ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ตั้ง Copilot Autopilot Agent ให้ทำงานแทนคุณทั้งเวิร์กโฟลว์

ตั้ง Copilot Autopilot Agent ให้ทำงานแทนคุณทั้งเวิร์กโฟลว์
ความสนใจ|เทคนิคการใช้ AI

Copilot Autopilot Agent คืออะไร และทำไมต้องเริ่มใช้ตอนนี้

Copilot Autopilot Agent คือผู้ช่วย AI อัตโนมัติที่ทำหน้าที่เหมือนเพื่อนร่วมทีมดิจิทัล สามารถมอบหมายงานให้ AI ทำต่อเนื่องแทนมนุษย์ ตั้งแต่ติดตามช่องทางสื่อสาร งานประจำ ไปจนถึงเวิร์กโฟลว์หลายขั้นตอน โดยทำงานบนคลาวด์ภายในระบบองค์กร มีตัวตน ความจำ และพื้นที่ทำงานของตัวเอง ทำให้ดูแลงานซ้ำๆ และโครงการระยะยาวได้โดยไม่ต้องรอคำสั่งใหม่ทุกครั้ง ผู้ใช้สามารถตั้งชื่อ กำหนดบทบาท และเป้าหมายให้ Autopilot เพื่อให้เข้ากับบริบทงานของทีม และเรียกใช้งานผ่านเครื่องมือที่คุ้นเคยอย่างอีเมล แชต และเอกสาร เป็นการเปลี่ยนจากการถามตอบแบบแชตครั้งเดียวไปสู่ workflow automation AI ที่ลงมือทำงานแทนคุณอย่างต่อเนื่อง

การยกเครื่อง Microsoft Copilot ครั้งล่าสุดออกแบบรอบสามความสามารถหลักคือ Home สำหรับการเริ่มงานและจัดการข้อมูล Code สำหรับสร้างแอปและระบบอัตโนมัติด้วยภาษาธรรมชาติ และ Autopilot Agent สำหรับรับงานระยะยาวและเวิร์กโฟลว์ที่ต้องติดตามผล หากคุณยังใช้ AI เพียงเพื่อร่างอีเมลหรือสรุปเอกสาร แปลว่าคุณใช้ Copilot แค่ส่วนบนของภูเขาน้ำแข็ง มุมมองสำคัญคือเริ่มคิดว่า Autopilot คือสมาชิกทีมเสมือนที่สามารถดูแลกระบวนการธุรกิจทั้งชุด เช่น ทบทวนคู่ค้า วางกำหนดการ ประชุม ติดตามผล โดยไม่ต้องจ้างคนเพิ่มและไม่ต้องคอยสั่งงานทีละขั้น เป็นจุดเปลี่ยนจากผู้ช่วยตอบคำถามไปสู่ระบบที่รับภาระงานจริงในองค์กร

ตั้ง Copilot Autopilot Agent ให้ทำงานแทนคุณทั้งเวิร์กโฟลว์

เข้าใจ Home และ Office in Copilot ก่อนจะมอบหมายงานให้ AI

การตั้ง Copilot Autopilot Agent ให้มีผลกับงานทั้งองค์กร เริ่มจากการเข้าใจว่าข้อมูลและเอกสารของคุณอยู่ตรงไหนในระบบ Copilot ใหม่ Home คือศูนย์กลางที่รวมโหมด Chat และ Cowork ไว้จุดเดียว ให้คุณสลับระหว่างการประชุม แชต เอกสาร และเอเจนต์ได้ลื่นไหล Chat ใช้สำหรับถามตอบหรือค้นข้อมูลเร็ว ส่วน Cowork เหมาะกับงานหลายขั้นตอนที่ต้องทำตั้งแต่ต้นจนจบ เช่น ขอเสนอ โครงการ หรือชุดเอกสารปิดบัญชีการเงิน การมองภาพนี้ให้ชัดจะช่วยให้คุณรู้ว่าควรปล่อยให้ Autopilot ถือเวิร์กโฟลว์ไหน และควรให้ Chat หรือ Cowork รับช่วงตรงไหนของงาน

