ท่องเที่ยวไทย-เวียดนามเวอร์ชันใหม่ คืออะไร และทำไมจึงสำคัญ
ท่องเที่ยวไทย-เวียดนามเวอร์ชันใหม่ คือความร่วมมือท่องเที่ยวที่ผสานการตลาด การค้า และวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน ตั้งแต่การผลักดันสินค้าและบริการในตลาด HORECA เวียดนาม การเข้าร่วมงานแสดงสินค้าและงานท่องเที่ยวนานาชาติ ไปจนถึงกิจกรรมเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูต ที่มุ่งให้การเดินทางระหว่างสองประเทศเติบโตอย่างยั่งยืน เชื่อมโยงนักท่องเที่ยว นักธุรกิจ และผู้ประกอบการในห่วงโซ่ท่องเที่ยวเข้าด้วยกันในระดับภูมิภาค
มุมสำคัญคือ ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ได้หยุดแค่การแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยว แต่เป็นการวางตำแหน่งร่วมกันของทั้งสองประเทศให้กลายเป็นประตูสู่การท่องเที่ยวภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและอาเซียน หากมองจากยุทธศาสตร์ที่กำลังดำเนินอยู่ เราจะเห็นการเคลื่อนทัพขนานกันทั้งภาคการท่องเที่ยวและการค้า ตั้งแต่เวที ITE HCMC 2026 ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเข้าร่วมอย่างจริงจัง โดยเน้นตลาดนักท่องเที่ยวเวียดนามกลุ่มใหม่ และการสร้างเครือข่ายกับพันธมิตรจากราว 40 ประเทศ ไปจนถึงงาน Gala Vietnam Night ที่ถูกใช้เป็นเวทีเชื่อมความสัมพันธ์ทางการทูตและธุรกิจในคราวเดียวกัน ทิศทางเช่นนี้สะท้อนชัดว่าทั้งสองประเทศกำลังเลือก “เติบโตไปด้วยกัน” มากกว่าจะเป็นคู่แข่งในภูมิภาค

ITE HCMC 2026 และ Gala Vietnam Night เวทีบุกตลาดนักท่องเที่ยวเวียดนาม
หากจะชี้ว่าจุดไหนคือหัวใจของความร่วมมือท่องเที่ยวไทย-เวียดนามรอบนี้ งาน International Travel Expo Ho Chi Minh City 2026 หรือ ITE HCMC 2026 คือเวทีที่ต้องพูดถึง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเข้าร่วมงานแสดงสินค้าการท่องเที่ยวนานาชาติครั้งนี้ที่จัดระหว่างวันที่ 27–29 สิงหาคม ณ ศูนย์การประชุมและนิทรรศการไซง่อน SECC ในโฮจิมินห์ซิตี้ งานนี้ถูกยกให้เป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการท่องเที่ยวจากนานาประเทศ สร้างเครือข่าย และต่อยอดความร่วมมือระหว่าง Buyers และ Sellers จากหลากหลายตลาด โดยคาดว่าจะมีผู้แทนจากต่างประเทศกว่า 600 หน่วยงาน และมีนัดหมายเจรจาธุรกิจกว่า 26,000 นัด
การเข้าร่วมของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงพิธีการ แต่เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การตลาดท่องเที่ยวใหม่ช่วงปี 2026–2027 ที่มุ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวเวียดนามกลุ่มคุณภาพ ทั้งกลุ่มเดินทางเพื่อเป็นรางวัล นักท่องเที่ยวงานอีเวนต์ และนักท่องเที่ยวเชิงไลฟ์สไตล์ ที่สำคัญ งาน Gala Vietnam Night ภายใต้ ITE HCMC 2026 ที่จัดขึ้นวันที่ 26 สิงหาคม ณ Gem Center ในโฮจิมินห์ซิตี้ มีผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเข้าร่วมในนามกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อร่วมฉลองโอกาสครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–เวียดนาม และใช้เวทีนี้ในการเชื่อมโยงภาคธุรกิจและพันธมิตรท่องเที่ยวของเวียดนาม นี่คือการส่งสัญญาณชัดว่าตลาดเวียดนามเป็น “ตลาดระยะใกล้ที่มีศักยภาพสูง” ที่ไทยไม่ยอมปล่อยผ่าน

บุกตลาด HORECA เวียดนาม เตรียมรับดีมานด์จาก APEC 2027
อีกฟันเฟืองที่เงียบแต่ทรงพลังในความร่วมมือท่องเที่ยวไทย-เวียดนามคือการบุกตลาด HORECA เวียดนาม กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศหรือ DITP ได้หารือกับประธานสมาคมโรงแรมนครดานังและสมาคมโรงแรมเวียดนาม พร้อมผู้บริหารและผู้นำเข้ากลุ่มสินค้า HORECA ที่โรงแรม Lotte Hotel Saigon เมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา เป้าหมายเพื่อผลักดันสินค้า HORECA ของไทยเข้าสู่ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจจัดเลี้ยงในเวียดนาม ซึ่งกำลังขยายตัวตามภาคการท่องเที่ยวและบริการ
DITP วางแผนเชื่อมโยงสมาชิกสมาคมโรงแรมเวียดนาม สมาคมโรงแรมนครดานัง และผู้ประกอบการเวียดนาม กับผู้ผลิตและผู้ส่งออกสินค้า HORECA ของไทย ผ่านกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ การจัดคณะเดินทางทั้งขาออกและขาเข้าระหว่างสองประเทศ และยังเชิญชวนผู้ประกอบการเวียดนามร่วมงาน THAIFEX–HOREC Asia 2027 ที่จะจัดระหว่างวันที่ 2–5 มีนาคม ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี เพื่อศึกษาศักยภาพสินค้าสำหรับโรงแรม ร้านอาหาร และคาเฟ่ และเยี่ยมชมแหล่งผลิตในไทย สิ่งที่น่าจับตาคือ DITP มองโอกาสจากการที่เวียดนามเตรียมเป็นเจ้าภาพ APEC 2027 ที่เขตพิเศษฟูก๊วก ซึ่งจะทำให้ความต้องการสินค้าเกี่ยวกับโรงแรม การจัดประชุม ร้านอาหาร การเดินทาง และการท่องเที่ยวเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นี่คือการอ่านเกมล่วงหน้าและปักธงให้สินค้าบริการไทยเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่คุณค่าของการท่องเที่ยวเวียดนามตั้งแต่ต้น

