ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

Android 17 ฟีเจอร์ลับที่ควรเปิดใช้ Motion Assist แบตอึด และ AI ใช้งานได้จริง

Android 17 ฟีเจอร์ลับที่ควรเปิดใช้ Motion Assist แบตอึด และ AI ใช้งานได้จริง
ความสนใจ|ทริกใช้งานมือถือ

Android 17 คืออะไร และทำไมคนใช้เครื่องเดิมควรสนใจ

Android 17 คือระบบปฏิบัติการเวอร์ชันใหม่ของ Android ที่เน้นฟีเจอร์ใช้งานจริง เช่น การช่วยลดอาการเมารถด้วย Motion Assist การปรับธีมมืดแบบละเอียด และเครื่องมือจัดการหน้าจอและไอคอน มันไม่ได้มุ่งโชว์ลูกเล่น派แสงสีเท่านั้น แต่ตั้งใจให้มือถือที่มีอยู่ใช้งานสะดวกขึ้น สบายตาขึ้น และปรับแต่งให้เข้ากับตัวตนได้มากขึ้น โดยเฉพาะคนที่ใช้เครื่องรุ่นเก่าอย่าง Pixel 8 เมื่ออัปเดตเป็น Android 17 แล้วจะรู้สึกว่าเครื่องตอบสนองครบและทันสมัยขึ้นด้วยฟีเจอร์ที่เคยจำกัดอยู่ในรุ่นใหม่เท่านั้น

ประเด็นที่น่าสนใจคือ Android 17 ฟีเจอร์ หลายอย่างไม่ได้ออกแบบมาเพื่อขายความหวือหวา แต่เพื่อแก้ปัญหากวนใจในชีวิตประจำวัน เช่น การสลับแอปหลายตัวพร้อมกัน การใช้มือถือในที่มืด หรือการมองหน้าจอระหว่างอยู่ในรถที่กำลังเคลื่อนที่ Google ยังปล่อยอัปเดตเวอร์ชันนี้กับ Pixel 8 ที่ได้รับสัญญาอัปเดตยาวถึงเจ็ดปี ทำให้คนที่เพิ่งซื้อหรือใช้มานานยังรู้สึกได้ว่าเครื่อง “ยังมีแรงเหลือ” และไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังในเรื่องฟีเจอร์ระบบ

Motion Assist ช่วยลดอาการเมารถ ฟีเจอร์ใหม่ที่ซ่อนอยู่ใน Android 17

Motion Assist Android คือฟีเจอร์ช่วยการเข้าถึงที่ออกแบบมาเพื่อลดอาการเวียนศีรษะหรือเมารถเวลามองหน้าจอมือถือขณะอยู่บนยานพาหนะที่กำลังเคลื่อนที่ โดยจะแสดงรูปทรงขนาดเล็กคล้ายฟองอากาศตามขอบจอและเคลื่อนที่ตามข้อมูลจากเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวของเครื่องให้สัมพันธ์กับการเคลื่อนที่ของรถ แนวคิดคือสร้างจุดอ้างอิงทางภาพให้ตรงกับสิ่งที่สมองและร่างกายรับรู้ เพื่อลดความไม่สอดคล้องกันของสัญญาณจากตาและระบบทรงตัวซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของอาการเมารถ

สิ่งที่สำคัญและหลายคนยังไม่รู้คือ ฟีเจอร์นี้ไม่ได้จำกัดแค่มือถือ Pixel อีกต่อไป Google กำลังขยาย Motion Assist ไปยังสมาร์ตโฟน Android รุ่นอื่นผ่านอัปเดต Google Play Services เวอร์ชันใหม่ โดยเริ่มแพร่จากเวอร์ชัน 26.37 เป็นต้นไป เงื่อนไขคือต้องใช้ Android 17 หรือใหม่กว่าและอัปเดต Google Play Services ให้เข้ากันได้ ผู้ใช้ยังปรับสี ความโปร่งใส และรูปร่างของฟองได้ รวมถึงตั้งให้ระบบเปิดอัตโนมัติเมื่อมือถืออยู่ในรถหรือเปิดเองผ่านการตั้งค่าด่วน แนวทางนี้เป็นตัวอย่างชัดเจนว่า Google เลือกลงทุนกับฟีเจอร์เพื่อสุขภาพและความสบายของผู้ใช้มากกว่าการโชว์เทคโนโลยี派แสงสี