อีกจุดที่ไม่ควรมองข้ามคือ Office in Copilot ซึ่งนำ Word Excel และ PowerPoint เข้ามาอยู่ในประสบการณ์ Copilot โดยตรง ผู้ใช้สามารถสั่งร่างสรุปการเปิดตัว จำลองงบประมาณ หรือสร้างสไลด์เด็กจากหน้า Home แล้วให้ Copilot สร้างหรืออัปเดตไฟล์ที่ทีมแก้ไขร่วมกันแบบเรียลไทม์ เมื่อเชื่อม Autopilot เข้ากับเอกสารเหล่านี้ คุณสามารถมอบหมายงานให้ AI เช่น รวบรวมข้อมูลยอดขายลง Excel ปรับรายงานประจำสัปดาห์ใน Word หรือจัดเตรียมชุดสไลด์ประชุมจากข้อมูลล่าสุดในระบบ โดยไม่ต้องให้คนในทีมมาทำงานซ้ำๆ ทุกครั้ง มุมคิดคือให้เอกสารเป็นฐานข้อมูล และให้ Autopilot เป็นคนจัดรูปงานให้คุณ

SpecAB
บทบาทหลักใน HomeChat ถามตอบและค้นข้อมูลสั้นๆCowork ดูแลงานหลายขั้นตอนตั้งแต่ต้นจนจบ
การเชื่อมกับ Officeสร้างและปรับ Word Excel PowerPoint จาก Homeทำงานร่วมทีมแบบเรียลไทม์บนไฟล์เดียวกัน

ออกแบบบทบาท Autopilot ให้กลายเป็นผู้ช่วย AI อัตโนมัติประจำเวิร์กโฟลว์

หัวใจของ workflow automation AI ด้วย Copilot Autopilot Agent คือการออกแบบบทบาทเอเจนต์ให้ใกล้เคียงกับงานจริงในทีมมากที่สุด Autopilot เป็นเอเจนต์คงที่ที่ผู้ใช้กำหนดชื่อ บทบาท และเป้าหมายได้เอง ก่อนให้มันเริ่มติดตามช่องทางสื่อสาร เธรด สนทนา และงานประจำในองค์กร แนวคิดคือให้มันรับหน้าที่ที่มนุษย์มักเบื่อหน่าย เช่น การรวบรวมข้อมูลจากหลายช่อง การติดตามงานค้าง หรือการกลับมาทำต่อโครงการหลังผ่านไปหลายวัน โดยไม่ต้องให้ใครมานั่งไล่ประวัติแชตและเอกสารย้อนหลังทุกครั้ง การจัดบทบาทชัดเช่น "ผู้ช่วยรีพอร์ตการเงิน" หรือ "เจ้าหน้าที่ทบทวนคู่ค้า" จะทำให้คำสั่งงานที่คุณมอบให้ AI ตรงและมีผลลัพธ์ใกล้กับงานจริง

Autopilot ทำงานบนคลาวด์และอาศัยอยู่ใน Tenant ขององค์กรพร้อม Identity ความจำ และพื้นที่ทำงานเฉพาะตัว มันปรากฏในเครื่องมือคุ้นเคยอย่าง Teams Outlook แชต และเอกสาร สามารถ @mention ได้เหมือนเพื่อนร่วมงาน ภายใต้ระบบสิทธิ์ การตรวจสอบ และการกำกับดูแลขององค์กร มุมสำคัญคืออย่ามอง Autopilot เป็นบอตตอบแชต แต่ให้มองเป็นเจ้าของกระบวนการหนึ่ง เช่น กระบวนการตรวจสอบผู้จัดหา ที่ต้องสร้างตารางเวลา แผนทำงานย้อนหลัง เตรียมประชุม และติดตามผลกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดในระยะยาว เมื่อคุณมอบหมายงานให้ AI ด้วยวิธีนี้ งานที่กระจัดกระจายระหว่างหลายเครื่องมือจะถูกดูแลครบวงจรโดยเอเจนต์เดียว

ใช้ Code และ Managed Runtime สร้างระบบอัตโนมัติที่ Autopilot ดูแลได้ทั้งองค์กร

หากต้องการให้ Copilot Autopilot Agent ทำงานลึกไปถึงระดับระบบธุรกิจ คุณต้องคิดถึง Code และ Managed Runtime เป็นคู่เครื่องยนต์ของผู้ช่วย AI อัตโนมัติ Code เปิดให้ทุกคนอธิบายสิ่งที่ต้องการด้วยภาษาธรรมชาติ เช่น แอป ระบบติดตาม แดชบอร์ด ระบบอัตโนมัติ หรือเวิร์กโฟลว์ จากนั้น Copilot จะสร้างโซลูชันตามโจทย์ได้เอง มันใช้เทคโนโลยีเดียวกับ GitHub Copilot ทำงานในสภาพแวดล้อมแบบ Sandbox และสามารถโฮสต์ภายในระบบขององค์กร ภายใต้บริบทข้อมูลจาก Microsoft IQ นี่คือวิธีให้คนหน้างานออกแบบเครื่องมือที่ Autopilot จะใช้ เพื่อเชื่อมข้อมูลและงานซ้ำๆ เข้ากับเอเจนต์อย่างมีโครงสร้าง

