Fleen Beauty แบรนด์เมกอัพท้องถิ่นที่เลือกโตแบบรุกไม่ใช่รับ
Fleen Beauty คือแบรนด์เมกอัพท้องถิ่นสาย T-Beauty ที่วางตัวชัดเจนว่า จะเติบโตผ่านการขยายสินค้าใหม่ การเพิ่มไซซ์ให้ตอบโจทย์การทดลองใช้ และการเข้าไปอยู่ในร้านค้าปลีกให้มากที่สุด เพื่อผลักดันยอดขายเมกอัพให้เข้าใกล้หลักร้อยล้าน โดยใช้จุดแข็งด้านนวัตกรรมสูตรผสมและภาพลักษณ์แบรนด์ที่เน้นผิวสวยสุขภาพดีเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก แกนกลางของเรื่องนี้คือการตัดสินใจเร่งเครื่องอย่างเป็นระบบภายใต้การนำของ ออม สุชาร์ มานะยิ่ง ที่รับช่วงซื้อกิจการมูลค่า 25 ล้านบาทแล้วเลือกปั้นต่อให้โต ไม่ใช่แค่รักษาระดับเดิม การปั้นระบบใหม่ตั้งแต่โครงสร้างองค์กรไปจนถึงซัพพลายเชนจึงไม่ใช่เรื่องเบื้องหลัง แต่เป็นจุดตั้งต้นที่ทำให้แบรนด์กล้าตั้งเป้ายอดขายแตะ 100 ล้าน ท่ามกลางตลาดเครื่องสำอางมูลค่ากว่า 200,000 ล้านบาทที่การแข่งขันดุเดือดเป็นพิเศษ

โตจากการซื้อซ้ำและบอกต่อ ยอดขายพุ่งเกือบเท่าตัว
ตัวเลขยอดขายของ Fleen Beauty สะท้อนชัดว่า การลงทุนกับระบบและผลิตภัณฑ์ไม่ได้เสียเปล่า จากยอดขาย 47 ล้านบาทในปี 2567 ขึ้นมาเป็น 96 ล้านบาทในปี 2568 โตเกินเท่าตัวในเวลาเพียงหนึ่งปี จุดที่น่าสนใจคือแบรนด์ไม่ได้มองว่ามาจากกระแสฉาบฉวย แต่ย้ำว่ามาจากการซื้อซ้ำและการบอกต่อของลูกค้าเป็นหลัก ซึ่งในตลาดเมกอัพที่ผู้บริโภคเปลี่ยนใจง่าย การได้แรงหนุนแบบนี้ถือว่าเป็นสัญญาณสุขภาพแบรนด์ที่ดี คำพูดของผู้บริหารชัดเจนว่า “ทุกองค์ประกอบต้องเดินไปพร้อมกัน ไม่มีส่วนใดที่สามารถลดความสำคัญลงได้” มุมนี้สะท้อนแนวคิดการโตแบบสมดุล ไม่ปล่อยให้ด้านใดอ่อนแรง ตั้งแต่คุณภาพสินค้า กิจกรรมการตลาด ไปจนถึงการบริหารสต๊อกไม่ให้ขาดจนเสียโอกาสขาย ผลคือแบรนด์มีพื้นฐานที่แข็งแรงพอจะตั้งเป้ายอดขายเมกอัพระดับ 100 ล้านได้อย่างไม่เกินตัว

