ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

พลังงานมืดกำลังเปลี่ยนแปลงหรือไม่ สองงานวิจัยซูเปอร์โนวาเขย่าจักรวาลวิทยา

พลังงานมืดกำลังเปลี่ยนแปลงหรือไม่ สองงานวิจัยซูเปอร์โนวาเขย่าจักรวาลวิทยา
ความสนใจ|ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ

พลังงานมืดคืออะไร และทำไมซูเปอร์โนวาถึงอาจเปลี่ยนเรื่องทั้งหมด

พลังงานมืดคือรูปแบบพลังงานลึกลับที่นักจักรวาลวิทยาใช้เพื่ออธิบายการขยายตัวของจักรวาลที่ดูเหมือนเร่งขึ้น และมักเชื่อมโยงกับพลังงานสูญญากาศของควอนตัม พลังงานนี้ไม่ส่องแสง ไม่ดูดกลืนแสง และตรวจจับโดยตรงไม่ได้ แต่อนุมานจากการเคลื่อนที่ของกาแลกซีและซูเปอร์โนวา หากพลังงานมืดไม่คงที่หรือไม่มีอยู่จริง การทำความเข้าใจประวัติและอนาคตของจักรวาลทั้งระบบจะต้องเขียนใหม่ ตั้งแต่คำถามว่าจักรวาลจะขยายตัวไปเรื่อยๆ หรือหันกลับมาช้าลงและหยุดลงในระยะยาว ใจความของข่าวนี้คือ หลักฐานที่เคยถูกมองว่าแน่นหนามากของพลังงานมืดกำลังถูกท้าทายด้วยการวิเคราะห์ซูเปอร์โนวาอย่างละเอียด สองทีมอิสระที่ทำงานกับข้อมูลซูเปอร์โนวารวมกันเกินสี่พันระเบิด พบว่าการขยายตัวของจักรวาลอาจไม่เร่งขึ้นอย่างที่ตำราจักรวาลวิทยาสมัยใหม่สรุป และพลังงานมืดอาจไม่ได้คงที่ตลอดกาล ความเห็นของผู้เขียนคือ นี่ไม่ใช่แค่การปรับสูตรเล็กน้อย แต่เป็นการเขย่าฐานคิดที่เรายึดถือมากว่าเกือบสามทศวรรษ และเป็นสัญญาณว่าการพึ่งพาแบบจำลองมาตรฐานเพียงชุดเดียวอาจทำให้เรามองจักรวาลผิดไปได้มากกว่าที่คิด

พลังงานมืดกำลังเปลี่ยนแปลงหรือไม่ สองงานวิจัยซูเปอร์โนวาเขย่าจักรวาลวิทยา

ชุดซูเปอร์โนวาเกือบ 3,000 ดวง บอกว่าพลังงานมืดอาจไม่คงที่

งานวิจัยชุดแรกมาจากการสร้างแคตตาล็อกซูเปอร์โนวาประเภท Ia เกือบ 3,000 ครั้งจากดาวแคระขาวที่ระเบิดหลังดูดมวลจากดาวคู่จนเกินขีดจำกัด Chandrasekhar ทีมวิจัยประกาศว่า “แทนที่จะยืนยันแบบจำลองมาตรฐานของจักรวาลวิทยาที่ถือว่าพลังงานมืดคงที่ไม่เปลี่ยนแปลง เรากลับมีหลักฐานมากขึ้นว่าพลังงานมืดอาจเปลี่ยนไปตามเวลา” นี่คือการหักล้างสมมติฐานกลางในแบบจำลองมาตรฐานที่ครองวงการมานาน จุดสำคัญคือ นักวิจัยไม่ได้ดูเฉพาะซูเปอร์โนวา แต่ผสานข้อมูลกับการวัดอื่น เช่น แสงหลงเหลือจากบิกแบงและแผนที่การกระจายตัวของกาแลกซี เมื่อประกอบภาพทั้งหมดเข้าด้วยกัน ภาพที่ได้ดูเหมือนจักรวาลที่พลังงานมืดค่อยๆ เปลี่ยนแรงกดดันต่อการขยายตัวแทนที่จะเป็นแรงคงที่ ผู้เขียนเห็นว่า การค้นพบลักษณะเวลาเช่นนี้บังคับให้นักฟิสิกส์ต้องหาคำอธิบายใหม่ว่าพลังงานมืดคืออะไร แทนการอ้างพลังงานสูญญากาศแบบง่ายๆ ที่เคยเพียงพอในตำรารุ่นเดิม

