โปรตีนพืชไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่คือยุทธศาสตร์สุขภาพระยะยาว
โปรตีนพืชคือแหล่งโปรตีนจากถั่ว ธัญพืช และพืชหลากชนิดที่ให้กรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วน ลดภาระไขมันและโคเลสเตอรอลเมื่อเทียบกับโปรตีนจากสัตว์ และกำลังถูกพัฒนาเป็นอาหารเสริมพืชและผลิตภัณฑ์โภชนาการเฉพาะทาง เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป ความต้องการดูแลสุขภาพหัวใจ และแนวโน้มการดูแลสุขภาพแบบเชิงป้องกันในระยะยาวของผู้บริโภคยุคใหม่ในหลายช่วงวัยที่ต้องการตัวเลือกโปรตีนที่ยืดหยุ่น ปลอดภัย และเข้าถึงได้ในระดับราคาที่หลากหลาย
มุมที่น่าสนใจคือ โปรตีนพืชไม่เติบโตจากกระแสแฟชั่นอาหาร แต่เติบโตจากการผสมผสานวิทยาศาสตร์และอินไซต์ผู้บริโภคอย่างจริงจัง บริษัทอาหารและสุขภาพรายใหญ่เริ่มใช้ความรู้เรื่องกรดอะมิโนอย่างเป็นระบบ เพื่อออกแบบนวัตกรรมโภชนาการที่ตอบโจทย์ทั้งรสชาติและฟังก์ชันสุขภาพเฉพาะด้าน ไม่ว่าจะเป็นสุขภาพหัวใจ มวลกล้ามเนื้อ หรือการดูแลในสังคมผู้สูงวัย เทรนด์นี้จึงกำลังเปลี่ยนภาพโปรตีนจาก “ของเสริม” ไปสู่ “เครื่องมือวางแผนสุขภาพ” ที่มีบทบาทในชีวิตประจำวันของคนส่วนใหญ่
AminoScience กับทิศทางใหม่ของแบรนด์อาหารสู่โซลูชันสุขภาพครบวงจร
บริษัทใหญ่ด้านโภชนาการที่ประกาศตัวชัดเจนว่าขับเคลื่อนธุรกิจด้วย AminoScience กำลังแสดงให้เห็นว่า ความรู้เรื่องกรดอะมิโนไม่ใช่เรื่องในห้องแล็บ แต่เชื่อมตรงถึงจานอาหารของผู้คนได้ การประกาศทิศทางธุรกิจครั้งล่าสุดของบริษัทหนึ่งที่เป็นผู้นำระดับโลกด้าน AminoScience ระบุชัดว่าต้องการเป็นพันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจในการส่งเสริมสุขภาพและ Well-being ในชีวิตประจำวัน พร้อมวาง AminoScience เป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินงาน นี่คือสัญญาณว่าแบรนด์อาหารกำลังย้ายจุดยืนจากการขายรสชาติ ไปสู่การขายผลลัพธ์ด้านสุขภาพที่ตรวจสอบได้
การขับเคลื่อนด้วยแนวคิด “กินดี มีสุข” สะท้อนผ่านตัวเลขธุรกิจที่แข็งแรง ผลประกอบการปีล่าสุดอยู่ที่ 3.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งหนุนด้วย 3 ผลิตภัณฑ์หลักที่ครองส่วนแบ่งการตลาดสูงมาก ไม่ว่าจะเป็นเครื่องปรุงรสประมาณ 90% ผงชูรสประมาณ 80% และกาแฟกระป๋องประมาณ 50% ในหมวดหมู่ของตน เมื่อแบรนด์ที่มีฐานผู้บริโภคกว้างขนาดนี้หันมาเน้นโซลูชันด้านโภชนาการ สุขภาพหัวใจ และคุณภาพชีวิตผ่าน AminoScience ผลกระทบย่อมขยายไปถึงผู้บริโภคทุกระดับรายได้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แนวโน้มด้านความยั่งยืนของบริษัทดังกล่าวยิ่งตอกย้ำว่า