แรงขับเคลื่อนใหม่ของหุ้นโรงแรมฟื้นตัวสู่ไฮซีซั่นท่องเที่ยว
หุ้นโรงแรมฟื้นตัว คือภาวะที่ราคาหุ้นของกลุ่มธุรกิจโรงแรมและบริการที่เกี่ยวข้องปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ตามการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว การเดินทางเพื่อธุรกิจ และการจัดประชุมสัมมนา ส่งผลให้อัตราการเข้าพัก รายได้ต่อห้อง และกำไรโดยรวมปรับตัวดีขึ้น สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อแนวโน้มอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในระยะสั้นและระยะกลาง ในมุมมองของผู้เขียน การปรับขึ้นของหุ้นโรงแรมรอบนี้ไม่ใช่กระแสระยะสั้น แต่เป็นผลของดีมานด์แท้จริงที่กำลังสะสมก่อนเข้าช่วงไฮซีซั่นท่องเที่ยวปลายปี โดยข้อมูลล่าสุดชี้ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นราว 2% จากสัปดาห์ก่อนหน้าและคาดว่าจะไต่ระดับต่อเนื่องก่อนเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคมซึ่งเป็นช่วงเดินทางสูงสุด เมื่อประกอบกับการเดินทางธุรกิจและงาน MICE ที่กลับมาเต็มรูปแบบ ภาพรวมจึงเอื้อต่อการเติบโตของกำไรโรงแรมในไตรมาส 4 อย่างชัดเจน ไม่ใช่เพียงการเก็งกำไรตามข่าว
CENTEL เด่นสุดในกลุ่ม รับจองล่วงหน้าพุ่งและการปรับปรุงโรงแรมเสร็จ
หากต้องเลือกตัวแทนของกระแสหุ้นโรงแรมฟื้นตัวในรอบนี้ CENTEL คือชื่อที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะถูกจัดให้เป็น Top Pick พร้อมราคาเป้าหมาย 50 บาท จากมุมมองฝ่ายวิจัยที่เห็นสถิติการดำเนินงานและยอดจองห้องพักล่วงหน้าไตรมาส 4 สูงกว่าปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนโอกาสที่กำไรจะเติบโตแข็งแกร่งในช่วงไฮซีซั่น นี่คือกรณีศึกษาที่ชัดเจนว่าตลาดกำลังตอบรับข้อมูลเชิงพื้นฐานมากกว่าข่าวลม สิ่งที่ทำให้ CENTEL น่าสนใจในระยะต่อไป คือโมเมนตัมกำไรปี 2570 จากการกลับมาเปิดให้บริการของโรงแรมที่ปิดปรับปรุงในจังหวัดกระบี่และหัวหิน ซึ่งจะขยายศักยภาพรายได้ในกลุ่มโรงแรมระดับบนที่จับดีมานด์นักท่องเที่ยวระยะไกลพร้อมจ่าย ส่งผลทั้งต่ออัตราการเข้าพักและค่า RevPAR ให้มีช่องขึ้นมากกว่ากลุ่มกลาง นักลงทุนน่าจะมอง CENTEL เป็นตัวสะท้อนการฟื้นตัวของเซ็กเมนต์พรีเมียมที่แข็งแรงกว่าค่าเฉลี่ย

ดีมานด์ระยะไกลและ MICE หนุนกำไรโรงแรม Q4 เติบโตต่อเนื่อง
แกนสำคัญที่ผลักดันให้กำไรโรงแรม Q4 มีแนวโน้มโดดเด่นคือการผสมกันของนักท่องเที่ยวระยะไกลและการเดินทางเพื่อธุรกิจ โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมามากขึ้น ขณะที่เที่ยวบินและการเดินทางระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หนุนรายได้ต่อห้องพัก RevPAR ในช่วงปี 2569-2570 ฝั่ง MICE ทั้งประชุม สัมมนา นิทรรศการมีดีมานด์กลับมาชัด ส่งผลให้หลายเครือโรงแรมมีการจองล่วงหน้าแน่น โดยมีตัวอย่างเช่นการประชุมใหญ่ขององค์กรการเงินระหว่างประเทศในกรุงเทพฯ ที่ทำให้อัตราการเข้าพักของเครือหนึ่งในเมืองสูงขึ้นจากการจองห้องพักช่วงงานอย่างชัดเจน ด้านตัวเลขกำไรหลักของ 4 บริษัทโรงแรมภายใต้การวิเคราะห์รวมกันอยู่ที่ 3.99 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และกระโดดขึ้นถึง 68.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ตัวเลขนี้บอกชัดว่ากำลังซื้อทั้งท่องเที่ยวพักผ่อนและเดินทางธุรกิจกำลังกลับมาเต็มแรง ไม่ใช่เพียงฟื้นตัวแบบประคองตัว

