Bangkok Music City คืออะไร และทำไมการกลับมาครั้งนี้สำคัญ
Bangkok Music City คืออีเวนต์ที่รวมทั้งเทศกาลดนตรีและสัมมนาธุรกิจดนตรีในพื้นที่เดียวกัน สร้างพื้นที่ให้ศิลปิน ผู้ประกอบการ สื่อ และแฟนเพลงได้พบปะ แลกเปลี่ยน และสนุกกับดนตรีหลากหลายแนวพร้อมกัน โดยมีทั้งเวทีเฟสติวัลกระจายทั่วย่านสร้างสรรค์เจริญกรุงและกิจกรรมด้านธุรกิจที่ช่วยต่อยอดให้ศิลปินมีโอกาสเติบโตสู่เวทีนานาชาติ การกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่แค่การรีรันคอนเสิร์ตกรุงเทพอีกงาน แต่เป็นการยืนยันว่ามิวสิคเฟสติวัลสามารถเป็นแพลตฟอร์มระดับอุตสาหกรรมที่ผลักดันระบบนิเวสดนตรีได้ทั้งฝั่งคนดูและคนทำงาน ความน่าสนใจอยู่ตรงที่งานนี้ตั้งใจจะเป็นบ้านของคนดนตรีทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง ไม่ได้เปิดรับเฉพาะแฟนเพลง แต่เปิดพื้นที่ให้คนทำงานได้สร้างอนาคตร่วมกัน

คัมแบ็ค 30-31 มกราคม ที่เจริญกรุง พร้อมอัปสเกลสัมมนาธุรกิจ
Bangkok Music City ประกาศคัมแบ็คอย่างเป็นทางการ โดยปักหมุดจัดงานวันที่ 30-31 มกราคม ที่ย่านสร้างสรรค์เจริญกรุง พร้อมคำมั่นว่าจะอัปสเกลฝั่งสัมมนาธุรกิจและจัดเต็มเวทีเฟสติวัลมากกว่าที่เคย ในมุมคนเขียน นี่คือการยกระดับเทศกาลดนตรีให้กลายเป็นฮับธุรกิจดนตรีอย่างชัดเจน เพราะไม่ได้หยุดอยู่ที่การฟังเพลง แต่เพิ่มน้ำหนักให้กับกิจกรรม Panel Discussion หัวข้อเข้มข้นกว่าเดิม และ Networking ที่เจาะลึกมุมต่าง ๆ ของอุตสาหกรรมดนตรี ตั้งแต่ศิลปิน ผู้จัดการ ไปจนถึงผู้ประกอบการและสื่อ การเปิดขายบัตร Delegates เป็นครั้งแรก ยิ่งตอกย้ำว่างานนี้ออกแบบมาให้คนทำงานด้านดนตรีเข้ามาแลกเปลี่ยนความรู้เชิงธุรกิจอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่เดินดูบูธหรือฟังบรรยายผิวเผิน สำหรับคนทั่วไป งานนี้ยังยืนยันว่าจะเป็นเทศกาลดนตรี 2 วันที่เข้าร่วมได้ฟรีผ่านการลงทะเบียนในแอป Bangkok Music City ถือว่าเป็นการออกแบบที่เปิดกว้างทั้งฝั่งเมนสตรีมและมืออาชีพ

ไลน์อัปแรกหลากแนว ทั้ง Réjizz แบงค์ ศรราม Montonn Jira และศิลปินอินเตอร์
หัวใจของ Bangkok Music City คือไลน์อัปศิลปินที่ตั้งใจให้คนดูได้ทั้งเสพเบอร์ใหญ่และค้นพบเบอร์ใหม่ งานคัมแบ็คครั้งนี้เปิดรายชื่อชุดแรกออกมาแล้ว โดยฝั่งศิลปินไทยมี Apichat Pakwan แบงค์ ศรราม เอนกลาภ DharmaDance GYMV JPBS Mongkol Montonn Jira Réjizz Sounds of Future Siam และ srwks ซึ่งแต่ละชื่อสะท้อนความหลากหลายทางซาวนด์ ตั้งแต่ดนตรีทดลองไปจนถึงป๊อปและฮิปฮอป จุดแข็งอีกด้านคือการดึงศิลปินอินเตอร์จากหลายพื้นที่ เช่น Aurus จากเกาะเรอูนียง Grrrl Gang จากอินโดนีเซีย KAGAMI จากเนเธอร์แลนด์ Mitsune จากเยอรมนีและญี่ปุ่น Mỹ Anh จากเวียดนาม The Colors จากมองโกเลีย และ The Filters จากมาเลเซีย การมีทั้ง Réjizz แบงค์ ศรราม และ Montonn Jira เคียงข้างชื่ออย่าง Mỹ Anh และ Grrrl Gang ทำให้ภาพรวมของงานไม่ใช่แค่คอนเสิร์ตกรุงเทพ แต่เป็นเทศกาลที่ตั้งใจเชื่อมวงการดนตรีไทยเข้ากับศิลปินนานาชาติบนเวทีเดียวกัน