นวัตกรรมโภชนาการยุคใหม่ไม่ควรแยกจากนวัตกรรมสิ่งแวดล้อม ตัวเลขการลดก๊าซเรือนกระจกในขอบเขตที่ 1 และ 2 ลง 100% เมื่อเทียบกับปีฐาน การลดขยะอาหารถึง 91% การใช้น้ำลดลง 19.2% และการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน 100% ล้วนสร้างความน่าเชื่อถือว่าการยกระดับโภชนาการไม่ได้ทำลายทรัพยากรในกระบวนการผลิต การดูแลสุขภาพหัวใจจึงถูกมองในมิติที่กว้างกว่าเฉพาะร่างกายของคน ไปถึง “หัวใจ” ของระบบอาหารทั้งระบบ

นิวทริไลท์ โปรตีนพืช: จากฟาร์มออร์แกนิกสู่แบรนด์อันดับหนึ่งในใจผู้บริโภค
ในตลาดอาหารเสริมพืช โดยเฉพาะโปรตีนพืช นิวทริไลท์กลายเป็นกรณีศึกษาเบอร์หนึ่งทั้งในแง่ยอดขายและการยอมรับของผู้บริโภค ผลสำรวจแบรนด์ยอดนิยมหมวดโปรตีนจากพืชที่เก็บเสียงจากผู้บริโภคตัวจริงกว่า 6,000 ตัวอย่างทั่วประเทศ ชี้ว่าแบรนด์โปรตีนจากพืชที่คนส่วนใหญ่นึกถึงเป็นอันดับแรกและคว้ารางวัล No.1 Brand Thailand ประจำปี 2023 คือ Nutrilite by Amway นี่ไม่ใช่ชัยชนะเชิงการตลาดเท่านั้น แต่สะท้อนว่าผู้บริโภคเริ่มเข้าใจคุณค่าของโปรตีนพืชที่ออกแบบบนฐานวิทยาศาสตร์อย่างจริงจัง
หัวใจของนิวทริไลท์คือปรัชญา “Best of Nature, Best of Science” ที่ยืนระยะมานานกว่าทศวรรษ ผ่านฟาร์มออร์แกนิกกว่า 15,000 ไร่ใน 3 ประเทศ และแนวคิด From Seed to Supplement ซึ่งควบคุมทุกขั้นตอนตั้งแต่คัดเมล็ดพันธุ์จนถึงกระบวนการผลิตที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ โปรตีนพืชของนิวทริไลท์ถูกออกแบบให้ให้กรดอะมิโนจำเป็น 9 ชนิด ปราศจากไขมันและโคเลสเตอรอล พร้อมรสชาติหลากหลาย เช่น ออล แพลนท์ ออริจินอล ช็อกโกแลต กรีนที และกลิ่นเบอร์รี่ เพื่อตอบทั้งความต้องการทางโภชนาการและประสบการณ์การดื่มที่ไม่จำเจ
สิ่งที่ทำให้นิวทริไลท์ไม่ใช่แค่แบรนด์อาหารเสริมพืชทั่วไป คือการวางโปรตีนพืชเป็นโซลูชันดูแลสุขภาพในสังคมผู้สูงวัยและยุคที่ผู้คนสนใจการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันมากขึ้น เทรนด์สุขภาพที่แรงขึ้นหลังโควิด-19 และการเข้าสู่ Aged Society ทำให้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกลุ่มโปรตีนมีมูลค่าตลาดกว่า 4,000 ล้านบาท และคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ย 6% ต่อปี แบรนด์ที่เข้าใจทั้งแรงขับด้านอารมณ์และวิทยาศาสตร์จึงมีโอกาสกำหนดมาตรฐานใหม่ของโปรตีนพืชเพื่อสุขภาพหัวใจและคุณภาพชีวิตที่ยืนยาว

เมื่อโปรตีนพืชกลายเป็นโซลูชันส่วนบุคคล: ราคาที่คุ้มค่า ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย
