ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

เกาะรัตนโกสินทร์ พัฒนาใหม่จากเกาะประวัติศาสตร์สู่ย่านการเรียนรู้

เกาะรัตนโกสินทร์ พัฒนาใหม่จากเกาะประวัติศาสตร์สู่ย่านการเรียนรู้
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นิยามใหม่ของเกาะรัตนโกสินทร์: จากอนุรักษ์สู่นวัตกรรมเมืองเรียนรู้

การพัฒนาเกาะรัตนโกสินทร์ พัฒนา ในปัจจุบันคือการปรับพื้นที่ประวัติศาสตร์ใจกลางเมืองให้เป็นย่านการเรียนรู้และท่องเที่ยววัฒนธรรม กรุงเทพฯ ที่เชื่อมมรดกทางสถาปัตยกรรม สายน้ำ และวิถีชุมชนเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานสมัยใหม่ เน้นการสร้างสวนลอยฟ้า ราชดำเนิน พื้นที่สาธารณะคุณภาพสูง และศูนย์การเรียนรู้ที่เปิดกว้างให้คนทุกวัยเข้าถึงองค์ความรู้ โดยยังคงเอกลักษณ์ของถนนราชดำเนิน แลนด์มาร์กสำคัญและพื้นที่รอบวัดพระแก้ว ภูเขาทอง และป้อมมหากาฬ เพื่อให้เกาะรัตนโกสินทร์ยังเป็นหัวใจทางประวัติศาสตร์ แต่เพิ่มบทบาทใหม่ด้านเศรษฐกิจฐานความรู้และคุณภาพชีวิตเมือง จุดแข็งของการปรับโฉมครั้งนี้คือความร่วมมือข้ามภาคส่วน ระหว่างหน่วยราชการในพระองค์ หน่วยงานรัฐหลายกระทรวง กองทัพ ตำรวจ และเอกชนรายใหญ่ซึ่งเข้ามาร่วมกันออกแบบอนาคตของพื้นที่ ไม่ใช่เพียงปรับภูมิทัศน์ให้สวยขึ้น แต่ตั้งใจให้ย่านเก่าแก่ที่สุดของเมืองกลับมามีชีวิตในฐานะศูนย์กลางเรียนรู้และท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ยั่งยืน โรดแมปการพัฒนาเกาะรัตนโกสินทร์ถูกกำหนดเป็น 3 เฟสในช่วงปี 2569–2571 โดยเฟสแรกตั้งแต่เดือนสิงหาคมถึงธันวาคม 2569 เน้นการรื้อถอนตึกแถวเก่ารอบวัดสระเกศเพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับโครงการสวนลอยฟ้าและปรับปรุงภูมิทัศน์ย่านภูเขาทองและป้อมมหากาฬให้พร้อมรองรับบทบาทใหม่ในฐานะแลนด์มาร์กด้านประวัติศาสตร์และพื้นที่สาธารณะคุณภาพสูง

เกาะรัตนโกสินทร์ พัฒนาใหม่จากเกาะประวัติศาสตร์สู่ย่านการเรียนรู้

สวนลอยฟ้าภูเขาทอง–ป้อมมหากาฬ: พื้นที่สีเขียวเหนือสายน้ำและความทรงจำ

หัวใจเชิงภูมิทัศน์ของโครงการเกาะรัตนโกสินทร์ พัฒนา คือสวนลอยฟ้า 2 ชั้นขนาด 13 ไร่ที่เชื่อมพื้นที่ภูเขาทอง วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เข้ากับป้อมมหากาฬและถนนมหาไชยด้วยทางเดินยกระดับสองชั้นต่อเนื่อง แนวคิด 2-Tier Sky Garden นี้ถูกออกแบบเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวระดับเมือง สร้าง Public Space เกรด A+ กลางย่านโบราณสถาน และเปิดมุมมองใหม่ให้คนเดินเท้าเห็นทั้งสายน้ำ คลอง และสถาปัตยกรรมเก่าจากระดับสายตาที่แตกต่าง โครงการสวนลอยฟ้าไม่ได้มองพื้นที่เป็นเพียงทางผ่านระหว่างแลนด์มาร์ก แต่มองเป็น “ห้องนั่งเล่นกลางเมือง” ที่ชวนให้คนมาพักผ่อน เดินเล่น และเรียนรู้ประวัติศาสตร์จากป้ายข้อมูลและกิจกรรมต่าง ๆ พร้อมทั้งปรับการใช้ประโยชน์ที่ดินจากย่านตึกแถวและชุมชนการค้าเก่า ให้กลายเป็นพื้นที่สาธารณะเพื่อส่วนรวม เชื่อมโครงข่ายสายน้ำยุคบุกเบิกความยาวกว่า 50 กิโลเมตร จากคลองเปรมประชากรถึงแม่น้ำเจ้าพระยา และต่อขยายไปยังดอนเมือง ปทุมธานี และพระนครศรีอยุธยาตามยุทธศาสตร์ “จิ๊กซอว์สายน้ำ 50 กิโลเมตร” ที่ตั้งเป้าเปลี่ยนหลังบ้านริมคลองให้กลับมาเป็นเส้นทางคมนาคมและท่องเที่ยวทางน้ำในอนาคต

