ระบบสมาร์ทโฮม AI ของ Haier คืออะไร และทำไมการรวมทุกอุปกรณ์ไว้ในระบบเดียวจึงสำคัญ
ระบบสมาร์ทโฮม AI ของ Haier คือระบบนิเวศอัจฉริยะที่เชื่อมต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายประเภท เช่น ทีวี ตู้เย็น เครื่องซักผ้า เตาอบ และหุ่นยนต์ เข้าด้วยกันผ่านแพลตฟอร์มเดียว ทำให้อุปกรณ์สามารถรับรู้สภาพแวดล้อม เรียนรู้จากข้อมูล และปรับการทำงานตามบริบทแบบอัตโนมัติ เพื่อมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตที่เป็นธรรมชาติและใช้งานง่ายในทุกห้องของบ้าน ไฮเออร์เดินหน้าแนวทางนี้อย่างจริงจังในงานไฮเออร์ IFA 2026 โดยนำเสนอระบบนิเวศสมาร์ตโฮมที่ขับเคลื่อนด้วย AI ครอบคลุมการดูแลเสื้อผ้า ระบบทำความเย็น การประกอบอาหาร ความบันเทิง บริการดิจิทัล ไปจนถึงหุ่นยนต์ จุดสำคัญคือการไม่มองแต่ละเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นชิ้นโดดเดี่ยว แต่ยกระดับให้บ้านทั้งหลังทำงานประสานกันเป็นระบบเดียว ซึ่งต่างจากสมาร์ทโฮมแบบเดิมที่ต้องใช้หลายแอป หลายแพลตฟอร์มให้วุ่นวาย
จากเครื่องซักผ้าถึงสมาร์ททีวี เมื่อ AI เข้าใจงานบ้านแบบลงรายละเอียด
จุดที่ทำให้ระบบสมาร์ทโฮม AI ของ Haier น่าสนใจไม่ใช่แค่การเชื่อมต่อ แต่คือระดับความเข้าใจงานบ้านของ AI เครื่องซักผ้า Vision 15 ใช้กล้องภายใน เซ็นเซอร์ และอัลกอริทึมตรวจจับทั้งปริมาณผ้า ความสมดุล และระดับฟอง ก่อนจะปรับระดับน้ำ ปริมาณน้ำยาซักผ้า การเคลื่อนไหวของถัง และโปรแกรมให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ ขยับมาที่ครัว นวัตกรรมตู้เย็นต้นแบบ Maestro ผสานเทคโนโลยีถนอมอาหารหลายรูปแบบ และใช้ AI Food Care System 2.0 จดจำวัตถุดิบที่จัดเก็บ พร้อมแนะนำสภาวะที่เหมาะสมเพื่อช่วยให้ผู้ใช้จัดการและเก็บรักษาอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เตาอบ ID Ultimate Series 6 ใช้กล้องเพื่อจดจำอาหาร ตรวจสอบความคืบหน้า และหยุดการทำงานเมื่อได้ผลลัพธ์ตามต้องการ ส่วนสมาร์ททีวีของ Haier ใช้ UltraSense AI วิเคราะห์เนื้อหาและสภาพแวดล้อม ปรับภาพและเสียงแบบเรียลไทม์ ภาพรวมคือ AI ไม่ได้อยู่แค่ในเมนูตั้งค่า แต่เข้าไปแตะทุกจังหวะของงานบ้านแบบลงรายละเอียด
ระบบนิเวศอัจฉริยะและแอป hOn ทางออกจากยุคหลายแอป หลายโปรโตคอล
ผู้ใช้สมาร์ทโฮมจำนวนมากติดกับดักการต้องสลับใช้หลายแอปจากหลายแบรนด์ แม้จะมีคำว่าบ้านอัจฉริยะ แต่ประสบการณ์กลับไม่อัจฉริยะเท่าไหร่ แนวทางของ Haier จึงน่าสนใจ เพราะใช้แนวคิดระบบนิเวศอัจฉริยะเชื่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าเชื่อมต่อทุกชิ้นผ่านแอป hOn ในสภาพแวดล้อมดิจิทัลเดียว แอปนี้รวบรวมผลิตภัณฑ์ บริการ และประสบการณ์การใช้งานในบ้านของ Haier Europe ไว้ที่เดียว ทำให้อุปกรณ์ต่าง ๆ สามารถทำงานร่วมกันตามกิจวัตรประจำวัน และเปลี่ยนเทคโนโลยีที่เชื่อมต่อถึงกันให้กลายเป็นประโยชน์ที่ใช้ได้จริงภายในบ้าน จุดแข็งคือการทำให้บ้านทั้งหลังถูกควบคุมด้วยแพลตฟอร์มเดียว ลดปัญหาความเข้ากันได้ของโปรโตคอลและการตั้งค่าซ้ำซ้อน หากมองจากมุมผู้ใช้ ระบบสมาร์ทโฮม AI รูปแบบนี้คือการดึงคำว่าอัจฉริยะออกจากสเปกและมาวางในชีวิตจริงที่จับต้องได้มากขึ้น
