ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

บริษัทก่อสร้างอุโมงค์ของมัสก์ระดมทุนรอบใหม่ ชี้อนาคตโครงสร้างพื้นฐานนวัตกรรม

บริษัทก่อสร้างอุโมงค์ของมัสก์ระดมทุนรอบใหม่ ชี้อนาคตโครงสร้างพื้นฐานนวัตกรรม
ความสนใจ|อเมริกา-แคนาดา

The Boring Company คืออะไร และดีล 3 พันล้านดอลลาร์บอกอะไรเรา

The Boring Company คือบริษัทก่อสร้างอุโมงค์และระบบขนส่งใต้ดินที่ก่อตั้งโดยอีลอน มัสก์ โดยมีเป้าหมายลดปัญหาการจราจรในเมืองใหญ่ผ่านอุโมงค์ความเร็วสูงและโครงสร้างพื้นฐานนวัตกรรมที่เน้นทั้งความเร็วในการก่อสร้างและการลดต้นทุนต่อหน่วย เพื่อทำให้โครงการอุโมงค์กลายเป็นตัวเลือกใหม่สำหรับเมืองที่ต้องการเพิ่มขีดความสามารถด้านการเดินทางโดยไม่ต้องขยายถนนบนดิน

ดีลการระดมทุน 3 พันล้านดอลลาร์รอบ Series D ทำให้มูลค่าประเมินของบริษัทพุ่งขึ้นเป็น 2.3 หมื่นล้านดอลลาร์ และทำให้ The Boring Company กลายเป็นมากกว่ามุกตลกเรื่องรถติดบนโซเชียลของมัสก์ การที่นักลงทุนรายใหญ่ระดับกองทุนความมั่งคั่งและเวนเชอร์แคปิตอลเข้ามาร่วมวง แปลว่าตลาดกำลังส่งสารชัดเจนว่า โครงสร้างพื้นฐานนวัตกรรมอย่างอุโมงค์อัตโนมัติและระบบ Loop ไม่ใช่แค่แนวคิดในงานประชุมเทคโนโลยีอีกต่อไป แต่กำลังถูกมองเป็นสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐานทางเลือกที่มีศักยภาพสร้างรายได้ยาวนาน

บริษัทก่อสร้างอุโมงค์ของมัสก์ระดมทุนรอบใหม่ ชี้อนาคตโครงสร้างพื้นฐานนวัตกรรม

ความเชื่อมั่นนักลงทุนต่ออาณาจักรมัสก์ และสัญญาณต่อภาคโครงสร้างพื้นฐาน

การปิดดีลระดมทุนรอบนี้ไม่ได้เกิดในสุญญากาศ แต่มาในช่วงที่ธุรกิจอื่นของมัสก์ก็ได้รับความสนใจจากตลาดเช่นกัน ทั้งธุรกิจอวกาศและเทคโนโลยีสมองที่มีมูลค่าซื้อขายในตลาดรองสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภาพรวมนี้ทำให้เห็นว่า นักลงทุนไม่ได้มองมัสก์แค่ในฐานะผู้ผลิตรถไฟฟ้าหรือจรวด แต่เป็นเจ้าของแพลตฟอร์มเทคโนโลยีที่เชื่อมโยงกัน ตั้งแต่บนท้องถนน ใต้ดิน จนถึงนอกโลก

สิ่งที่น่าจับตาคือ การที่ทุนขนาดใหญ่ยอมลงเงินกับบริษัทก่อสร้างอุโมงค์ซึ่งยังอยู่ในช่วงทดลองโมเดลธุรกิจ ถือเป็นสัญญาณว่าตลาดการเงินกำลังหันมามองโครงสร้างพื้นฐานนวัตกรรมและการแก้ไขปัญหาจราจรในมุมใหม่ แทนที่จะทุ่มเฉพาะถนน สะพาน หรือระบบรางแบบเดิม เม็ดเงินเหล่านี้จะเร่งให้เทคโนโลยีขุดอุโมงค์อย่าง Prufrock พัฒนาเร็วขึ้น บริษัทตั้งเป้าเพิ่มความเร็วการขุดและลดต้นทุนของอุโมงค์ Loop ให้ต่ำลงต่อไมล์เพื่อให้โครงการมีความคุ้มค่าทางการเงินมากขึ้น

จากเวแกส ลูปสู่ข้อตกลงยักษ์ในตะวันออกกลาง ผลกระทบต่อคนใช้งานจริง

หากตัดเสียงไฮป์ออกไป สิ่งที่สะท้อนผลกระทบต่อคนธรรมดาที่สุดคือ เวแกส ลูป ระบบ Loop เพียงแห่งเดียวที่เปิดให้บริการสาธารณะในตอนนี้ ขนส่งผู้โดยสารแบบจุดต่อจุดด้วยรถ Tesla ใต้อุโมงค์ใต้ดินใต้ศูนย์ประชุมลาสเวกัส โดยเส้นทางเริ่มต้นมีความยาวประมาณ 1.7 ไมล์ และขยายเชื่อมโรงแรมรอบข้างรวมถึงบริการรับส่งสนามบินแล้ว ปัจจุบันมีลูกค้ามากกว่าสี่ล้านคนที่เคยใช้บริการ ซึ่งทำให้เห็นว่าคอนเซ็ปต์นี้ไม่ใช่แค่ตัวอย่างในงานโชว์ แต่เริ่มเปลี่ยนประสบการณ์การเดินทางจริงของผู้คน