เกาะรัตนโกสินทร์ พัฒนาใหม่จากเกาะประวัติศาสตร์สู่ย่านการเรียนรู้

ถนนราชดำเนินและศูนย์การเรียนรู้แห่งชาติ: เปลี่ยนแลนด์มาร์กเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญา

การพลิกโฉมถนนราชดำเนิน แลนด์มาร์กสำคัญของเมือง กำลังขยับจากถนนสายประวัติศาสตร์ไปสู่ย่านการเรียนรู้และเศรษฐกิจฐานความรู้อย่างชัดเจน จุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้างคือการก่อสร้างศูนย์การเรียนรู้แห่งชาติ OKMD National Knowledge Center บนที่ดินราว 5 ไร่เดิมของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยได้รับอนุมัติกรอบงบประมาณกว่า 970 ล้านบาท มีพื้นที่ใช้สอยรวมกว่า 20,000 ตารางเมตร และตั้งเป้ารองรับผู้เข้าใช้งานสูงถึง 1.5 ล้านคนต่อปี เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญาของประเทศและผลักดันสู่ยุคเศรษฐกิจฐานความรู้และปัญญาประดิษฐ์ ศูนย์การเรียนรู้แห่งชาตินี้แบ่งออกเป็น Ratchadamnoen Center 1 พื้นที่หลักประมาณ 16,000 ตารางเมตรซึ่งจะเป็นบ้านหลังใหม่ของ TK Park และพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับคนทุกวัย และ Ratchadamnoen Center 2 ขนาดราว 4,000 ตารางเมตรสำหรับอาคารสนับสนุนวิชาการ นิทรรศการ และที่ทำการของ OKMD โครงการยังทดลองโมเดลเรียนรู้ผ่านนิทรรศการต้นแบบ House of Curiosity ณ หอสมุดเมืองกรุงเทพมหานคร เพื่อเก็บข้อมูลผู้ใช้มาปรับระบบก่อนเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในช่วงปี 2570–2571 ซึ่งสะท้อนว่าถนนราชดำเนินกำลังถูกวางบทบาทใหม่ในฐานะศูนย์กลางการอ่าน คิด และสร้างนวัตกรรม มากกว่าพื้นที่จัดกิจกรรมเชิงการเมืองหรือพิธีการอย่างที่คุ้นเคย

เกาะรัตนโกสินทร์ พัฒนาใหม่จากเกาะประวัติศาสตร์สู่ย่านการเรียนรู้

มิวเซียมสยาม ศูนย์การเรียนรู้แบบเล่าเรื่อง: ทำให้ประวัติศาสตร์คุยกับคนรุ่นใหม่ได้

