ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

เมื่อ City Pop และเสียงจาก Side B ทำให้ยุคอะนาล็อกกลับมาเชื่อมคนหลายเจเนอเรชัน

เมื่อ City Pop และเสียงจาก Side B ทำให้ยุคอะนาล็อกกลับมาเชื่อมคนหลายเจเนอเรชัน
ความสนใจ|ศิลปินป๊อป

นอสตัลเจียยุคอะนาล็อก คือภาษาดนตรีที่คนทุกวัยเข้าใจตรงกัน

การเชื่อมคนต่างวัยผ่านวัฒนธรรมแผ่นเสียงและเพลงยุค 80s 90s คือแนวโน้มที่ใช้ความคิดถึงยุคอะนาล็อกเป็นสะพานให้คนรุ่นเก่าที่เติบโตมากับเทปและแผ่นเสียงได้กลับไปหาความทรงจำ ขณะเดียวกันก็เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ค้นพบเสน่ห์ของการฟังที่ต้องลงแรงเลือก เปิด และรอฟังทั้ง Side A และ Side B เกิดเป็นประสบการณ์ร่วมที่ไม่ต้องมีอัลกอริทึมมาชี้นำ แต่ใช้ความอยากรู้อยากฟังและการเล่าเรื่องระหว่างรุ่นมาทำหน้าที่ เชื่อมความต่างของวัยผ่านความรู้สึกเดียวกันเมื่อเสียงเพลงดังขึ้นในห้องเดียวกัน สิ่งที่เห็นชัดจากงานแนว Retro Pop และ City Pop ญี่ปุ่นวันนี้คือดนตรีอะนาล็อกไม่ได้กลับมาแค่ในเพลย์ลิสต์ แต่มาในรูปแบบค่ำคืนพิเศษและพื้นที่กิจกรรมที่ตั้งใจออกแบบให้การฟังเพลงกลายเป็นพิธีกรรมร่วมอีกครั้ง เราไม่ได้พูดถึงการกดเล่นเพลงผ่านหน้าจอ แต่กำลังพูดถึงการเลือกแผ่น การวางเข็ม การพลิกด้าน และการเงยหน้าขึ้นมามองคนข้างๆ ที่กำลังฟังเพลงเดียวกัน

ค่ำคืน City Pop ญี่ปุ่น ที่มี Hiroshi Nagai aesthetic เป็นบัตรผ่านเวลา

ภาพสระว่ายน้ำสีฟ้า ต้นปาล์ม และท้องฟ้าฤดูร้อนเหนือจริงในผลงานของ Hiroshi Nagai ไม่ได้เป็นแค่ภาพกราฟิกสวยงาม แต่กลายเป็นประตูสู่โลกเสียงแบบ City Pop ญี่ปุ่นสำหรับคนรุ่นใหม่และคนที่โตมากับยุคนั้นพร้อมกัน ค่ำคืน A Night Inspired by Hiroshi Nagai ที่บาร์แผ่นเสียงอย่าง Yayyyyy Record Bar หยิบเสน่ห์ของ Japanese City Pop มาสร้างบรรยากาศชวนฝัน ตั้งแต่จังหวะนุ่มลื่นสำหรับนั่งจิบไฮบอลไปจนถึงเพลงที่ทำให้เหมือนกำลังขับรถเลียบชายฝั่งญี่ปุ่นปลายยุค 70s หรือ 80s งานนี้จัดขึ้นคืนวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม ตั้งแต่เวลา 21.00 น. และเปิดให้เข้าฟรี ชวนให้คนมาคนเดียวหรือมากับเพื่อนแล้วปล่อยให้เพลงทำหน้าที่เชื่อมความทรงจำและความอยากรู้อยากลองของแต่ละคน ดีเจ Ranbongo หมุน City Pop ญี่ปุ่นที่มีกลิ่นอายฤดูร้อนต่อเนื่องทั้งคืน ทำให้บรรยากาศในบาร์แผ่นเสียงเล็กๆ กลายเป็นไทม์แมชชีนที่ทุกคนเดินเข้าไปได้โดยไม่ต้องมีประสบการณ์กับแนวนี้มาก่อน เพียงแค่เปิดใจให้ภาพและเสียงนำทาง