การวิเคราะห์ซูเปอร์โนวา 1,700 ดวงที่กล้าตั้งคำถามว่าจักรวาลเร่งจริงหรือไม่

ในอีกด้าน หน่วยงานวิจัยอิสระที่ทำงานกับชุดข้อมูล Pantheon+ ซึ่งมีการสังเกตซูเปอร์โนวา Ia มากกว่า 1,700 ครั้ง ได้เลือกตั้งคำถามแรงกว่านั้นว่า เราแน่ใจหรือไม่ว่าการขยายตัวของจักรวาลกำลังเร่งขึ้นจริง สิ่งที่พวกเขาเพิ่มเข้าไปคือการแก้ไขความสว่างของซูเปอร์โนวาตามอายุของดาวที่ให้กำเนิดการระเบิด ซึ่งเป็นปัจจัยที่ก่อนหน้านี้มักถูกมองข้าม เมื่อรวมผลพิจารณาแล้ว การสังเกตไม่สนับสนุนภาพจักรวาลที่เร่งตัวแบบสม่ำเสมออีกต่อไป แต่กลับชี้ว่าอัตราการขยายตัวอาจกำลังชะลอลงแทน ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น ทีมนี้ยังพบร่องรอยว่าการเร่งตัวที่อนุมานได้อาจเปลี่ยนไปตามทิศทางบนท้องฟ้า ซึ่งขัดกับสมมติฐานว่าจักรวาลควรมีพฤติกรรมเหมือนกันในทุกทิศทางเมื่อมองภาพใหญ่ หากการเร่งตัวมีทิศทาง พลังงานมืดแบบพลังงานสูญญากาศที่ไม่ขึ้นกับตำแหน่งก็แทบไม่สามารถอธิบายข้อมูลได้ ผู้เขียนมองว่าความกล้าตั้งคำถามนี้สะท้อนปัญหาใหญ่ของวงการที่เคยปรับข้อมูลให้เข้ากับแบบจำลอง โดยไม่ยอมให้แบบจำลองถูกข้อมูลบีบให้เปลี่ยนกลับ

เมื่ออายุดาวและตัวเลือกข้อมูลเปลี่ยนความหมายของจักรวาลวิทยา

ทั้งสองงานวิจัยเน้นจุดเดียวกัน คือรายละเอียดเล็กๆ อย่างอายุของดาวและอคติจากการคัดเลือกข้อมูลมีพลังมากพอจะเปลี่ยนข้อสรุปจักรวาลวิทยาทั้งชุด นักวิจัยที่ทำงานกับ Pantheon+ ชี้ว่าความสว่างของซูเปอร์โนวา Ia ขึ้นกับอายุของดาวต้นกำเนิด หากไม่คำนึงถึงผลนี้ เราอาจตีความว่าจักรวาลกำลังเร่งเพียงเพราะความคลาดเคลื่อนของความสว่าง ฝั่งแคตตาล็อก 3,000 ซูเปอร์โนวาก็ลงทุนเชื่อมการสังเกตจากกล้องโทรทรรศน์ต่างยุค แก้ผลกระทบจากฝุ่นจักรวาลและมวลกาแลกซี เพราะสิ่งเหล่านี้ทำให้แสงซูเปอร์โนวามืดหรือสว่างผิดไปจากเดิม สาระสำคัญคือ ข้อมูลดิบไม่เคยพูดเอง เราเป็นคนถามคำถามให้มัน และคำถามที่นับรวมหรือมองข้ามอายุดาว อนุญาตหรือห้ามอคติการเลือกตัวอย่าง จะนำเราไปสู่เรื่องเล่าเกี่ยวกับจักรวาลที่ต่างกันมาก ผู้เขียนเห็นว่า การท้าทายพลังงานมืดครั้งนี้จึงเป็นบทเรียนว่าการใช้ซูเปอร์โนวาเป็น “เทียนมาตรฐาน” อาจไม่มาตรฐานอย่างที่คิด หากไม่ยอมเปิดโจทย์ให้ปัจจัยแฝงทั้งหมดเข้ามาอยู่ในภาพ

ฉีกฉันทามติ 30 ปี และเดิมพันครั้งใหญ่ของอนาคตจักรวาล

นับตั้งแต่การใช้ซูเปอร์โนวา Ia เปิดเผยว่าการขยายตัวของจักรวาลดูเหมือนเร่งขึ้น การค้นพบนี้ได้รับการยกย่องในรางวัลโนเบลฟิสิกส์และก่อให้เกิดฉันทามติว่าพลังงานมืดครองจักรวาล วันนี้สองการวิเคราะห์ใหม่กำลังบอกเราว่า ฉันทามตินั้นอาจตั้งอยู่บนการตีความข้อมูลที่ต้องปรับปรุง ทั้งภาพพลังงานมืดที่เปลี่ยนตามเวลาและภาพจักรวาลที่อาจกำลังชะลอลง ต่างกันมาก แต่มีจุดร่วมคือ ไม่ยอมรับว่าพลังงานมืดแบบเดิมเป็นคำตอบสุดท้าย อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ยังไม่จบ วงการยังแบ่งฝ่าย และการตีความที่สวนทางกันจะถูกทดสอบด้วยข้อมูลขนาดใหญ่กว่าที่เคยมี เมื่อการสำรวจฟ้าแบบ LSST จากหอดูดาว Rubin ให้ข้อมูลซูเปอร์โนวาเพิ่มขึ้นเป็นระดับหลายแสนครั้งในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ขณะเดียวกัน แคตตาล็อกซูเปอร์โนวาที่ใช้ศึกษาแรงพลังงานมืดกำลังจะต่อยอดด้วยโปรแกรม DEBASS ที่ตรวจพบซูเปอร์โนวาในบริเวณใกล้เราเพิ่มขึ้นอีกหลายร้อยครั้ง ผู้เขียนมองว่าความไม่ลงรอยในวันนี้ไม่ใช่ปัญหา แต่คือสัญญาณของวิทยาศาสตร์ที่มีชีวิต ซึ่งพร้อมยอมรับว่าแม้แต่ภาพใหญ่ที่สุดของจักรวาลก็อาจต้องเขียนใหม่ หากดาวระเบิดบอกเรื่องราวต่างไปจากที่เราคิดมา 30 ปี

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!