ตัวเลขที่ไม่ควรมองข้าม การนำตลาดสมาร์ทโฮมและแผนลงทุนเพื่อยุค AI-native
เบื้องหลังการผลักดันระบบสมาร์ทโฮม AI คือยุทธศาสตร์ระดับโลกที่ค่อนข้างชัดเจน Haier ระบุว่าตนเป็นแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านรายใหญ่อันดับ 1 ของโลกต่อเนื่อง 17 ปี และจากข้อมูลของ Euromonitor International Haier Smart Home ได้รับการยอมรับให้เป็นบริษัทด้านสมาร์ตโฮมอันดับ 1 ของโลก โดยพิจารณาจากรายได้จากธุรกิจสมาร์ตโฮมทั่วโลกในปี 2568 แพลตฟอร์มสมาร์ตโฮมของบริษัทมีผู้ใช้งานที่ลงทะเบียนทั่วโลกมากกว่า 130 ล้านราย และมีการใช้งานฟังก์ชันอัจฉริยะจำนวน 86,100 ล้านครั้งในปี 2568 ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าระบบนิเวศอัจฉริยะไม่ได้เป็นแค่ต้นแบบในงานแสดงสินค้า แต่เริ่มถูกใช้ในชีวิตจริงแล้ว นอกจากนี้บริษัทมีแผนลงทุนอย่างน้อยในช่วง 5 ปีข้างหน้า โดยมุ่งเน้นเทคโนโลยีพื้นฐานสำคัญอย่างปัญญาประดิษฐ์ เซมิคอนดักเตอร์ และความปลอดภัยด้าน IoT เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่การดำเนินงานที่มี AI เป็นแกนหลักหรือยุค AI-native ซึ่งชี้ว่าระบบสมาร์ทโฮม AI จะไม่หยุดอยู่แค่รุ่นปัจจุบัน แต่จะยิ่งลึกและฉลาดขึ้นอีกมาก
เมื่อ AI ลงจากจอไปสู่ร่างกายมนุษย์ และข้อคิดสำหรับผู้ใช้ทั่วไป
สิ่งที่ทำให้การจัดแสดงในงานไฮเออร์ IFA 2026 แตกต่างคือการต่อยอดจากระบบสมาร์ทโฮม AI ไปสู่ปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพหรือ embodied intelligence Haier แสดงหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่สามารถโต้ตอบกับเครื่องใช้ไฟฟ้า ระบบหุ่นยนต์ทำความสะอาดที่จดจำวัตถุและสิ่งสกปรกประเภทต่าง ๆ รวมถึงหุ่นยนต์ผู้ช่วยสำหรับสั่งงานด้วยเสียงและให้ความช่วยเหลือที่ปรับให้เหมาะกับผู้ใช้แต่ละราย ยังมี Haier Exoskeleton ที่ใช้เซ็นเซอร์และอัลกอริทึมตีความเจตนาในการเคลื่อนไหวแบบเรียลไทม์ และปรับระดับความช่วยเหลือให้เหมาะกับผู้ใช้ เพื่อสนับสนุนการเคลื่อนไหวโดยยังคงความเป็นธรรมชาติ การสาธิตทั้งหมดนี้สะท้อนการเชื่อม AI เครื่องใช้ไฟฟ้า และหุ่นยนต์เข้าด้วยกันเพื่อตอบสนองความต้องการในโลกจริง ไม่ใช่แค่ในหน้าจอและแอป ความท้าทายต่อจากนี้สำหรับผู้ใช้ทั่วไปคือการตั้งคำถามเรื่องความปลอดภัยข้อมูล ความน่าเชื่อถือ และความคุ้มค่า แต่ในแง่ประสบการณ์ การก้าวสู่บ้านที่คิดเอง ทำงานร่วมกันเอง คือภาพอนาคตที่เริ่มชัดขึ้นแล้วสำหรับระบบสมาร์ทโฮม AI