ท่องเที่ยวเมืองรองและเชนโรงแรมภูมิภาค ขยายฐานรายได้ระยะยาว
อีกมิติที่นักลงทุนไม่ควรมองข้ามคือการเติบโตของท่องเที่ยวเมืองรอง ซึ่งกำลังกลายเป็นฐานรายได้ใหม่ของเชนโรงแรมระดับภูมิภาค ตัวอย่างชัดเจนคือการปักธงของแบรนด์เซ็นทารา ไลฟ์ในจังหวัดราชบุรี เมืองรองที่โดดเด่นทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรม และกิจกรรมท่องเที่ยวตลอดปี ตั้งแต่กรีนซีซันหน้าฝนไปจนถึงไฮซีซั่นหน้าหนาว หลังเปิดให้บริการครบหนึ่งปี โรงแรมแห่งนี้รายงานว่าอัตราการเข้าพักวันศุกร์ถึงอาทิตย์แตะระดับ 100% ส่วนวันจันทร์ถึงพฤหัสบดีอยู่ราว 70% และราคาห้องพักเฉลี่ยตั้งแต่ 1,500 บาทขึ้นไป โดยใช้ระบบราคายืดหยุ่นตามดีมานด์ลูกค้า สำหรับคนทั่วไป ดีมานด์ที่แน่นในเมืองรองสะท้อนว่าการกระจายตัวของการท่องเที่ยวไม่จำกัดอยู่แค่เมืองหลักอีกต่อไป เมืองรองกลับกลายเป็นตัวเลือกใหม่สำหรับทั้งนักท่องเที่ยว นักธุรกิจ และหน่วยงานรัฐที่มาจัดประชุม ส่งผลให้เชนโรงแรมที่ขยายสาขาเข้าสู่พื้นที่เหล่านี้มีโอกาสเก็บรายได้ต่อเนื่องตลอดปี ไม่ต้องพึ่งพาไฮซีซั่นท่องเที่ยวเพียงช่วงเดียว

โมเมนตัมระยะยาว: จากปลายปีนี้สู่เป้าหมายนักท่องเที่ยว 35.4 ล้านคน
แม้ภาคท่องเที่ยวยังต้องเผชิญความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และการฟื้นตัวของบางตลาดต่างชาติที่ยังไม่เต็มที่ โดยเฉพาะตลาดจีน ผู้ประกอบการโรงแรมกลับตอบสนองอย่างมีชั้นเชิงด้วยการกระจายฐานลูกค้าไปยังตลาดที่มีเสถียรภาพมากขึ้น พร้อมเพิ่มค่าใช้จ่ายด้านการขายและบริหารเพื่อผลักดันรายได้ แม้กดดันอัตรากำไร EBITDA ลดลงเล็กน้อยราว 30 จุดฐาน แต่ผลประกอบการยังเป็นไปตามประมาณการของนักวิเคราะห์ ที่สำคัญ แนวโน้มในไตรมาส 4 ถูกคาดว่าจะยิ่งแข็งแรงจากดีมานด์ MICE ปลายปีและยอดจองล่วงหน้าที่เพิ่มขึ้น โดยมีตัวอย่าง RevPAR จากยอดจองล่วงหน้าของผู้ประกอบการรายหนึ่งเติบโตมากกว่า 30% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะเดียวกันประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2570 ถูกวางไว้ที่ 35.4 ล้านคน เติบโต 9% จากปีก่อน ผู้เขียนมองว่า หากตัวเลขนี้เป็นจริง โมเมนตัมหุ้นโรงแรมจะไม่ได้หยุดแค่ปลายปีนี้ แต่จะต่อเนื่องอย่างน้อยอีกหนึ่งถึงสองปี โดยมีหุ้นเด่นอย่าง CENTEL ที่ยังถูกแนะนำซื้อพร้อมมูลค่าที่เหมาะสม 50 บาท และ ERW ที่มีมูลค่าที่เหมาะสม 4.20 บาท รวมถึง MINT และ SHR ที่ถูกให้คำแนะนำซื้อเช่นกัน บทสรุปสำหรับนักลงทุนและผู้ประกอบการ คือรอบฟื้นตัวครั้งนี้พึ่งพาทั้งไฮซีซั่นท่องเที่ยว ดีมานด์ MICE และการขยายสู่เมืองรองอย่างสมดุล จึงมีฐานรองรับที่มั่นคงมากกว่ารอบฟื้นตัวในอดีต

