฤศจิกายน 2026 พร้อมแผนขยายภูมิภาคเพิ่มเติมในปี 2027 รวมถึงเยอรมนี การตัดสินใจนี้สะท้อนแนวคิดชัดเจนว่า การแข่งขัน AI ระดับองค์กรจะชนะด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่ปรับให้เหมาะกับ AI ไม่ใช่เพียงด้วยฟีเจอร์ซอฟต์แวร์ จุดที่น่าสนใจคือสถาปัตยกรรมแบบ headless ของ Salesforce ถูกนำไปเชื่อมกับ Gemini Enterprise ผ่านมาตรฐาน Model Context Protocol ทำให้เอเจนต์จากทั้งสองแพลตฟอร์มให้เหตุผลและทำงานบนชุดข้อมูลเดียวกันโดยไม่ต้องผสานรวมพิเศษ Tableau MCP ยังเปิดทางให้การวิเคราะห์ของ Tableau ถูกเรียกใช้จาก Gemini โดยยังคงการกำกับดูแลและความปลอดภัยระดับแถวของข้อมูล นี่คือ cloud infrastructure integration ในแบบที่เน้นผลลัพธ์ทางธุรกิจมากกว่าการผูกขาดแพลตฟอร์ม

Koa บน Nvidia และบทบาทใหม่ของโมเดลให้เหตุผลเฉพาะด้าน CRM

การร่วมมือกับ Nvidia ทำให้ Salesforce เปิดตัว Koa โมเดลให้เหตุผลตัวแรกที่ออกแบบเฉพาะสำหรับบริบทการจัดการความสัมพันธ์ลูกค้า CRM Koa ถูกฝึกขั้นหลังบน NVIDIA Nemotron 3 Super ด้วยข้อมูลสังเคราะห์ที่จำลองสถานการณ์การขาย การบริการ และกระบวนการธุรกิจระดับองค์กร โดยไม่ใช้ข้อมูลลูกค้าโดยตรง แนวทางนี้ตอบโจทย์องค์กรที่ห่วงเรื่องความเป็นส่วนตัว แต่ยังต้องการโมเดลที่เข้าใจโลกของดีลและเคสบริการอย่างลึกซึ้ง Salesforce ระบุว่า Koa เข้าใจโครงสร้างดีล วงจรชีวิตเคสบริการ และเวิร์กโฟลว์ข้ามอุตสาหกรรม ทำให้ Agentforce สามารถทำงานที่ซับซ้อนหลายขั้นตอนและเรียกใช้เครื่องมือหลายอย่างได้สำเร็จภายใต้โมเดลเดียว สิ่งที่น่าสนใจคือ Salesforce เป็นเจ้าของค่าน้ำหนักโมเดลเอง และจัดการฝึกและประมวลผลผลลัพธ์ภายในขอบเขตความไว้วางใจของตน หมายความว่าองค์กรสามารถคาดหวังการควบคุมด้านความปลอดภัยที่สอดคล้องกับมาตรฐานของตนเอง ไม่ต้องพึ่งโมเดลสาธารณะที่อยู่คนละขอบเขตควบคุม

ผลกระทบต่อผู้ใช้จริงและทิศทางต่อไปของระบบนิเวศ Agentforce

ภาพของ Agentforce ecosystem จะไม่สมบูรณ์หากไม่มองลงมาถึงประสบการณ์ของผู้ใช้ปลายทาง ตั้งแต่ช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2026 ผู้บริโภคจะสามารถค้นหาและซื้อสินค้าได้โดยตรงใน Google Search โหมด AI และแอป Gemini โดยมี Salesforce Commerce Cloud เป็นกลไกเบื้องหลัง Velia Carboni จาก SharkNinja อธิบายว่าประสบการณ์นี้เป็นเส้นทางการซื้อที่สั้นลงแต่ไร้รอยต่อ และกลายเป็นช่องทางการเติบโตใหม่ที่มีความหมายสำหรับบริษัท นี่คือตัวอย่างชัดว่า enterprise data analysis และการผสานคลาวด์ไม่ได้หยุดอยู่ที่แดชบอร์ดผู้บริหาร แต่ลงไปถึงหน้าเสิร์ชที่ลูกค้าสัมผัสทุกวัน ในระดับเบื้องหลัง Salesforce Data 360 และ Google BigQuery รองรับการแชร์ข้อมูลแบบ zero-copy อยู่แล้ว และกำลังขยายไปยังภูมิภาคเพิ่มเติม ขณะเดียวกันโมเดลของ Nvidia ที่ผ่านการฝึกขั้นหลังมีแผนเปิดให้ลูกค้า Missionforce บางรายใช้งานในเดือนตุลาคม 2026 หากแนวโน้มนี้เดินต่อไป ระบบนิเวศ Agentforce จะกลายเป็นศูนย์กลางที่เชื่อม multi-cloud AI เข้ากับการปฏิบัติงานจริงขององค์กร เป็นเวทีที่ผู้เล่นคลาวด์และโครงสร้างพื้นฐานหลายรายต้องเข้ามาร่วมมือ แทนที่จะพยายามสร้างกำแพงล้อมลูกค้าของตนเอง

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม บทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI จากแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่และข้อมูลสินค้า

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!