  1. เช็กว่ามือถือของคุณอัปเดตเป็น Android 17 หรือเวอร์ชันใหม่กว่าแล้ว
  2. เปิดแอปบริการของ Google แล้วอัปเดต Google Play Services ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด
  3. เข้าเมนูการตั้งค่าด่วน มองหาปุ่ม Motion Assist และกดเปิด หากยังไม่ขึ้นให้ลองเพิ่มจากปุ่มแก้ไขไอคอนด่วน
  4. เมื่อติดตั้งแล้ว Motion Assist สามารถตั้งให้เปิดเองเมื่ออยู่ในยานพาหนะผ่านเมนูตัวเลือกภายในฟีเจอร์นี้

เปลี่ยน Pixel 8 ให้เหมือนเครื่องใหม่ด้วย Android 17 และเคล็ดลับหน้าจอ

ผู้เขียนต้นฉบับที่ใช้ Pixel 8 เล่าว่าเมื่ออัปเดตเป็น Pixel 8 Android 17 แล้วถึงกับรู้สึกว่าเครื่องสามรุ่นก่อนหน้าจากเรือธงใหม่ยังใช้งานได้เต็มมือ เพราะฟีเจอร์ระดับแรกๆ ของ Android ถูกปล่อยให้ใช้งานครบ ไม่ได้ถูกกั๊กไว้เฉพาะรุ่นล่าสุด จุดที่เห็นชัดคือหน้าจอโฮมและล็อกสกรีนที่มีตัวเลือกมากขึ้น เคล็ดลับ Android ที่ควรเปิดใช้คือวิดเจ็ตหน้าจอล็อก ซึ่งกลับมาครั้งแรกหลังจากหายไปตั้งแต่ยุค Lollipop ผู้ใช้สามารถเข้าไปที่การตั้งค่า เลือกเมนูหน้าจอและการสัมผัส จากนั้นเข้าไปที่ล็อกสกรีนแล้วเปิดใช้งานวิดเจ็ต เมื่อเปิดแล้วเพียงปัดขวาบนหน้าจอล็อกก็จะเห็นการ์ดต่างๆ รวมถึงการ์ดถาม Gemini ที่อยู่ด้านบนสุด

อีกดีเทลที่ดูเล็กแต่เปลี่ยนความรู้สึกเวลาจับเครื่องคือความโปร่งแสงของแถบค้นหาบนหน้าจอโฮม ผู้ใช้ Pixel 8 อธิบายว่าแม้ยังลบแถบค้นหาติดเครื่องไม่ได้ แต่สามารถกดค้างเพื่อเข้าไปปรับค่าความโปร่งใสให้เข้ากับวอลเปเปอร์ได้ พร้อมกันนี้ในเมนูวอลเปเปอร์และสไตล์ยังมีตัวเลือกสร้างไอคอนแบบกำหนดเอง โดยมีสไตล์ให้เล่นหลายแบบ เช่น Disco Scribbles Cookies Easel Treasure และ Stardust รวมถึงชุดไอคอนธีมเฉพาะที่เปลี่ยนทั้งวอลเปเปอร์ โทนสีระบบ และสไตล์ไอคอนในครั้งเดียว ทำให้คนที่ไม่อยากเสียเวลาจับคู่สีเองเพียงแตะครั้งเดียวก็จัดธีมทั้งเครื่องให้เข้าชุด

  • เปิดวิดเจ็ตหน้าจอล็อกเพื่อเข้าข้อมูลสำคัญแบบไม่ต้องปลดล็อก
  • ปรับความโปร่งใสของแถบค้นหาให้เข้ากับโทนวอลเปเปอร์
  • ใช้ชุดธีมสำเร็จรูปในเมนูวอลเปเปอร์และสไตล์เพื่อเปลี่ยนอารมณ์ทั้งระบบในหนึ่งครั้ง

