KH Camp: เมื่อการขยายตลาดเริ่มจากการออกแบบผู้นำ
โครงการ KH Camp for Next C-Suite 2026 คือค่ายฝึกอบรมเชิงปฏิบัติที่ผสมผสานการเรียนรู้เชิงวิชาการ การลงพื้นที่ดูงาน และการทำงานร่วมกับผู้บริหารจริง เพื่อเตรียมผู้นำธุรกิจรุ่นใหม่ให้พร้อมสำหรับการขยายตัวธุรกิจข้ามพรมแดน โดยเฉพาะการลงทุนไทยในเวียดนามที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และต้องการชุดทักษะที่ซับซ้อนกว่าการทำธุรกิจในประเทศเดิมของตนเอง.
แก่นของข่าวนี้ไม่ใช่แค่การพานิสิต 21 คนไปทัศนศึกษา แต่คือสัญญาณว่าการลงทุนไทยในเวียดนามกำลังก้าวจากการ “ลองผิดลองถูก” มาสู่การสร้างระบบผู้นำอย่างตั้งใจ 6 องค์กรใหญ่ ได้แก่ BGRIM, CP, BCPG, BTS, KTB และ PRIMESTREET จับมือกับ KH Academy ออกแบบค่ายภาคฤดูร้อนนี้เพื่อพัฒนาศักยภาพคนรุ่นใหม่และเฟ้นหาว่าที่ผู้บริหารระดับ C-Suite ผ่านการลงพื้นที่เวียดนามระหว่างวันที่ 28–31 กรกฎาคม 2569. ในเชิงมุมมอง นี่คือการยอมรับร่วมกันว่าขีดความสามารถของคนคือหัวใจของกลยุทธ์ลงทุนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยุคใหม่ มากกว่าการมองหา “ดีลดีๆ” แบบครั้งต่อครั้ง.

ทำไมต้องเวียดนาม และทำไมต้องตอนนี้
หากถามว่าทำไมการขยายตัวธุรกิจข้ามพรมแดนของบริษัทใหญ่จึงโฟกัสเวียดนาม คำตอบอยู่ในตัวเลขและความเปลี่ยนแปลงที่ทุกคนเริ่มมองเห็นชัด ปัจจุบัน GDP ของไทยอยู่ราว 19 ล้านล้านบาท ขณะที่เวียดนามอยู่ราว 17 ล้านล้านบาท และหากไทยโตเพียง 1–3% แต่เวียดนามโตเฉลี่ยราว 7% ต่อปี ช่องว่างเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศจะหดตัวอย่างรวดเร็ว. ข้อเท็จจริงนี้ทำให้เวียดนามกลายเป็นเวทีสำคัญของการลงทุนไทยในเวียดนาม ทั้งด้านพลังงาน การค้า การท่องเที่ยว และอสังหาริมทรัพย์.
การพาผู้เข้าร่วมโครงการไปเรียนรู้โครงสร้างเศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยวของเมืองญาจาง จังหวัดคั้ญฮวา พร้อมศึกษาการลงทุนของเอกชนไทยผ่านโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Phu Yen TTP ของ BGRIM ที่เมืองฟูเอี้ยน ไม่ใช่แค่การดูงาน แต่มันคือการฝึกอ่าน “ภูมิทัศน์ลงทุน” ของเวียดนามจากของจริง ผู้นำธุรกิจรุ่นใหม่ที่ผ่านประสบการณ์แบบนี้จะไม่ได้คิดเพียงว่าจะเข้าไปขายอะไร แต่จะมองออกว่าควรเข้าไปสร้างห่วงโซ่คุณค่าแบบไหนให้สอดรับการเติบโตของเวียดนามระยะยาว.

จากค่ายสู่ห้องประชุมใหญ่: ปั้นผู้นำเพื่อภารกิจขยายธุรกิจ
จุดที่น่าสนใจคือ KH Camp ถูกออกแบบให้เป็น “โค้งสุดท้าย” สำหรับนิสิตปี 3–4 ก่อนเข้าสู่โลกอาชีพ โดยการฝึกปฏิบัติงานไม่ได้หยุดแค่การเรียนรู้งานทั่วไป แต่ให้เยาวชนคิดและทำงานจริงร่วมกับผู้บริหารมืออาชีพ. นี่คือการฝัง DNA ผู้นำตั้งแต่ต้นทาง ทั้งในเรื่องวิชาการ ความเข้าใจสังคม ความรับผิดชอบ และกรอบ ESG ที่กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของทุนข้ามชาติ.
กิจกรรมที่เวียดนามเป็นเพียงหนึ่งช่วงสำคัญก่อนเข้าสู่เวที Final Presentation เพื่อคัดเลือก 3 คนที่โดดเด่นที่สุดไปร่วม Business Exploration Program ในต่างประเทศ. เมื่อมองผ่านเลนส์กลยุทธ์ลงทุนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นี่คือกระบวนการเฟ้น “หัวหอก” ที่จะไปขยายธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งพลังงาน สินค้าอุปโภคบริโภค และอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต การที่องค์กรใหญ่ลงทุนเวลาผู้บริหารให้ทำงานกับนิสิตอย่างใกล้ชิด สื่อว่าพวกเขามองผู้นำรุ่นใหม่เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการขยายตัวธุรกิจข้ามพรมแดน มากกว่าจะมองแค่ในฐานะ “ฝึกงานช่วงสั้น”.

