E20 คืออะไร และทำไมถึงควรเป็นน้ำมันหลักคันแรกของคุณ
น้ำมัน E20 คือเชื้อเพลิงเบนซินที่ผสมเอทานอลประมาณ 20% ทำให้เป็นเชื้อเพลิงชีวภาพที่ใช้วัตถุดิบจากภาคการเกษตรและผลิตได้ภายในประเทศ ช่วยลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลล้วน ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม และยังออกแบบให้ใช้งานร่วมกับรถยนต์รุ่นใหม่ที่ผู้ผลิตรับรองได้โดยไม่ต้องดัดแปลงระบบเครื่องยนต์ น้ำมัน E20 จึงเป็นทางเลือกที่ผสมความประหยัด เข้าถึงง่าย และเป็นมิตรต่อเครื่องยนต์และโลกในเวลาเดียวกัน
คำตอบสั้นและชัด คือ ถ้ารถคุณรองรับ น้ำมัน E20 คือเชื้อเพลิงที่ควรเลือกเป็นตัวหลักทันที เพราะน้ำมัน E20 มีค่าออกเทน 95 เช่นเดียวกับแก๊สโซฮอล์ 95 จึงให้การทนการน็อกและสมรรถนะการเผาไหม้ในระดับเดียวกัน ขณะเดียวกันเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพที่ผลิตได้จากเอทานอลในประเทศ ช่วยลดความเสี่ยงจากวิกฤตพลังงานโลกพร้อมเสริมความมั่นคงด้านพลังงานให้ทั้งระบบ ภาครัฐถึงขั้นวางเป้าให้ E20 กลายเป็นน้ำมันพื้นฐานในกลุ่มเบนซินและเพิ่มการใช้ให้เกิน 6 ล้านลิตรต่อวัน ใครกำลังมองหาน้ำมันที่ทั้งคุ้มและช่วยรักษ์โลก การเริ่มต้นจาก E20 คือคำตอบตรงจุดที่สุดตอนนี้
แก๊สโซฮอล์ 95 vs E20 ประหยัดกว่าแค่ไหนในโลกความจริง
หัวใจของคนใช้งานจริงคือคำถามว่าน้ำมัน E20 ประหยัด แค่ไหนเมื่อเทียบกับแก๊สโซฮอล์ 95 และคุ้มค่าพอจะเปลี่ยนหรือไม่ คำตอบคือ E20 ถูกออกแบบมาให้เป็นตัวเลือกที่ให้สมดุลระหว่างค่าใช้จ่ายและสมรรถนะ โดยยังคงค่าออกเทน 95 เท่ากับแก๊สโซฮอล์ 95 แต่ใช้เอทานอลเป็นส่วนผสม 20% จึงช่วยลดต้นทุนเชื้อเพลิงลง ข้อมูลจากผู้ค้าน้ำมันระบุชัดเจนว่าน้ำมัน E20 มีราคาต่ำกว่าแก๊สโซฮอล์ 95 ถึงลิตรละ 5 บาท สำหรับคนที่เติมน้ำมันเป็นประจำ ส่วนต่างระดับนี้เมื่อสะสมทั้งเดือนถือเป็นเงินก้อนที่มองเห็นได้
ในเชิงเทคนิค การที่ E20 มีค่าความร้อนใกล้เคียงกับกลุ่มน้ำมัน E10 หมายถึงอัตราการสิ้นเปลืองจะอยู่ในระดับใกล้กันในรถที่ออกแบบมารองรับ กลายเป็นว่าน้ำมันที่ราคา E20 ถูกกว่า ยังให้ระยะทางต่อถังที่ใกล้เคียงการใช้งานเดิม ทำให้ค่าใช้จ่ายรวมต่อกิโลเมตรลดลงโดยไม่กระทบการขับขี่ ภาครัฐและเอกชนจึงเร่งผลักดันให้สัดส่วนการใช้น้ำมัน E20 ในกลุ่มเบนซินเพิ่มจากระดับประมาณ 18% ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันให้สูงขึ้น เพื่อให้ผู้ใช้รถได้รับประโยชน์จากต้นทุนเชื้อเพลิงที่ต่ำลงพร้อมกันทั้งระบบ
| ประเด็นเทียบ | แก๊สโซฮอล์ 95 | E20 |
|---|---|---|
| ค่าออกเทน | 95 | 95 |
| ส่วนผสมเอทานอล | ประมาณ 10% | ประมาณ 20% เชื้อเพลิงชีวภาพ |