กอล์ฟรีสอร์ตภาคเหนือ กับยุทธศาสตร์ดึงนักท่องเที่ยวเวียดนามสู่ภูมิภาค
ความร่วมมือท่องเที่ยวไทย-เวียดนามรอบนี้ไม่ได้กระจุกอยู่แค่เมืองหลัก การเคลื่อนไหวของสมาคมกอล์ฟรีสอร์ทภาคเหนือที่เข้าร่วมงาน ITE HCMC 2026 ระหว่างวันที่ 27–29 สิงหาคม ณ ศูนย์ประชุม Saigon Exhibition and Convention Center ในโฮจิมินห์ซิตี้ สะท้อนชัดว่าภาคเหนือกำลังวางตัวเองเป็นจุดหมายใหม่สำหรับนักท่องเที่ยวเวียดนาม โดยเฉพาะตลาดกอล์ฟทัวริซึมที่ยังมีพื้นที่ให้เติบโต
ในงานดังกล่าว มีการเจรจาธุรกิจแบบ B2B ระหว่างผู้ประกอบการท่องเที่ยวและตัวแทนจำหน่ายจากตลาดต่างประเทศ กำหนดช่วงเวลาเจรจารายละ 20 นาที เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำเสนอสินค้าท่องเที่ยวได้ตรงความต้องการของคู่ค้า สมาคมกอล์ฟรีสอร์ทภาคเหนือใช้โอกาสนี้พบปะผู้ประกอบการท่องเที่ยวจากตลาดเวียดนามประชาสัมพันธ์ศักยภาพด้าน Golf Tourism ของภาคเหนือ พร้อมสร้างเครือข่ายพันธมิตรและเปิดทางให้สนามกอล์ฟ รีสอร์ท และบริการท่องเที่ยวของภูมิภาคเป็นที่รู้จักในตลาดต่างประเทศมากขึ้น ในทางปฏิบัติ นี่คือการขยายภาพท่องเที่ยวไทย-เวียดนามจากเส้นทางคุ้นเคยอย่างกรุงเทพฯ หรือภูเก็ต ไปสู่เมืองรองและประสบการณ์เชิงคุณภาพ ที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวเวียดนามยุคใหม่ซึ่งต้องการสำรวจพื้นที่ใหม่และพักนานขึ้น

เตรียมรับดีมานด์ข้ามพรมแดนที่เพิ่มขึ้น สู่ความร่วมมือระยะยาว
เมื่อดูภาพรวม ความร่วมมือด้านท่องเที่ยวไทย-เวียดนามกำลังถูกออกแบบให้ตอบทั้งปัจจุบันและอนาคต ฝั่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยชี้ว่ากิจกรรมในโฮจิมินห์ซิตี้ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ตลาดอาเซียนที่เน้นกลุ่มลูกค้าใหม่ ประสบการณ์ใหม่ พันธมิตรใหม่ และภาพลักษณ์ใหม่ โดยเฉพาะในเวียดนามที่มอง Gen Z และนักท่องเที่ยวกลุ่มเดินทางเพื่อเป็นรางวัลเป็นเป้าหมายสำคัญ พร้อมอ่านเทรนด์ว่าชาวเวียดนามเริ่มสนใจจุดหมายปลายทางนอกเหนือจากเมืองหลัก เช่น เชียงราย อยุธยา กาญจนบุรี เขาใหญ่ ระยอง กระบี่ และอุดรธานี ซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานและเชื่อมโยงชุมชนไทย-เวียดนาม
สิ่งที่ทำให้ยุทธศาสตร์นี้มีน้ำหนักคือการเติบโตของการเชื่อมต่อทางอากาศระหว่างสองประเทศ โดยคาดว่าจะมีสายการบินที่ให้บริการเที่ยวบินตรงเพิ่มเป็น 8 สายการบินภายในปี 2026 จาก 5 สายการบินในปี 2025 และจำนวนเที่ยวบินตรงรวมประมาณ 14,437 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 7 หรือมากกว่า 1,200 เที่ยวบินต่อเดือน เมื่อบวกกับการเตรียมความพร้อมของเวียดนามในการเป็นเจ้าภาพ APEC 2027 และการขับเคลื่อนตลาด HORECA เวียดนามผ่านบทบาทของ DITP เรากำลังเห็นการตั้งเวทีร่วมกันเพื่อรองรับดีมานด์การเดินทางข้ามพรมแดนที่กำลังพุ่งขึ้น ความร่วมมือเหล่านี้จึงไม่ใช่แค่การเฉลิมฉลอง แต่เป็นการออกแบบอนาคตการท่องเที่ยวของภูมิภาค ที่ทั้งสองประเทศเลือกเดินไปด้วยกันอย่างมีทิศทาง