ด้านโครงสร้างพื้นฐาน Microsoft Copilot Managed Runtime ทำหน้าที่โฮสต์โค้ดและแอปที่สร้างผ่าน Cowork Code และ Copilot Studio ภายในสภาพแวดล้อม Microsoft 365 ขององค์กรโดยฝ่ายไอทีสามารถกำกับดูแลได้เต็มที่ แอปที่โฮสต์จะปรากฏในประสบการณ์ Apps ใหม่ในศูนย์ผู้ดูแล ทำให้เห็นรายการเดียวสำหรับการเข้าถึง การใช้งาน สถานะสุขภาพ และนโยบายไม่ว่ามาจากช่องทางใด แนวคิดเชิงกลยุทธ์คือใช้ Code สร้างเวิร์กโฟลว์อัตโนมัติสำหรับงานสำคัญ เช่น การประมวลผลข้อมูลและรายงานยอดขาย แล้วให้ Autopilot เป็นเจ้าของเวิร์กโฟลว์ คอยเรียกใช้แอป ตรวจงาน และแจ้งเตือนทีมอย่างต่อเนื่อง ผลคือคุณได้ระบบ workflow automation AI ที่ผูกกับข้อมูลจริงและถูกดูแลภายใต้กรอบความปลอดภัยขององค์กร

SpecAB
บทบาท Codeสร้างแอป ระบบอัตโนมัติ และเวิร์กโฟลว์ด้วยภาษาธรรมชาติเชื่อมกับบริบทข้อมูลผ่าน Microsoft IQ
บทบาท Managed Runtimeโฮสต์โค้ดและแอปภายใน Microsoft 365ให้ไอทีควบคุมนโยบาย การเข้าถึง และสถานะสุขภาพแอป
ตั้ง Copilot Autopilot Agent ให้ทำงานแทนคุณทั้งเวิร์กโฟลว์

ออกแบบเวิร์กโฟลว์จริง มอบหมายงานให้ AI และขยายสเกลทั้งองค์กร

จุดแข็งที่แท้จริงของ Copilot Autopilot Agent คือการนำไปใช้กับเวิร์กโฟลว์ธุรกิจที่มีอยู่แล้ว ไม่ใช่แค่ทดลองในงานเล็กๆ ตัวอย่างจากการทบทวนคู่ค้าแสดงให้เห็นว่า Autopilot สามารถช่วยสร้างกำหนดการ วางแผน เตรียมงาน จัดประชุม และติดตามผลกับผู้เกี่ยวข้องได้ทั้งกระบวนการ หากต่อยอดแนวคิดนี้ไปยังการวิเคราะห์ยอดขายประจำเดือน การประมวลผลข้อมูลลูกค้า หรือการจัดทำรายงานผู้บริหาร คุณสามารถให้ Autopilot ติดตามช่องทางสื่อสาร ดึงข้อมูลจากเอกสารและแอป แล้วกลับมาปรับรายงานหรือสไลด์ทุกครั้งที่ข้อมูลเปลี่ยน โดยไม่ต้องเพิ่มหัวหน้าโครงการคนใหม่

เมื่อ Copilot เชื่อมข้อมูลและเวิร์กโฟลว์จากระบบธุรกิจหลัก เช่น Dynamics 365 และ Power Platform เข้าด้วยกัน คุณยิ่งสามารถออกแบบให้ workflow automation AI ขยายผลทั้งองค์กรได้ เช่น พนักงานขายดึงประวัติการซื้อขายและรายการแจ้งปัญหาของลูกค้ามาประกอบข้อเสนอโดยไม่ต้องสลับแอปไปมา แนวทางปิดบทความนี้คือเริ่มจากการเลือกกระบวนการหนึ่งที่ทีมใช้เวลาซ้ำๆ มากที่สุด ตั้ง Autopilot เป็นเจ้าของเวิร์กโฟลว์นั้น เชื่อมเอกสารผ่าน Home และ Office in Copilot จากนั้นค่อยสร้างโซลูชันเพิ่มด้วย Code และ Managed Runtime งานข้อมูล การทำรายงาน และกระบวนการดำเนินธุรกิจจะถูกยกให้ผู้ช่วย AI อัตโนมัติดูแล ทำให้ทีมมนุษย์มีเวลามากขึ้นไปโฟกัสการตัดสินใจและกลยุทธ์

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!