ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ราคาสมาร์ทโฟนพุ่งสูง เพราะชิปและหน่วยความจำกดดันทั้งตลาด

ราคาสมาร์ทโฟนพุ่งสูง เพราะชิปและหน่วยความจำกดดันทั้งตลาด
ความสนใจ|การเลือกซื้อโทรศัพท์มือถือ

ยุคใหม่ของสมาร์ทโฟนแพงขึ้น คืออะไรและทำไมคุณหนีไม่พ้น

ยุคใหม่ของราคาสมาร์ทโฟนพุ่งสูง คือช่วงเวลาที่ต้นทุนชิปและหน่วยความจำเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ผู้ผลิตทุกรายตั้งแต่ระดับกลางถึงเรือธงต้องปรับราคาเครื่องขายปลีกสูงขึ้น ผู้บริโภคจึงจ่ายแพงกว่าเดิมทั้งเพื่อความจุที่มากขึ้น ประสิทธิภาพชิปที่สูงขึ้น และรองรับงานด้านปัญญาประดิษฐ์ ส่งผลให้การอัปเกรดเครื่องใหม่ถี่ๆ กลายเป็นภาระมากขึ้นแทนที่จะเป็นเรื่องปกติแบบที่เคย

สัญญาณชัดเจนที่สุดมาจากการที่ซัมซุงเริ่มปรับขึ้นราคาค่าบริการผลิตชิปขั้นสูงของตัวเองตั้งแต่กระบวนการ 4 นาโนเมตร 5 นาโนเมตร ไปจนถึงเทคโนโลยีเก่า ทำให้แบรนด์ที่พึ่งพาไลน์การผลิตเหล่านี้แทบทั้งหมดต้องรับต้นทุนเพิ่มและหลีกเลี่ยงได้ยาก การที่ค่าชิปเพิ่มขึ้นในระดับต้นทางแบบนี้คือแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ราคาสมาร์ทโฟนทั้งตลาดขยับขึ้นพร้อมกัน

ราคาสมาร์ทโฟนพุ่งสูง เพราะชิปและหน่วยความจำกดดันทั้งตลาด

เมื่อซัมซุงขึ้นค่าชิป แบรนด์จีนและรุ่นกลางคือด่านแรกที่โดน

การตัดสินใจของซัมซุงในการขึ้นค่าผลิตชิปแบบกำหนดเองขั้นสูงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ซัมซุงเพิ่มราคากระบวนการ 4 นาโนเมตรประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ และ 5 นาโนเมตรประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่กระบวนการเก่าอย่าง 8 นาโนเมตรก็ยังถูกปรับขึ้นอีกราว 10 เปอร์เซ็นต์ นี่ไม่ใช่แค่การเก็บเงินเพิ่มเล็กน้อย แต่คือการเปลี่ยนสมการต้นทุนของผู้ผลิตสมาร์ทโฟนจำนวนมากที่ต้องพึ่งพาโรงหล่อชิปแห่งนี้

ผลกระทบชัดที่สุดเกิดกับแบรนด์สมาร์ทโฟนจีนและรุ่นกลางราคาประหยัดที่ใช้บริการ Samsung Foundries รวมถึงสมาร์ทโฟนซัมซุงระดับกลางอย่างซีรีส์ Galaxy A27 และ Galaxy A57 ที่ใช้ชิป Exynos ของตัวเอง กล่าวอีกอย่างคือ ราคาสมาร์ทโฟนพุ่งสูงไม่ได้เริ่มจากเรือธง แต่เริ่มจากรุ่นที่คนส่วนใหญ่ซื้อใช้ เมื่อชิปและโมดูลหน่วยความจำแพงขึ้น รุ่นกลางที่เคยคุ้มค่าใกล้เคียงเรือธงจะถูกบีบให้หายไปชั่วคราว ผู้ซื้อที่เคยหวังอัปเกรดทุกสองรุ่นเพื่อได้ประสิทธิภาพสูงขึ้นเล็กน้อยจึงต้องทบทวนใหม่

ราคาสมาร์ทโฟนพุ่งสูง เพราะชิปและหน่วยความจำกดดันทั้งตลาด

เรือธงแพงพร้อมกันทั้งแถว iPhone ซัมซุง Google ต่างก็ขยับราคา

ฝั่งสมาร์ทโฟนเรือธง ภาพก็ไม่ได้สวยกว่าเดิม Apple เตรียมปรับขึ้นราคา iPhone ตาม Samsung และ Google เนื่องจากปัญหาห่วงโซ่อุปทานของชิปและหน่วยความจำที่รุนแรงขึ้น รายงานระบุว่าทั้งสองคู่แข่งอย่างซัมซุงและกูเกิลได้ขยับราคาสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดเพิ่มขึ้นราวหนึ่งขั้นราคามาตรฐานไปแล้ว ทำให้ iPhone ปรับราคาตามเป็นเรื่องที่บริษัทมองว่าเลี่ยงไม่ได้