| ค่าความร้อน | อ้างอิงกลุ่ม E10 | ใกล้เคียงกลุ่ม E10 |
| ราคาโดยประมาณ | สูงกว่า | ต่ำกว่าแก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 5 บาท |

รถใช้ E20 ได้ หรือยัง ต้องเช็กอะไรบ้างก่อนเปลี่ยน
ก่อนจะรีบไปที่ปั๊ม สิ่งสำคัญที่สุดคือการเช็กให้ชัดว่ารถใช้ E20 ได้ หรือไม่ ข้อมูลจากภาคอุตสาหกรรมระบุว่ารถยนต์จำนวนมากที่ผลิตตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา สามารถรองรับน้ำมัน E20 ได้ โดยมีค่ายรถยนต์กว่า 13 แบรนด์ ครอบคลุมมากกว่า 200 รุ่น และค่ายรถจักรยานยนต์อีก 5 แบรนด์ ครอบคลุมประมาณ 100 รุ่น ข้อมูลจากกรมธุรกิจพลังงานยังย้ำว่าในโครงสร้างยานยนต์ในประเทศ มีรถยนต์กว่า 4 ล้านคันและรถจักรยานยนต์ประมาณ 80% ที่รองรับการใช้งานน้ำมัน E20 อยู่แล้ว
วิธีเช็กที่ง่ายและไวที่สุดคือดูสัญลักษณ์หรือสติ๊กเกอร์บริเวณฝาถังน้ำมัน ซึ่งมักระบุชัดว่ารองรับ E20 หรือไม่ หากยังไม่แน่ใจสามารถเปิดเว็บไซต์ของกรมธุรกิจพลังงานเพื่อค้นหารุ่นรถที่ได้รับการรับรองจากผู้ผลิตได้ทันที ค่ายรถยนต์ 13 แบรนด์และค่ายรถจักรยานยนต์ 5 แบรนด์ได้ส่งข้อมูลรุ่นรถที่รองรับ E20 ให้กรมธุรกิจพลังงานเผยแพร่ และยืนยันผ่านผลทดสอบว่า E20 ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายใดต่อเครื่องยนต์ของรถที่ได้รับการออกแบบรองรับ ถ้ารถคุณอยู่ในกลุ่มนี้ การเปลี่ยนมาเติม E20 คือการอัพเกรดความคุ้มค่าแบบไม่ต้องดัดแปลงอะไรเพิ่มเติม
ทำไมควรเริ่มที่ E20 S EVO ถ้าคุณเติมบางจากเป็นหลัก
ถ้าคุณเติมน้ำมันของบางจากเป็นประจำ ตัวเลือกที่ควรเริ่มเป็นคันแรกอย่างมั่นใจคือ บางจากแก๊สโซฮอล์ E20 S EVO เพราะเป็นน้ำมัน E20 ที่มีคุณสมบัติเด่นทั้งด้านสมรรถนะและสิ่งแวดล้อม น้ำมันรุ่นนี้เป็นรายแรกในเอเชียที่ได้มาตรฐาน EURO 5 ช่วยลดมลพิษจากท่อไอเสียได้ดีกว่าน้ำมันมาตรฐานเก่า และยังคงราคาต่ำกว่าแก๊สโซฮอล์ 95 ถึงลิตรละ 5 บาทตามสโลแกน แรงสุดพลังสะอาด คุ้มกว่าทุกลิตร ทำให้ตอบโจทย์ทั้งคนที่ต้องการประหยัดค่าเชื้อเพลิงและอยากมีส่วนช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
จุดขายสำคัญของ E20 S EVO คือการใส่สารเพิ่มคุณภาพถึง 2 ชนิด ได้แก่ S Dual Purifier และ S Turbo Modifier ซึ่งช่วยทำความสะอาดหัวฉีดเครื่องยนต์ได้ถึง 100% ช่วยให้การเผาไหม้สมบูรณ์ขึ้น เครื่องยนต์ทำงานราบรื่น ตอบสนองอัตราเร่งได้ดี เพิ่มแรงม้าและแรงบิด พร้อมป้องกันสนิมและการกัดกร่อน ช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ในระยะยาว น้ำมันรุ่นนี้มีจำหน่ายในสถานีบริการบางจากทั่วทุกภูมิภาค ทำให้ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนมาใช้ E20 สามารถเริ่มต้นได้ทันทีโดยไม่ต้องเปลี่ยนเส้นทางการเติมน้ำมันเดิมของตนเอง