ในภาพใหญ่ของการพัฒนา ท่องเที่ยววัฒนธรรม กรุงเทพฯ บทบาทของมิวเซียมสยาม ศูนย์การเรียนรู้ มีความสำคัญยิ่ง เพราะเป็นพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งแรกของไทยที่แปลงอาคารกระทรวงพาณิชย์เดิมซึ่งร้างหลังย้ายที่ทำการ มาเป็นพื้นที่เรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมด้วยวิธีเล่าเรื่องเชิงอินเทอร์แอคทีฟ แทนการจัดแสดงวัตถุแบบนิ่ง ทำให้คนรุ่นใหม่เข้าใจคำว่า “สยาม” ผ่านประสบการณ์ตรง ตั้งแต่สถาปัตยกรรมคลาสสิก เสื้อผ้าแฟชั่น ไปจนถึงความเชื่อและวิถีชีวิต หนึ่งในตัวอย่างสำคัญคือการทดลองนิทรรศการมีชีวิตเรื่อง Know How ชาวนา นักค้นคว้าแห่งท้องทุ่ง ซึ่งมิวเซียมสยามได้ทำนาจริงบนสนามหญ้าหน้าพิพิธภัณฑ์ต่อเนื่อง 5 เดือนเต็ม สร้างการเรียนรู้จากการลงมือทำทุกขั้นตอนของการเป็นชาวนา ตั้งแต่การเตรียมดิน หว่านข้าว ไปจนถึงเกี่ยวข้าว อีกทั้งยังต่อยอดสู่การจัดนิทรรศการกึ่งละครและมิวเซียมใต้ดินบริเวณสถานีสนามไชย เพื่อเล่าประวัติพื้นที่ผ่านการขุดค้นทางโบราณคดี นี่คือการทำให้พิพิธภัณฑ์กลายเป็นพื้นที่ “เรียนไม่รู้จบ สนุกแบบไปคุยกับคนอื่นได้” และเชื่อมต่ออย่างลงตัวกับภาพใหญ่ของเกาะรัตนโกสินทร์ในฐานะย่านการเรียนรู้และวัฒนธรรมร่วมสมัย

เกาะรัตนโกสินทร์ พัฒนาใหม่จากเกาะประวัติศาสตร์สู่ย่านการเรียนรู้

ภาพรวมยุทธศาสตร์เมืองแบบจิ๊กซอว์ 50 กิโลเมตร และข้อคิดต่ออนาคต

การพลิกโฉมเกาะรัตนโกสินทร์ในครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์จิ๊กซอว์สายน้ำ 50 กิโลเมตร ที่เริ่มจากการฟื้นฟูคลองเปรมประชากรตั้งแต่ปี 2560 แม้เผชิญอุปสรรค เช่น สถานการณ์โควิดจนต้องหยุดชั่วคราว แต่คณะทำงานยังลงเรือสำรวจสภาพคลอง พบขยะจำนวนมากและเดินหน้าฟื้นฟูต่อเนื่อง จนสามารถเชื่อมโครงข่ายสายน้ำจากหน้าทำเนียบรัฐบาล ผ่านคลองผดุงกรุงเกษมและคลองเทเวศร์ไปถึงแม่น้ำเจ้าพระยา และเตรียมขยายสู่ดอนเมือง ปทุมธานี และพระนครศรีอยุธยารวมกว่า 100 กิโลเมตร ตลอดจนต่อเชื่อมจากคลองแสนแสบบริเวณป้อมมหากาฬไปยังฉะเชิงเทรา เพื่อให้สายน้ำกลับมาเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ด้านการเดินทางและท่องเที่ยว เมื่อวางชิ้นส่วนทั้งหมดเข้าด้วยกัน ตั้งแต่สวนลอยฟ้า ราชดำเนิน ศูนย์การเรียนรู้แห่งชาติ ไปจนถึงมิวเซียมสยาม เราจะเห็นภาพเมืองที่กล้าใช้มรดกทางประวัติศาสตร์เป็นฐานพัฒนาเศรษฐกิจฐานความรู้ ไม่ใช่แช่แข็งย่านเก่าไว้เป็นเพียงฉากถ่ายรูป เกาะรัตนโกสินทร์จึงกำลังเปลี่ยนจาก “พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง” ไปเป็น “มหาวิทยาลัยเปิดกลางเมือง” ที่ใครก็เข้ามาเรียน เห็น และตั้งคำถามได้ ข้อท้าทายต่อจากนี้คือการบริหารสมดุลระหว่างการค้า ท่องเที่ยว และคุณภาพชีวิตชุมชน เพื่อให้การพัฒนาไม่กลืนรากเดิม แต่ต่อยอดให้พื้นที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองมีชีวิตใหม่ยาวนาน

เกาะรัตนโกสินทร์ พัฒนาใหม่จากเกาะประวัติศาสตร์สู่ย่านการเรียนรู้

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!