ธีมมืดแบบ Expanded และ App Bubbles เคล็ดลับลดล้าและลดความวุ่นวาย

หนึ่งใน Android 17 ฟีเจอร์ ที่มีประโยชน์กว่าที่คิดคือธีมมืดแบบ Expanded ผู้ใช้ Pixel 8 บอกว่านี่คือชัยชนะครั้งใหญ่ของเวอร์ชันนี้ เพราะช่วยให้คนที่สายตาสั้น ชอบใช้งานตอนกลางคืน หรือไวต่อแสงจ้า สามารถบังคับให้แต่ละแอปเป็นโหมดมืดได้แม้ผู้พัฒนาจะยังไม่รองรับ วิธีตั้งค่าให้เข้าไปที่เมนูหน้าจอและการสัมผัส เลือกธีมมืด จะเห็นตัวเลือก Standard และ Expanded เมื่อเลือก Expanded จะมีไอคอนรูปเฟืองที่เปิดไปยังรายชื่อแอปทั้งหมดบนเครื่องให้กดสวิตช์เปิดปิดแบบรายแอปได้ งานวิจัยจาก Purdue ยังรายงานว่าการใช้ธีมมืดสามารถช่วยประหยัดแบตเตอรี่ได้ราว 3% ถึง 9% เมื่อใช้ที่ความสว่างสูงด้วย

อีกเครื่องมือที่คนชอบทำหลายอย่างพร้อมกันไม่ควรมองข้ามคือ App Bubbles ซึ่งออกแบบเหมือนที่แขวนแอปด้านข้างจอเก็บแอปที่ใช้บ่อยไว้ในฟองกลมๆ ทำให้ไม่ต้องไถหาในลิสต์แอปล่าสุดหรือลิ้นชักแอปบ่อยๆ ฟีเจอร์นี้เก็บแอปได้สูงสุดห้าตัวและย้ายตำแหน่งฟองไปตามขอบด้านซ้าย ขวา บน ล่างของหน้าจอได้ตามถนัด ผู้ใช้ Pixel 8 เล่าว่าสามารถเปิดแอปอัดเสียงในฟองหนึ่ง พร้อมจดใน Docs และตอบแชตใน Slack ไปพร้อมกัน หรือเปิด Maps ในฟองเล็กด้านข้างควบคู่กับโซเชียลระหว่างคุยเส้นทางกับเพื่อนได้โดยไม่ต้องสลับจอให้เสียจังหวะ

  1. เข้าเมลติลาสก์หรือการตั้งค่าเพื่อเปิดใช้ App Bubbles
  2. เลือกแอปหลักที่ต้องการให้ปรากฏในฟองไม่เกินห้าตัว
  3. ลองย้ายฟองไปแต่ละขอบหน้าจอเพื่อหาตำแหน่งที่ไม่บังเนื้อหา
  4. ใช้คู่กับธีมมืด Expanded เพื่อลดแสงรบกวนเวลาทำงานหลายแอปตอนกลางคืน

Android 17 เน้นฟีเจอร์ใช้ได้ทุกวัน ไม่ใช่แค่ลูกเล่นโชว์เพื่อน

ถ้าดูภาพรวม Android 17 จะเห็นชัดว่า Google เลือกลงทุนในฟีเจอร์ที่แตะชีวิตประจำวันมากกว่าการโชว์เทคโนโลยี派แสงสี Motion Assist ช่วยให้คนที่จำเป็นต้องใช้มือถือในรถมีความสบายตัวมากขึ้นและลดอาการเมารถ ธีมมืดแบบ Expanded ให้ผู้ใช้ควบคุมประสบการณ์แสงบนหน้าจอทีละแอป ช่วยทั้งสายตาและแบตเตอรี่ ส่วน App Bubbles จัดระเบียบการสลับแอปให้ไม่วุ่นวาย ลดความเครียดเวลาต้องทำหลายอย่างพร้อมกัน

การอัปเดตผ่าน Google Play Services ยังช่วยให้ฟีเจอร์ใหม่ๆ อย่าง Motion Assist ไปถึงมือถือ Android หลายรุ่นโดยไม่ถูกล็อกอยู่ในฮาร์ดแวร์บางรุ่นเท่านั้น พร้อมกันนี้ Google ยังปรับปรุงการส่งข้อมูลสุขภาพแบบเรียลไทม์จาก Wear OS มายังมือถือ และทำให้ค้นหาฟีเจอร์ไม่รบกวนขณะขับรถได้ง่ายขึ้น รวมทั้งปรับเสถียรภาพของระบบให้ดีขึ้นในภาพรวม สุดท้ายคำถามสำหรับผู้ใช้ Android ไม่ใช่ว่าจะเปลี่ยนเครื่องใหม่เมื่อไร แต่คือจะรู้จักและเปิดใช้ฟีเจอร์เหล่านี้ครบแล้วหรือยัง เพราะหลายอย่างพร้อมเปลี่ยนประสบการณ์ใช้งานทันทีตั้งแต่วันนี้

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม บทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI จากแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่และข้อมูลสินค้า

Related Products

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!