E20 กับภาพใหญ่ วิกฤตพลังงานและอนาคตเชื้อเพลิงชีวภาพ
เบื้องหลังคำว่าน้ำมัน E20 ประหยัด ไม่ได้หยุดอยู่ที่ค่าครองชีพของผู้ใช้รถเท่านั้น แต่ยังเชื่อมถึงความมั่นคงพลังงานและรายได้ของเกษตรกร น้ำมัน E20 มีเอทานอล 20% ที่ผลิตได้จากกากน้ำตาลอ้อยและมันสำปะหลังในประเทศ การเพิ่มสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพจึงสร้างตลาดให้กับวัตถุดิบการเกษตร ส่งรายได้กลับสู่ชุมชน และช่วยให้ราคาพืชผลมีเสถียรภาพมากขึ้น ข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระบุว่ามีกำลังการผลิตเอทานอลรวมประมาณ 7 ล้านลิตรต่อวัน แต่มีการใช้งานจริงเพียง 3 4 ล้านลิตรต่อวัน จึงยังมีช่องให้เพิ่มการใช้ได้อีกมาก
ในแง่สิ่งแวดล้อม น้ำมัน E20 ถูกวางให้เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญในการลดมลพิษจากภาคขนส่ง และสอดรับกับทิศทางการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานสะอาดของประเทศ ภาครัฐจับมือผู้ค้าน้ำมัน 7 แบรนด์และค่ายรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ช่วยกันรณรงค์ให้ผู้ใช้รถมั่นใจว่าน้ำมัน E20 ที่จำหน่ายในสถานีบริการทั่วประเทศอยู่ภายใต้การกำกับดูแลคุณภาพอย่างเข้มข้นตั้งแต่โรงกลั่นถึงหัวจ่าย เมื่อมองในภาพรวม การหันมาใช้ E20 คือการเลือกที่ให้ประโยชน์สามด้านพร้อมกัน ผู้ใช้รถได้เชื้อเพลิงราคาสมเหตุสมผล เกษตรกรมีตลาดรองรับ และการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพช่วยลดแรงกดดันจากวิกฤตพลังงานโลกในระยะยาว
Buy if / Skip if
- Buy the น้ำมัน E20 ถ้ารถของคุณผลิตตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมาและผู้ผลิตรับรองว่ารองรับการใช้งาน E20 ได้เต็มรูปแบบ
- Skip the น้ำมัน E20 ถ้ารถของคุณเป็นรุ่นเก่าที่ไม่มีสติ๊กเกอร์หรือคู่มือยืนยันการรองรับ และยังไม่สามารถตรวจสอบรายชื่อรุ่นจากกรมธุรกิจพลังงานได้
- Buy the บางจากแก๊สโซฮอล์ E20 S EVO ถ้าคุณเติมบางจากอยู่แล้วและต้องการน้ำมันราคาถูกกว่าแก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 5 บาทพร้อมมาตรฐาน EURO 5 และสารทำความสะอาดหัวฉีด
- Skip the บางจากแก๊สโซฮอล์ E20 S EVO ถ้าพื้นที่ที่คุณใช้งานประจำไม่มีสถานีบริการบางจากในระยะที่สะดวกจนต้องขับอ้อมเพิ่มมาก
- Buy the น้ำมัน E20 ถ้าคุณต้องการลดค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงระยะยาว สนับสนุนเชื้อเพลิงชีวภาพจากภาคการเกษตร และร่วมลดมลพิษจากภาคขนส่ง
- Skip the น้ำมัน E20 ถ้าคุณยังไม่พร้อมเปลี่ยนนิสัยการเติมน้ำมัน หรือมีความกังวลเรื่องการรับประกันเครื่องยนต์ในรถที่ยังไม่ได้รับการยืนยันจากผู้ผลิต





