vivo X500 Series คืออะไร และทำไมสายคอนเทนต์ควรจับตา
vivo X500 Series คือสมาร์ทโฟนเรือธงชุดใหม่ที่เน้นการถ่ายภาพและวิดีโอระดับภาพยนตร์ ใช้ระบบกล้องร่วมพัฒนากับ ZEISS และ Sony พร้อมเซ็นเซอร์ช่วงไดนามิก 17EV เลนส์เทเลโฟโต้แบบปริซึม และระบบกันสั่น 3 องศา เพื่อตอบโจทย์การสร้างคอนเทนต์ระดับมืออาชีพในเครื่องเดียวที่พกพาได้สะดวก
หัวใจของข่าวนี้คือ vivo ไม่ได้ออกมือถือเรือธงเพียงเพื่อแข่งขันด้านสเปก แต่กำลังขยับตำแหน่ง vivo X500 Series ให้เป็นเครื่องมือของคนทำคอนเทนต์อย่างจริงจัง บริษัทได้ยืนยันการเปิดตัวสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์ซีรีส์นี้ในเดือนกันยายน โดยประกอบด้วยสามรุ่นคือ X500, X500 Pro และ X500 Pro Max การที่แบรนด์ตัดสินใจก้าวจาก X300 ไปเป็น X500 โดยข้ามชื่อ X400 ไม่ได้เป็นแค่เรื่องโชคลางของเลขสี่เท่านั้น แต่ยังสื่อว่าครั้งนี้คือการอัปเกรดใหญ่ทั้งด้านการออกแบบ การประมวลผล และเทคโนโลยีประมวลผลภาพ เพื่อรองรับความต้องการสร้างเนื้อหาระดับมืออาชีพที่สูงขึ้นเรื่อยๆ

กล้อง ZEISS 17EV และเลนส์เทเลโฟโต้ปริซึม 200MP จุดเปลี่ยนของสายภาพนิ่ง
จุดที่ทำให้ vivo X500 Series น่าสนใจสำหรับคนจริงจังกับภาพนิ่งคือระบบกล้องหลัก Zeiss Super Dynamic ที่จะอยู่ในรุ่น Pro ซึ่งเป็นผลจากการร่วมพัฒนาระหว่างทีม BluePrint imaging ของ vivo และ Sony เซ็นเซอร์หลัก BluePrint Guangyu 900 ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ขนาด 1/1.28 นิ้ว ให้ช่วงไดนามิกถึง 17EV ซึ่ง vivo ระบุว่าเป็นระดับสูงสุดในอุปกรณ์พกพาปัจจุบัน ประโยคนี้มีน้ำหนักมากเพราะหมายความว่าฉากย้อนแสง ฉากคอนทราสต์จัด หรือสภาพแสงซับซ้อนที่กล้องมือถือส่วนใหญ่มักพัง จะถูกควบคุมได้ดีขึ้น
อีกด้านที่ไม่ควรมองข้ามคือเลนส์เทเลโฟโต้แบบปริซึม โดยข้อมูลจาก Digital Chat Station ระบุว่าตัวโครงการมีชื่อรหัสว่า Thanos 500 และคาดว่าจะใช้เซ็นเซอร์ HP0 ความละเอียด 200 ล้านพิกเซลร่วมกับเลนส์เทเลโฟโต้แบบปริซึมจากรุ่น X300 Ultra นี่คือสัญญาณชัดเจนว่า vivo ต้องการครองจุดยืนด้านการซูมแบบออปติคอลและภาพเทเลโฟโต้บนมือถือในช่วงครึ่งหลังของปี หากสิ่งที่ประกาศไว้ทำได้จริง X500 Series จะกลายเป็น ZEISS camera phone ที่ไม่ใช่แค่มีตราโลโก้ แต่ให้คุณภาพการถ่ายภาพระยะไกลและไดนามิกเรนจ์ที่ขึ้นมาตีตลาดกล้องใหญ่ได้มากขึ้น