ในอีกด้านหนึ่ง บริษัทได้รับการอนุมัติให้ขยายเวแกส ลูปเป็นเครือข่ายอุโมงค์ยาวราว 68 ไมล์ พร้อมสถานีนับร้อยจุด และยังได้รับไฟเขียวให้สร้างระบบคล้ายกันในแนชวิลล์และดูไบ โดยในบางเมืองได้เริ่มขุดอุโมงค์และเตรียมชิ้นส่วนคอนกรีตสำเร็จรูปแล้ว การที่โครงการอุโมงค์ความยาวกว่า 150 กิโลเมตรในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ถูกวางแผนต่อเนื่องจากดีลการลงทุนครั้งนี้ แปลว่าเม็ดเงินใหม่กำลังจะเปลี่ยนแผนที่การเดินทางของคนเมืองจำนวนมาก ไม่ใช่แค่เมืองเดียว

โอกาสและข้อจำกัดของอุโมงค์ในฐานะการแก้ไขปัญหาจราจร

คำสัญญาใหญ่ของ The Boring Company คือการ “เอาชนะการจราจร” ผ่านเครือข่ายอุโมงค์ใต้ดินและระบบ Loop ที่ออกแบบให้ขุดได้เร็วขึ้นและถูกลง โดยตั้งเป้าหมายขุดอุโมงค์ได้หนึ่งไมล์ต่อสัปดาห์ มองในแง่บวก เมืองที่เคยติดข้อจำกัดเรื่องพื้นที่บนดินอาจเพิ่มความจุการเดินทางได้โดยไม่ต้องเวนคืนมหาศาล และยังสามารถออกแบบเส้นทางแบบจุดต่อจุดเพื่อลดเวลาการเดินทางของคนทำงานและนักท่องเที่ยว

แต่ฝั่งข้อจำกัดก็มีอยู่ชัดเจน โมเดล Loop ปัจจุบันใช้รถยนต์ไฟฟ้าเป็นหลัก ซึ่งเสี่ยงต่อการคัดลอกปัญหาจราจรจากบนดินลงใต้ดินหากการออกแบบระบบควบคุมจำนวนรถและอัตราการรับส่งผู้โดยสารไม่ดีพอ ขณะที่แนวคิดเดิมอย่างไฮเปอร์ลูปด้วยแคปซูลไฟฟ้าความเร็วสูงยังแทบไม่เห็นรูปธรรม เมืองที่สนใจนำโมเดลนี้ไปใช้จึงควรคิดให้รอบด้าน ทั้งเรื่องความปลอดภัย มาตรฐานการขนส่งมวลชน และความเท่าเทียมในการเข้าถึง ไม่เช่นนั้นอุโมงค์อาจกลายเป็นของเล่นราคาแพงสำหรับคนบางกลุ่ม มากกว่าการแก้ไขปัญหาจราจรของเมืองทั้งเมือง

บทสรุป: เมืองอนาคตจะเดินทางบนดิน ใต้ดิน หรือในตลาดทุน

ดีลการระดมทุน 3 พันล้านดอลลาร์ของ The Boring Company คือการลงคะแนนเสียงจากตลาดทุนว่า ทางออกของปัญหาจราจรอาจไม่ได้อยู่บนพื้นผิวอีกต่อไป แต่ซ่อนอยู่ใต้เมือง การที่มูลค่าบริษัทกระโดดจากระดับหลายพันล้านมาเป็น 2.3 หมื่นล้านดอลลาร์ในเวลาไม่กี่ปี แสดงว่าความเชื่อในโครงสร้างพื้นฐานนวัตกรรมเริ่มกลายเป็นกระแสหลัก

อย่างไรก็ตาม เม็ดเงินจำนวนมากไม่ได้การันตีว่าทุกอุโมงค์จะประสบความสำเร็จในทางปฏิบัติ ประวัติการยกเลิกโครงการในหลายเมืองก่อนหน้านี้เตือนเราว่าการเมือง กฎระเบียบ และผลกระทบต่อชุมชน คือปัจจัยที่เทคโนโลยีล้วนๆ แก้ไม่ได้ บททดสอบที่แท้จริงของ The Boring Company จึงไม่ใช่แค่การขุดได้เร็วแค่ไหน แต่คือการพิสูจน์ว่าอุโมงค์สามารถกลายเป็นระบบขนส่งมวลชนที่คนเมืองส่วนใหญ่ใช้จริง และช่วยลดการแก้ไขปัญหาจราจรอย่างยั่งยืนได้หรือไม่ เมืองไหนที่กำลังหาทางออกใหม่ให้การเดินทาง ควรมองดีลนี้เป็นจุดเริ่มต้นของคำถามใหญ่ มากกว่าคำตอบสำเร็จรูป

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!