แพลตฟอร์มครบวงจรสำหรับคนดนตรีทุกภาคส่วน
สิ่งที่ทำให้ Bangkok Music City น่าจับตามองกว่ามิวสิคเฟสติวัลทั่วไป คือการวางตัวเป็นแพลตฟอร์มครบวงจร ทั้งสำหรับคนดูและคนทำงานในอุตสาหกรรมดนตรี งานนี้ขึ้นชื่อว่าคนรักดนตรีทุกภาคส่วนสามารถมาสนุกกับโชว์จากศิลปินนับร้อย ทั้งเบอร์ใหญ่และเบอร์ใหม่จากไทยและต่างประเทศ พร้อมเดินตามเวทีแลนด์มาร์กที่กระจายทั่วย่านเจริญกรุงโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ในขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการ ผู้อยู่เบื้องหลังวงการดนตรี และสื่อมวลชนก็ได้พื้นที่พบปะแลกเปลี่ยน สร้างโอกาสให้ศิลปินในงานถูกเลือกไปเป็นหนึ่งในไลน์อัปของมิวสิคเฟสติวัลระดับโลก คำกล่าวที่สะท้อนตัวตนของงานนี้ได้ชัดคือ Bangkok Music City เป็นอีเวนต์ของคนรักดนตรีทุกภาคส่วนที่เปิดทั้งเวทีและห้องประชุมให้ทุกคนก้าวไปข้างหน้าพร้อมกัน ในมุมมองคนเขียน หากคุณมองหางานที่เป็นทั้งคอนเสิร์ตกรุงเทพและคล้าย Business Summit ในวงการดนตรี งานนี้ตอบโจทย์ที่สุดงานหนึ่งในปีนี้
วิธีเข้าร่วมงาน และทำไมไม่ควรพลาด
แม้ Bangkok Music City จะมีโครงสร้างกิจกรรมระดับสากล แต่ทางผู้จัดยังยืนยันความเป็นมิตรกับคนดูทั่วไปแบบเดิม บุคคลทั่วไปสามารถลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชั่น Bangkok Music City เพื่อรับ QR Code เข้าชมมิวสิคเฟสติวัลตลอดสองวันได้โดยไม่เสียค่าเข้าชม ถือเป็นการเปิดประตูให้แฟนเพลงทุกกลุ่มเข้าถึงศิลปินใหม่ ๆ ได้ง่ายขึ้น ส่วนคนทำงานในวงการที่ต้องการเจาะลึกฝั่งธุรกิจ สามารถซื้อบัตร Delegates เพื่อเข้าร่วมสัมมนาและกิจกรรม Networking อย่างเต็มรูปแบบ เป็นครั้งแรกที่งานนี้ออกแบบชั้นบัตรเฉพาะให้ผู้สนใจเรื่องธุรกิจดนตรีโดยตรง นอกจากนี้ยังมีบัตร Priority Lane ที่เตรียมเปิดจำหน่ายผ่านช่องทางจำหน่ายบัตรออนไลน์ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้างาน ในสายตาคนเขียน Bangkok Music City กำลังนิยามใหม่ให้คำว่าเทศกาลดนตรี 2026 ว่าต้องเป็นทั้งพื้นที่ความสนุกและเวทีสร้างโอกาสให้วงการดนตรีเดินหน้าต่อไปพร้อมกัน