แรงผลักดันสำคัญที่ทำให้โปรตีนพืชและอาหารเสริมพืชก้าวขึ้นมาเป็นพระเอกของนวัตกรรมโภชนาการ คือความต้องการโภชนาการแบบเฉพาะบุคคลที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เทรนด์อาหารล่าสุดชี้ว่าผู้บริโภค 2 ใน 3 คนเปรียบเทียบราคาก่อนซื้อโดยมองหาความคุ้มค่าและคุณภาพที่ดี ขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญกับสุขภาพระยะยาวและอายุที่ยืนยาวผ่านโภชนาการและไลฟ์สไตล์ที่ดีขึ้น ผลคือแบรนด์ต่าง ๆ ต้องออกแบบโปรตีนพืชให้ตอบทั้งงบประมาณ ความสะดวก และเป้าหมายสุขภาพเฉพาะ เช่น น้ำหนักตัว กล้ามเนื้อ หรือสุขภาพหัวใจ
ความต้องการโซลูชันอาหารที่ตอบโจทย์ทุกช่วงเวลาตลอดวัน ตั้งแต่เช้าในรูปแบบชงดื่ม ระหว่างวันในรูปแบบสแน็ก ไปจนถึงมื้อเย็นที่สมดุล ทำให้โปรตีนพืชถูกพัฒนาทั้งในรูปแบบผงอาหารเสริมพืช เมนูในร้านอาหาร และผลิตภัณฑ์พร้อมดื่ม แบรนด์สุขภาพที่เข้าใจอินไซต์นี้จึงไม่ได้แข่งขันกันแค่สูตรโปรตีน แต่แข่งขันกันที่การออกแบบประสบการณ์ ทั้งรสชาติ ความสะดวก และวิธีการผสมผสานโปรตีนพืชเข้ากับชีวิตประจำวันของคนที่มีไลฟ์สไตล์ต่างกัน ตั้งแต่นักกีฬา ผู้สูงวัย ไปจนถึงคนทำงานเมืองที่ต้องการโภชนาการที่รวดเร็วแต่ยังดีต่อสุขภาพ

อนาคตโปรตีนพืช: จากชงดื่มในบ้านสู่ระบบอาหารเพื่อสุขภาพหัวใจของทุกคน
หากมองไปข้างหน้า โปรตีนพืชที่พัฒนาด้วยวิทยาศาสตร์กรดอะมิโนจะยิ่งเข้าใกล้สถานะ “โครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพ” มากขึ้น ไม่ใช่แค่สินค้าเฉพาะกลุ่ม สำหรับแบรนด์ที่เดินเกม AminoScience อย่างจริงจัง แผนต่อยอดชัดเจนอยู่แล้ว ทั้งการสนับสนุนโครงการด้านโภชนาการกีฬา การขยายโปรแกรม Winning Meals จากนักกีฬาไปสู่ผู้บริโภคทั่วไป และการร่วมมือกับร้านอาหารผ่านแคมเปญ Better Meal เพื่อกระตุ้นให้ผู้คนเลือกเมนูที่ดีต่อสุขภาพและมีโภชนาการมากขึ้น เมื่อโปรตีนพืชถูกแทรกเข้าไปในเมนูเหล่านี้ ผลลัพธ์คือการดูแลสุขภาพหัวใจแบบแทรกซึมในชีวิตประจำวัน
ด้านแบรนด์อย่างนิวทริไลท์ที่ถือกำเนิดจากแนวคิดทดลองสกัดสารอาหารจากพืชให้เข้มข้นตั้งแต่เกือบหนึ่งศตวรรษก่อน กำลังแสดงให้เห็นว่า การลงทุนระยะยาวในฟาร์มออร์แกนิกและกระบวนการผลิตที่ตรวจสอบได้ สามารถต่อยอดไปสู่ผลิตภัณฑ์โปรตีนพืชที่ผู้บริโภคมองว่าเชื่อถือได้ทั้งด้านคุณภาพและจริยธรรม อนาคตของนวัตกรรมโภชนาการจึงน่าจะเห็นโปรตีนพืชเป็นตัวเชื่อมระหว่างวิทยาศาสตร์ โภชนาการส่วนบุคคล ความยั่งยืน และเป้าหมายสุขภาพหัวใจของคนทุกกลุ่ม โดยมีแบรนด์สุขภาพรายใหญ่เป็นผู้ขับเคลื่อนที่ไม่เพียงตอบความต้องการตลาด แต่ช่วยกำหนดมาตรฐานใหม่ของการ “กินดี มีสุข” ในระดับระบบอาหารทั้งระบบ