มีการคาดการณ์ว่า iPhone 18 Pro จะมีราคาเริ่มต้นสูงกว่า iPhone 17 Pro ประมาณ 9 เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายถึงกลุ่มเรือธงกำลังถูกดันเพดานราคาขึ้นไปอีกชั้น ขณะที่ Apple เองยอมรับแรงกดดันต่ออัตรากำไร และเลือกแบกรับต้นทุนส่วนหนึ่งไว้เพื่อหลีกเลี่ยงอาการช็อกเมื่อผู้ใช้เห็นราคาใหม่ การมีโปรแกรมอย่างการสมัครสมาชิกเพื่ออัปเกรด iPhone แบบรายเดือนก็เป็นอีกวิธีที่บริษัทใช้เพื่อลดแรงกระแทกต่อผู้บริโภค โดยเปลี่ยนภาระจากการจ่ายเงินก้อนเป็นค่าใช้จ่ายต่อเดือนแทน

ราคาสมาร์ทโฟนพุ่งสูง เพราะชิปและหน่วยความจำกดดันทั้งตลาด

แรงกดดันจากชิป AI และหน่วยความจำ ทำไมทุกแบรนด์ต้องผลักภาระถึงผู้ซื้อ

สาเหตุเบื้องหลังค่าชิปเพิ่มขึ้นไม่ใช่แค่ต้นทุนโรงงานแพง แต่คือคลื่นความต้องการชิปสำหรับปัญญาประดิษฐ์ที่สูงลิ่วทั่วโลก TSMC คู่แข่งสำคัญของซัมซุงเดินเครื่องการผลิตเต็มกำลัง ลูกค้าจำนวนมากจึงต้องกระจายคำสั่งซื้อไปยังโรงงานของซัมซุง ทำให้ฝั่งนี้มีอำนาจต่อรองด้านราคามากขึ้น ขณะเดียวกันข้อจำกัดด้านการส่งออกอุปกรณ์ผลิตชิปจากบางประเทศบีบให้บริษัทจีนและไต้หวันต้องพึ่งโรงหล่อในต่างประเทศอย่าง TSMC และซัมซุงโดยตรง

เมื่อสายการผลิต 4 นาโนเมตรของซัมซุงในเมืองหลักทำงานเต็มกำลัง ทั้งยังต้องป้อนชิปให้ลูกค้าหลากหลายตั้งแต่ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนไปจนถึงผู้ผลิตรถไฟฟ้า การปรับขึ้นราคาคือทางเลือกที่บริษัทเลือกใช้เพื่อจัดลำดับความสำคัญของคำสั่งซื้อและรักษากำไร ผลคืออุปกรณ์ที่ใช้ชิป Broadcom ที่ผลิตด้วยกระบวนการเดียวกัน รวมถึงสมาร์ทโฟนระดับกลางของซัมซุงเอง ต่างมีแนวโน้มขึ้นราคาตาม เมื่อห่วงโซ่อุปทานระดับล่างสะดุด ภาระจึงถูกส่งต่อขึ้นมาจนถึงมือผู้บริโภคปลายทางอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ราคาสมาร์ทโฟนพุ่งสูง เพราะชิปและหน่วยความจำกดดันทั้งตลาด

ควรซื้อเมื่อไรดี เมื่อราคาสมาร์ทโฟนพุ่งสูงและยุคเปลี่ยนเครื่องถี่ๆ จบลง

ในสถานการณ์ที่ราคาสมาร์ทโฟนพุ่งสูงทั้งรุ่นกลางและเรือธง การวิ่งไปซื้อเครื่องใหม่ทันทีเพราะกลัวแพงกว่าเดิมอาจไม่ใช่คำตอบที่คุ้มค่าที่สุด ผู้เขียนต้นทางแนะนำชัดเจนว่าการตื่นตระหนกและรีบซื้อรุ่นใหม่ไม่มีประโยชน์ แต่สิ่งที่ควรทำคือเปลี่ยนวิธีคิดเวลาเลือกเครื่อง หากสมาร์ทโฟนที่คุณใช้อยู่ยังทำงานได้ดี ไม่มีปัญหาจอแตกหรือแบตเสื่อมหนัก การห่อเครื่องด้วยเคสดีๆ ดูแลแบตเตอรี่ และยืดอายุการใช้งานออกไปเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลกว่า

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผู้ใช้กลุ่มกลางเคยได้อยู่ในยุคทองที่สมาร์ทโฟนราคาปานกลางให้ประสบการณ์ใกล้เคียงเรือธง แต่ภายใต้แรงกดดันจากค่าชิปและหน่วยความจำที่สูงขึ้น ขอบเขตความคุ้มค่าแบบเดิมกำลังถูกบีบอย่างชัดเจน ยุคที่เปลี่ยนเครื่องทุกสองรุ่นเพื่ออัปเกรดเล็กน้อยกำลังสิ้นสุดลง การตัดสินใจซื้อครั้งต่อไปจึงควรเน้นระยะยาว เลือกสเปกที่ตอบโจทย์หลายปีและยอมจ่ายเพิ่มให้กับความทนทานและการอัปเดตซอฟต์แวร์ แทนที่จะมองแค่ราคาป้ายในวันเปิดตัว

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม บทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI จากแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่และข้อมูลสินค้า

Related Products

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!