ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ZEISS Imaging System และชิป VS1+ เมื่อ vivo ท้าชนภาพถ่ายสมาร์ทโฟนระดับเรือธง

ZEISS Imaging System และชิป VS1+ เมื่อ vivo ท้าชนภาพถ่ายสมาร์ทโฟนระดับเรือธง
ความสนใจ|ถ่ายภาพด้วยมือถือ

Imaging System ของ vivo คืออะไร และทำไมจึงสำคัญ

Imaging System ของ vivo คือแนวคิดการออกแบบระบบถ่ายภาพสมาร์ทโฟนที่มองกล้องเป็นทั้งชุดเลนส์ ระบบกันสั่น เซนเซอร์ ชิปภาพ ซอฟต์แวร์ และ AI ทำงานร่วมกันอย่างเป็นหนึ่งเดียว เพื่อรองรับทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ ตั้งแต่ระดับผู้ใช้ทั่วไปไปจนถึงครีเอเตอร์มืออาชีพ ไม่ใช่การเพิ่มสเปกกล้องแยกชิ้น แต่คือการออกแบบประสบการณ์ถ่ายภาพตั้งแต่การรับแสง การประมวลผล ไปจนถึงการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ครึ่งปีแรก vivo เล่าอย่างชัดเจนว่าทิศทางนวัตกรรมสมาร์ทโฟนจะขยับจากแข่งตัวเลขสเปก ไปสู่การสร้างระบบใช้งานรอบด้าน ทั้งกล้องระดับมืออาชีพ แบตเตอรี่ความจุสูง ซอฟต์แวร์อัจฉริยะ และความทนทานของตัวเครื่อง มุมนี้ทำให้กล้อง ZEISS สมาร์ทโฟนไม่ใช่แค่โลโก้บนโมดูลเลนส์ แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบ Imaging System เต็มรูปแบบที่ต้องพิสูจน์ตัวเองในสนามเดียวกับ Galaxy S24 Ultra และ iPhone 15 Pro Max ที่เน้นการประมวลผลภาพด้วยซอฟต์แวร์เป็นหลัก

ZEISS Imaging System และชิป VS1+ เมื่อ vivo ท้าชนภาพถ่ายสมาร์ทโฟนระดับเรือธง

กล้อง ZEISS สมาร์ทโฟนบน X300 Ultra ยกระดับระบบ Imaging System

หัวใจของการท้าชนเรือธงในปีนี้คือการผลักดันระบบ Imaging System ให้เทียบชั้นกล้องสมาร์ทโฟนระดับบนสุด vivo ผสานเลนส์ ZEISS ระบบกันสั่น เซนเซอร์ และชิปภาพเข้าด้วยกันในระดับระบบทั้งหมด ไม่ได้จำกัดเฉพาะโมดูลเลนส์เดี่ยว การเปิดตัว vivo X300 Ultra ในฐานะสมาร์ทโฟน Ultra รุ่นแรกของแบรนด์ในตลาดเรือธงจึงเป็นคำประกาศชัดเจนว่าต้องการเข้าไปอยู่ในวงสนทนาเดียวกับ Galaxy S24 Ultra และ iPhone 15 Pro Max จุดที่น่าสนใจคือการเสริมกล้องเทเลโฟโต้ด้วย vivo ZEISS Telephoto Extender Gen 2 Ultra ที่ขยายระยะซูมเทียบเท่า 400 มิลลิเมตร พร้อมมาตรฐาน ZEISS APO เพื่อรักษาความคมและสี แนวทางนี้ต่างจากคู่แข่งที่มักใช้การซูมไฮบริดผ่านซอฟต์แวร์และการประมวลผลเป็นหลัก การเลือกพึ่งเลนส์เสริมและมาตรฐานออปติกระดับมืออาชีพสะท้อนว่าภาพถ่ายจากกล้อง ZEISS สมาร์ทโฟนถูกออกแบบให้เริ่มต้นดีตั้งแต่หน้าฟิลเตอร์ ไม่ใช่รอให้ AI มาเกลี่ยข้อผิดพลาดทีหลัง