เมื่อ City Pop และเสียงจาก Side B ทำให้ยุคอะนาล็อกกลับมาเชื่อมคนหลายเจเนอเรชัน

Side B Project ในห้าง ยกทั้งยุค 80s 90s กลับมาให้อยู่ในมือมากกว่าบนจอ

ในอีกฝั่งหนึ่งของเมือง งาน “Thonburi Rhythm: Side B Project” ในศูนย์การค้าซีคอน บางแคประกาศชัดว่า “Retro ไม่ได้อยู่แค่ใน Playlist แต่ยกทั้งยุคกลับมาเจอกันที่ Side B” โดยหยิบแนวคิดการพลิกจาก Side A ไป Side B ของยุคแผ่นเสียงและเทปคาสเซ็ตมาเชื่อมกับอีกจังหวะของย่านฝั่งธนผ่านเสียงเพลงและเรื่องเล่า งานจัดระหว่างวันที่ 26 สิงหาคม – 8 กันยายน 2569 ที่ฮอลล์ชั้น 1 ของห้าง เชิญทุก Generation เข้ามาสัมผัสเสน่ห์เพลงยุค 80s 90s ผ่านประสบการณ์จริง ไม่ใช่ผ่านแค่หน้าสตรีมมิง ภายในงานมี Listening Bar และนิทรรศการที่เล่าเรื่องวัฒนธรรมแผ่นเสียง เทปคาสเซ็ต และรูปแบบการฟังเพลงในแต่ละยุค พร้อมโซน Album Cover Studio ให้คนสร้างปกอัลบั้มในแบบของตัวเอง และมุม Music of Your Time ที่ชวนทุกวัยมาแชร์ “เพลงประจำช่วงชีวิต” ที่ต่างความหมายแต่ร่วมพื้นที่เดียวกัน DJ Retro หมุนเพลงฮิตยุค 80s 90s ตลอดงาน เสริมด้วย Retro Aerobic Fitness และ Mini Groove Bar ทำให้ห้างกลายเป็นสนามเล่นของความทรงจำและการค้นพบที่จับต้องได้

เมื่อเพลงยุค 80s 90s และ City Pop กลายเป็นพื้นที่สนทนาระหว่างวัย

สิ่งสำคัญของ Side B Project ไม่ใช่แค่รายชื่อเพลงหรือโปรดักต์อะนาล็อก แต่คือการตั้งใจให้เสียงเพลงเป็นพื้นที่ร่วมที่เชื่อมคนต่าง Generation เข้าหากันอย่างเป็นธรรมชาติ คนที่เติบโตมากับเพลงยุค 80s 90s กลับไปสัมผัสบรรยากาศที่คุ้นเคย ขณะเดียวกันคนรุ่นใหม่ได้รู้จัก Retro Culture และวัฒนธรรมแผ่นเสียง เทปคาสเซ็ต ผ่านการลองฟัง ลองจับ และลองถามผู้ที่อยู่ในยุคนั้นจริง ตาราง Live Music ที่จัดเต็มทุกสุดสัปดาห์ยิ่งทำให้การเชื่อมต่อนี้มีจังหวะเฉพาะตัว เริ่มจากวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคมที่มี Pattieang และ The Voice Pride วันเสาร์ที่ 29 พบกับ MEGABYTE x Alex Maybe Goosebump Rhythm และ The Betters วันอาทิตย์ที่ 30 มี Lazy flower SickSax และ The Drivers ตามด้วยวันศุกร์ที่ 4 กันยายน Saran Ensemble วันเสาร์ที่ 5 กันยายน Syd Vethaka Bitter Brothers และ Chabah Big Band และปิดท้ายวันอาทิตย์ที่ 6 กันยายนด้วย Socio AC 93 และ Old Doc ที่เข้ามาเติมเต็มบรรยากาศของ Side B ด้วยเสียงเพลงหลายจังหวะตลอดช่วงงาน ทุกชื่อวงคือข้ออ้างให้คนต่างวัยนั่งฟังเพลงวงเดียวกันแล้วต่อบทสนทนาว่าเพลงนี้หมายถึงอะไรในชีวิตของแต่ละคน

วัฒนธรรมแผ่นเสียงและประสบการณ์ฟังเพลงร่วม กำลังกลับมาเป็นหัวใจของเมือง

ทั้งค่ำคืน City Pop ที่ได้แรงบันดาลใจจาก Hiroshi Nagai และงาน Side B Project บอกเราตรงๆ ว่าดนตรีย้อนยุคไม่ได้กลับมาในฐานะของเล่นเฉพาะกลุ่มสะสมแผ่น แต่กลับมาเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่เมือง ทั้งในร้านกลางคืนแบบ Yayyyyy Record Bar และในศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ผ่านการออกแบบประสบการณ์ฟังเพลงที่ตั้งใจตั้งแต่หน้าประตูจนถึงจังหวะสุดท้ายของคืน วัฒนธรรมแผ่นเสียงและเทปคาสเซ็ตในบริบทใหม่จึงไม่ใช่แค่การโหยหาอดีต แต่เป็นการใช้ความช้าของการฟังอะนาล็อกมาต้านความเร็วของโลกสตรีมมิง ให้คนเงยหน้าจากจอ มองปกอัลบั้ม มองเข็มบนร่องแผ่น และมองคนที่อยู่ข้างๆ ที่กำลังฟังเพลงเดียวกัน ในนิยามนี้ เพลงยุค 80s 90s และ City Pop ญี่ปุ่นไม่ใช่แค่แนวเพลง แต่เป็น “พื้นที่สนทนา” ที่ทำให้เมืองมีชีวิตและให้คนทุกวัยมีเรื่องเล่าร่วมกัน เพราะแม้เทคโนโลยีจะเปลี่ยนไปจากแผ่นเสียง เทป ซีดี มาสู่สตรีมมิง แต่ความรู้สึกที่เสียงเพลงเชื่อมคนต่างเจเนอเรชันเข้าหากันยังไม่เคยเปลี่ยนเลย

เมื่อ City Pop และเสียงจาก Side B ทำให้ยุคอะนาล็อกกลับมาเชื่อมคนหลายเจเนอเรชัน

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!