เรียนจากเวียดนามผ่านเคสจริง: พลังของการลงสนาม
จุดแข็งของ KH Camp คือการผสมระหว่างห้องเรียนและสนามจริงอย่างเป็นระบบ ผู้เข้าร่วมไม่เพียงเรียนรู้ทฤษฎีการลงทุนไทยในเวียดนาม แต่ได้เข้าไปในโครงการลงทุนจริงของเอกชน ทั้งการเยี่ยมชมโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Phu Yen TTP ของ BGRIM พร้อมรับฟังข้อมูลภาพรวมธุรกิจในเวียดนามจากทีมงานท้องถิ่น และเข้าเยี่ยมห้องควบคุมระบบและจุดสังเกตการณ์บนยอดเนินที่มองเห็นพื้นที่ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์โดยรอบ. การได้เห็นโครงสร้างธุรกิจพลังงานสะอาดในเวียดนามอย่างใกล้ชิด ทำให้ผู้นำรุ่นใหม่เข้าใจทั้งมิติเทคโนโลยี กฎระเบียบ และความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ได้ในคราวเดียว.
ยิ่งไปกว่านั้น การเรียนรู้โครงสร้างเศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยวของเมืองญาจาง ทำให้ภาพของเวียดนามในสายตาผู้เข้าร่วมเปลี่ยนจาก “คู่แข่งเศรษฐกิจ” เป็น “หุ้นส่วนกลยุทธ์” ทันที เมื่อผู้บริหารในอนาคตมองตลาดเพื่อนบ้านเป็นพื้นที่ออกแบบความร่วมมือ มากกว่าพื้นที่แย่งชิง โอกาสของการสร้างโมเดลธุรกิจพหุภาคีในภูมิภาคก็จะเปิดกว้างขึ้นอย่างมาก.

ปิดดีลอนาคต: จากความมั่งคั่ง โอกาส สู่ AI และภูมิภาคใหม่
ในพิธีปิดโครงการที่โรงแรม The Empyrean Nha Trang ผู้บริหารโครงการย้ำหลักคิด 3 ประการสำหรับผู้นำในอนาคต คือ ความมั่งคั่ง โอกาส และความเสี่ยง. ความมั่งคั่งถูกตีความกว้างกว่าทรัพย์สิน เป็นความรู้ ความน่าเชื่อถือ ประสบการณ์ และเครือข่าย ส่วนโอกาสหมายถึงความสามารถในการต่อยอดสิ่งที่ได้รับด้วยความใฝ่รู้และการลงมือทำ ขณะที่ความเสี่ยงคือศิลปะการประเมินสถานการณ์และตัดสินใจอย่างรอบคอบ พร้อมเรียนรู้จากความผิดพลาด แนวคิดเหล่านี้สอดคล้องกับโลกการลงทุนที่การขยายตัวธุรกิจข้ามพรมแดนไม่มีสูตรสำเร็จ และต้องการผู้นำที่อ่านเกมได้รอบด้าน.
โครงการยังไม่หยุดพัฒนา KH Academy เตรียมยกระดับหลักสูตรในปี 2570 โดยนำองค์ความรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Machine Learning มาประยุกต์กับการทำงานจริง เพื่อเตรียมคนรุ่นใหม่ให้พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจและเทคโนโลยี. หากมองให้ไกล นี่คือการขยายมิติกลยุทธ์ลงทุนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้: จากการส่งทุนออกไปเพียงอย่างเดียว สู่การสร้างระบบผลิตผู้นำที่เข้าใจทั้งภูมิภาค เทคโนโลยี และ ESG อย่างเชื่อมโยงกัน บทสรุปคือ ใครก็ตามที่มองเวียดนามและภูมิภาคนี้เป็นสนามในระยะยาว ควรเริ่มจากการลงทุนในคนของตัวเอง ไม่ใช่แค่ในโครงการ.