ชิป VS1+ และ BlueVolt Battery ฐานพลังของถ่ายภาพสมาร์ทโฟนต่อเนื่อง

การจะสู้กับการถ่ายภาพและวิดีโอระดับเรือธงที่เน้นคอมพิวเตชันหนักเช่น Galaxy S24 Ultra และ iPhone 15 Pro Max ได้ vivo ต้องมีฐานการประมวลผลและพลังงานที่มั่นคง แบรนด์เลือกใช้ชิป MediaTek Dimensity ที่ปรับจูนร่วมกับผู้ผลิต ทำงานคู่กับชิปภาพ vivo VS1+ ที่พัฒนาเอง เพื่อรองรับงานภาพ วิดีโอ และ AI อย่างต่อเนื่อง จุดนี้ทำให้ระบบ Imaging System ไม่ได้อยู่แค่ในแอปกล้อง แต่ฝังลงไปในฮาร์ดแวร์โดยตรง โควตที่สะท้อนแนวคิดนี้ชัดเจนคือ “BlueVolt Battery และชิปภาพ vivo VS1+ เป็นองค์ประกอบที่เชื่อมประสิทธิภาพกับการใช้พลังงาน” แบตเตอรี่ BlueVolt เจเนอเรชันใหม่ถูกกระจายความจุ 6500mAh ในรุ่น V70 และ X300 FE 6600mAh ใน X300 Ultra 7000mAh ใน V70 FE และสูงสุด 7200mAh ใน Y31d การให้ความสำคัญกับพลังงานระดับนี้มีผลตรงกับการถ่าย Cinematic 4K 120fps 10-bit Log ทุกระยะเลนส์ที่ต้องใช้การประมวลผลต่อเนื่อง ซึ่งเป็นโจทย์เดียวกับวิดีโอระดับภาพยนตร์ในค่ายคู่แข่ง

ZEISS Imaging System และชิป VS1+ เมื่อ vivo ท้าชนภาพถ่ายสมาร์ทโฟนระดับเรือธง

OriginOS 6 เชื่อมฮาร์ดแวร์และ AI ปูทางสู่การถ่ายภาพคอมพิวเตชัน

ถ้า Galaxy S24 Ultra และ iPhone 15 Pro Max นำหน้าด้วยการประมวลผลภาพผ่านซอฟต์แวร์และ AI การตอบโต้ของ vivo อยู่ที่ชั้นระบบปฏิบัติการ OriginOS 6 ซึ่งถูกออกแบบมาให้ทำงานร่วมกับฮาร์ดแวร์และ AI ได้อย่างไร้รอยต่อ ช่วยเพิ่มความลื่นไหลในการทำงาน การจัดการข้อมูล และการสร้างคอนเทนต์ แบรนด์ย้ำว่าประเด็นไม่ใช่ฟีเจอร์ AI แยกส่วน แต่คือการเชื่อมฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และ AI ให้รองรับลำดับการใช้งานเดียวกัน ตั้งแต่การถ่ายภาพ การตัดต่อ ไปจนถึงการแชร์ผลงาน ในเชิงภาพรวม OriginOS 6 ทำหน้าที่เป็นชั้นคอมพิวเตชันที่คอยดึงข้อมูลจากเลนส์ ZEISS ระบบกันสั่น เซนเซอร์ และชิป VS1+ มาประมวลผลให้เข้ากับการใช้งานจริง แนวทางนี้จึงไม่ต่างจากกลยุทธ์ของค่ายใหญ่ที่ผลักดัน “computational photography” แต่ความน่าสนใจคือ vivo เลือกพูดถึงการผสานกับเวิร์กโฟลว์ครีเอเตอร์อย่าง Pro-grade Camera Cage และการถ่าย Cinematic Log มากกว่าการโฟกัสเฉพาะโหมดออโต้เพียงอย่างเดียว

ZEISS Imaging System และชิป VS1+ เมื่อ vivo ท้าชนภาพถ่ายสมาร์ทโฟนระดับเรือธง

ภาพรวมครึ่งปีแรก และสิ่งที่รออยู่ในครึ่งปีหลังของ vivo

เมื่อมองครึ่งปีแรก จะเห็นว่ากลยุทธ์ของ vivo วางรากฐานชัดเจน ตั้งแต่ระบบ Imaging System ที่รวมเลนส์ ZEISS ระบบกันสั่น เซนเซอร์ ซอฟต์แวร์ และ AI การผสานชิป VS1+ กับ MediaTek Dimensity และแบตเตอรี่ BlueVolt ความจุสูง ไปจนถึง OriginOS 6 ที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่างเนียนตา ทั้งหมดนี้คือการประกาศว่าต้องการเป็นผู้เล่นจริงจังในตลาดเรือธงด้านการถ่ายภาพสมาร์ทโฟน ไม่ใช่แค่ทางเลือกเสริม เส้นทางต่อจากนี้ก็ยิ่งยืนยันเป้าหมายดังกล่าว แบรนด์พูดถึงการพัฒนาเซนเซอร์กล้องรุ่นใหม่ แบตเตอรี่ BlueVolt ความจุ 8000–10000mAh และระบบปฏิบัติการ OriginOS 7 ที่จะมาพร้อมฟีเจอร์ AI รูปแบบใหม่ พร้อมยืนยันการเปิดตัว X500 Series ในเดือนกันยายน ที่ชูเซนเซอร์ Phantom 900 สำหรับการถ่ายวิดีโอระดับภาพยนตร์ เมื่อเอาทุกชิ้นมารวมกันจะเห็นภาพว่า vivo กำลังปูทางจากการเป็นแบรนด์ที่เน้นความคุ้มค่า ไปสู่การเป็นคู่แข่งเต็มตัวในสมรภูมิกล้องสมาร์ทโฟนที่ครองโดย Samsung และ Apple มานาน

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

Related Products

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!