ขยายสินค้าใหม่ เพิ่มไซซ์ เพื่อจับกลุ่มผิวบอบบางและสายทดลอง
ในเชิงสินค้า Fleen Beauty ไม่เลือกแข่งด้วยสีจัดจ้านหรือแพ็กเกจแปลกตาเท่านั้น แต่เจาะกลุ่มคนแต่งหน้าที่มีผิวบอบบางหรือแพ้ง่าย โดยใช้สารสกัดจากธรรมชาติและนวัตกรรมสูตรผสมที่เน้นทั้งความสวยและการบำรุงผิวควบคู่กัน รากฐานแนวคิดนี้ทำให้โปรดักต์อย่างกลุ่ม Tone-up และ Corrector ทำรายได้สูงสุดคิดเป็นสัดส่วนราว 80% ของแบรนด์ กลยุทธ์ที่แหลมคมคือการเพิ่ม Travel Size เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้ากล้าลองก่อนซื้อไซซ์จริง ทั้งในสินค้าหลักอย่าง Fleen Tone-up Serum ที่ได้รับการตอบรับดีจนช่วยกระตุ้นการซื้อซ้ำ ขณะเดียวกันการออกสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง เช่น Fleen Skin Tint ที่ทำยอดขาย 10,000 ชิ้นภายในเดือนแรก และมีแนวโน้มจะกลายเป็น Hero Product รุ่นถัดไป ก็ช่วยเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าที่ต้องการเมกอัพลุคผิวสุขภาพดีมากกว่าการปกปิดหนัก
รุกช่องทางร้านค้าปลีก ลดการพึ่งออนไลน์ ล่า Brand Recognition
แม้ยอดขายออนไลน์จะยังเป็นพระเอก แต่ Fleen Beauty เลือกเดินเกมแบบรุกในช่องทางร้านค้าปลีกอย่างชัดเจน ปัจจุบันยอดขายมาจากออนไลน์ถึง 97% ขณะที่ออฟไลน์มีเพียง 3% แบรนด์ตั้งเป้าว่าในปี 2569 สัดส่วนออนไลน์จะลดลงเหลือ 83% และออฟไลน์เพิ่มเป็น 17% ผ่านการวางจำหน่ายในเชนบิวตี้สโตร์หลายร้อยสาขาทั่วประเทศ แนวทางนี้ไม่ได้แค่เพิ่มจุดขาย แต่เป็นการสร้าง Brand Recognition ให้ลูกค้าเห็นแบรนด์ซ้ำจากหลายพื้นที่ ทำให้เข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภคได้ลึกกว่าเดิม อีกด้าน Fleen Beauty ใช้ทั้งกิจกรรมออนไลน์ ออฟไลน์ KOL ที่เข้าใจแบรนด์ และ TikTok Live เพื่อฟังเสียงลูกค้าแบบ Real-time แล้วนำฟีดแบ็กไปปรับใช้ทันที นี่คือการรุกตลาดที่ผสมผสานระหว่างการขยายร้านค้าปลีกและการฟังลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสูตรสำคัญของแบรนด์เมกอัพท้องถิ่นยุคใหม่
เป้ารายได้หลักร้อยล้าน กับบทเรียนสำหรับแบรนด์เมกอัพท้องถิ่น
เมื่อกระแส T-Beauty ทำให้ผู้บริโภคเปิดรับแบรนด์ความงามจากท้องถิ่นมากขึ้น Fleen Beauty ก็ไม่ปล่อยให้โอกาสนี้ผ่านไปเฉยๆ แต่เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และขยายช่องทางจำหน่ายเพื่อขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง แบรนด์ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 ไว้ที่ 120 ล้านบาท พร้อมแผนออกสินค้าใหม่อย่างสม่ำเสมอเพื่อรักษาการเติบโตและแรงซื้อซ้ำ สำหรับแบรนด์เมกอัพท้องถิ่นรายอื่น บทเรียนจาก Fleen Beauty ชัดเจนว่า การโตเร็วไม่จำเป็นต้องพึ่งงบโฆษณาอย่างเดียว แต่ต้องกล้าวางระบบให้แน่น ใช้จุดแข็งด้านสูตรและการเข้าใจผิวของลูกค้า สร้างไซซ์ทดลองให้คนกล้าลอง และต้องกล้าออกจากหน้าจอไปอยู่บนชั้นวางในร้านค้าปลีก การตั้งเป้ายอดขายเมกอัพหลักร้อยล้านจึงไม่ใช่ความฝันไกล หากมีแผนรุกทั้งผลิตภัณฑ์และช่องทางจำหน่ายไปพร้อมกัน

![[Set 3 ซอง] Fleen Beauty Energize Tone Up Serum Sachet | โทนอัพเซรั่มซอง](https://img2.zestbuy.co.th/product/2026/09/03/e0683c18-75d4-4327-b7d7-d9ceb27f3dc0.jpg)