OpenChat แท็บกลางไม่ใช่ดีไซน์สวย แต่คือยุทธศาสตร์การค้นพบคอมมูนิตี้
LINE OpenChat คือฟีเจอร์แชตแบบคอมมูนิตี้ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้ใช้รวมตัวผ่านความสนใจร่วมกัน ตั้งแต่แฟนด้อม การเรียน งาน ไลฟ์สไตล์ ไปจนถึงกลุ่มพูดคุยทั่วไป โดยออกแบบให้ค้นหาและเข้าร่วมได้ง่ายผ่านการจัดหมวดหมู่และระบบแนะนำ ทำให้ฟังก์ชันนี้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของการค้นพบสังคมใหม่ในแอป LINE การย้าย OpenChat ไปอยู่โครงสร้างแท็บ LINE ตำแหน่งที่ 3 แท็บกลาง จึงไม่ใช่แค่การออกแบบแอป LINE ใหม่ แต่เป็นการประกาศชัดว่าแพลตฟอร์มกำลังนำฟีเจอร์นี้ขึ้นมาเป็นหน้าแรกของการเข้าสังคมบนแอป หลังเคยซ่อนอยู่หลังลิงก์และ QR Code มานาน การตัดสินใจครั้งนี้ทำให้ LINE OpenChat ผู้ใช้ ถูกผลักจากฟีเจอร์เสริม กลายเป็นหัวใจของการเชื่อมต่อคนที่อินเรื่องเดียวกัน
จาก VOOM สู่ OpenChat แท็บ 3 การรีดีไซน์ที่เปลี่ยนทิศแพลตฟอร์ม
จุดเปลี่ยนสำคัญเริ่มจากการเลิกให้บริการ VOOM ฟีเจอร์โซเชียลมีเดียเดิมภายในแอป แล้วเลือกใช้ OpenChat เป็นศูนย์รวมการเข้าสังคมแทน พร้อมปรับโครงสร้างแท็บ LINE โดยย้าย OpenChat ขึ้นแท็บที่ 3 ซึ่งเป็นแท็บกลางอย่างเป็นทางการ เพื่อปรับปรุงการเข้าถึงของผู้ใช้และลดขั้นตอนการใช้งาน เดิมผู้ใช้ต้องรู้ชื่อห้อง เปิดลิงก์หรือสแกน QR Code วันนี้เพียงแตะโครงสร้างแท็บ LINE ตรงกลางก็สามารถเริ่มจากหมวดความสนใจแล้วไล่ดูคอมมูนิตี้ที่เกี่ยวข้องได้ทันที นี่คือการออกแบบแอป LINE แบบมีความคิด ไม่เน้นฟีเจอร์หวือหวา แต่เน้นออกแบบ Journey ให้คนเดินทางจากความอินเล็กๆ ไปสู่คอมมูนิตี้ที่ใช่ในพื้นที่เดียว ผู้บริหารผลิตภัณฑ์อธิบายชัดว่าโจทย์คือการให้ผู้ใช้เดินทางจากความสนใจไปสู่คอมมูนิตี้ที่ใช่ได้ในที่เดียว

ตัวเลขพิสูจน์ชัด ย้ายตำแหน่งแท็บเปลี่ยน LINE OpenChat ผู้ใช้ ให้กลายเป็นแมส
การปรับโครงสร้างแอปไม่ได้แค่ทำให้หน้าตาสวยขึ้น แต่ส่งผลชัดในตัวเลข เมื่อเปิดใช้ OpenChat Tab รูปแบบใหม่ได้เพียงหนึ่งเดือน ผู้ใช้งานรายเดือนเพิ่มจากเฉลี่ย 20 ล้านคนเป็น 24 ล้านคน และปริมาณการใช้งานรวมขยับจาก 1,800 ล้านครั้งต่อเดือนเป็นมากกว่า 2,250 ล้านครั้งต่อเดือน นอกจากนี้หน้าย้ายมาอยู่แท็บกลางยังถูกกดเข้าใช้งานถึง 66.9 ล้านครั้งต่อวัน และมีการกดเข้าร่วมห้องโอเพนแชท 7.4 ล้านครั้ง ตัวเลขนี้สะท้อนว่าพอการออกแบบแอป LINE ลดแรงเสียดทานในการค้นพบคอมมูนิตี้ คนก็พร้อมลองสำรวจสิ่งใหม่ทันที โครงสร้างแท็บ LINE แบบใหม่จึงทำหน้าที่เหมือนโถงหน้าบ้าน ให้การเข้าถึงคอมมูนิตี้ไม่ต้องผ่านประตูซ่อนอีกต่อไป และทำให้ LINE OpenChat ผู้ใช้ก้าวสู่ฐานขนาดแมสในเวลาไม่นาน