วิดีโอระดับภาพยนตร์ เป้าหมายใหม่ของมือถือสายคอนเทนต์
หากมองจากแนวโน้ม ตลาดสมาร์ทโฟนเรือธงกำลังแข่งกันเรื่องวิดีโอมากพอๆ กับภาพนิ่ง และ vivo แสดงเจตนาอย่างชัดเจนว่า X500 Series จะโฟกัสด้านวิดีโอเป็นพิเศษ Han Boxiao ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของ vivo ระบุว่า X500 Series กำลังถูกพัฒนาเพื่อยกระดับการถ่ายภาพด้วยการเน้นวิดีโอเป็นหัวใจ จุดที่เปลี่ยนเกมคือการนำช่วงไดนามิก 17EV ไปใช้กับวิดีโอ ทำให้แต่ละเฟรมเก็บรายละเอียดในส่วนสว่างและเงาได้กว้างขึ้น โดยเฉพาะฉากย้อนแสงที่เคยเป็นจุดอ่อนของวิดีโอบนมือถือ
ด้านเฟรมเรตและความละเอียด X500 Series รองรับวิดีโอสโลว์โมชั่น 4K ที่ 240 เฟรมต่อวินาที และวิดีโอ HDR 4K 120 เฟรมต่อวินาที พร้อมเอาต์พุต HDR โดยตรง ประโยคนี้ควรถูกจดจำเพราะนี่คือสเปกที่เข้าใกล้มาตรฐานกล้องถ่ายหนังระดับโปร ผู้สร้างคอนเทนต์ที่ต้องการ cinema video phone จึงมีเหตุผลมากขึ้นในการมอง X500 Series เป็นเครื่องหลัก ไม่ใช่แค่เครื่องเสริม การมีเฟรมเรตสูงและ HDR จริงบน 4K ทำให้การเกรดสีและการตัดต่อในภายหลังมีความยืดหยุ่นมากกว่ามือถือทั่วไปอย่างชัดเจน
กันสั่น 3 องศา และสามรุ่นย่อย บล็อกแรกของการผลักมือถือสู่เครื่องมือมืออาชีพ
การจะเป็นเครื่องมือสร้างคอนเทนต์ระดับมืออาชีพ วิดีโอที่นิ่งคือเงื่อนไขพื้นฐาน vivo จึงใส่ระบบกันสั่นแบบออปติคอล 3 องศา OIS ที่ผ่านมาตรฐาน CIPA 7.0 ซึ่งถูกอธิบายว่ามีประสิทธิภาพเทียบเท่ากิมบอลมือถือระดับมืออาชีพ และจะเน้นเป็นพิเศษในรุ่น X500 Pro Max แนวคิดสำคัญคือทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องพกอุปกรณ์กันสั่นเพิ่มในหลายสถานการณ์ การเดินถ่าย วล็อก หรือถ่ายในที่แสงน้อยจะได้ประโยชน์โดยตรงจากระบบนี้
ในแง่ไลน์ผลิตภัณฑ์ vivo ยืนยันว่าซีรีส์นี้มีทั้งหมดสามรุ่น ได้แก่ X500 รุ่นมาตรฐาน X500 Pro และ X500 Pro Max การแบ่งเช่นนี้บอกใบ้ว่า vivo จะไล่ระดับประสบการณ์การถ่ายภาพและวิดีโอ ตั้งแต่ระดับผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องการฟังก์ชันครบ ไปจนถึงสายโปรที่ต้องการทุกอย่างจัดเต็ม จุดยืนจึงชัดว่า X500 Series ไม่ใช่เพียงเฟืองตัวหนึ่งในตลาดเรือธง แต่เป็นความพยายามสร้างแพลตฟอร์มมือถือที่ออกแบบตั้งแต่ฮาร์ดแวร์กล้อง เซ็นเซอร์ ZEISS 17EV ไปจนถึงระบบกันสั่น เพื่อรองรับโลกการผลิตวิดีโอแบบจริงจัง