| ตัวชี้วัด | ก่อนปรับแท็บ | หลังปรับแท็บ |
|---|---|---|
| ผู้ใช้งานรายเดือน | 20 ล้านคน | 24 ล้านคน |
| การใช้งานรวมต่อเดือน | 1,800 ล้านครั้ง | >2,250 ล้านครั้ง |
| การเข้าแท็บต่อวัน | - | 66.9 ล้านครั้ง |
| การเข้าร่วมห้องต่อเดือน | - | 7.4 ล้านครั้ง |

OpenChat แท็บกลางกำลังแทนที่ฟีดโซเชียล และเปลี่ยนรูปแบบการค้นพบคน
เมื่อ VOOM ถูกถอดออก การเข้าสังคมผ่านฟีดคอนเทนต์แบบโซเชียลมีเดียถูกแทนด้วยการเข้าสังคมผ่านห้องสนทนา OpenChat การย้ายขึ้นแท็บกลางสะท้อนการรวมศูนย์ฟังก์ชัน social discovery ทั้งแพลตฟอร์มให้มาอยู่ที่เดียว ผู้ใช้เริ่มจากความอินในห้อง Entertainment Studies Job หรือ Lifestyle แล้วค่อยๆ พัฒนาสัมพันธภาพใน Chit-chat Community จนกลายเป็นพื้นที่รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้ ใช้งานจริงไม่ได้จำกัดแค่เรื่องเฉพาะทาง แต่ขยายไปเป็น “ห้องฮีลใจ” สำหรับคนทำงานลำพังในเมืองใหญ่ ใช้พิมพ์เล่า “ไปทำงานแล้วนะ” หรือ “กลับถึงห้องแล้ว วันนี้เหนื่อยมาก” แล้วได้รับการตอบกลับด้วยความห่วงใย นอกจากนี้ยังถูกใช้เป็นช่องทางสื่อสารในสถานการณ์โควิด น้ำท่วม หรือภัยพิบัติอื่น เพื่อประสานงานและแลกเปลี่ยนข้อมูลความช่วยเหลือ นี่คือการเข้าสังคมที่ขับเคลื่อนด้วยคอมมูนิตี้จริง ไม่ใช่แค่การเลื่อนฟีดดูคอนเทนต์
ฟีเจอร์ใหม่และกลยุทธ์การตลาดแอป ผลัก OpenChat ให้เป็นสนามคอมมูนิตี้ของทุกฝ่าย
เพื่อรองรับการเติบโต LINE ไม่ได้ใหญ่แค่ในโครงสร้างแท็บ แต่ลงมืออัปเดตฟีเจอร์รอบด้าน ทั้ง Thread สำหรับแตกประเด็นย่อยในห้องใหญ่ AI Summary สรุปข้อความอัตโนมัติให้ผู้ใช้ไม่หลุดประเด็น และมาตรการ Fraud & Scam Protection พร้อมป๊อปอัปแจ้งเตือนเพื่อช่วยป้องกันมิจฉาชีพ ข้างหน้าเตรียมปรับระบบแนะนำ Content Discovery & Recommendation for you ดีไซน์ไอคอนหมวดหมู่และ Avatar ใหม่ และรองรับการใช้ Emoji ที่ซื้อใน OpenChat รวมถึงฟีเจอร์ Reactions ให้มีส่วนร่วมกับข้อความได้หลากหลายขึ้น ฝั่งกลยุทธ์การตลาดแอป เปิดแคมเปญ “เพื่อนอินหาง่าย จอยได้แท็บสาม” วางกรอบการทำงานสี่ด้านคือ Discover Activate Grow และ Connect เพื่อเชื่อมแบรนด์กับฐานแฟนคลับและคอมมูนิตี้ เมื่อรวมกับการออกแบบแท็บกลาง ทำให้ OpenChat กลายเป็นสนามคอมมูนิตี้ที่เปิดกว้างทั้งสำหรับผู้ใช้ทั่วไป ผู้สร้างคอมมูนิตี้ และภาคธุรกิจ







