MobLand คืออะไร และทำไมทุกอย่างจึงหมุนรอบ Tom Hardy
MobLand คือซีรีส์อาชญากรรมบนแพลตฟอร์มสตรีมมิง Paramount+ ที่เล่าเรื่องสงครามแก๊งของตระกูล Harrigan ผ่านสายตา Harry Da Souza มือเก็บกวาดระดับตำนานผู้รับบทโดย Tom Hardy ซีซันแรกเปิดด้วยคดีเด็กหายของครอบครัวคู่แข่งแล้วลุกลามเป็นสงครามมาเฟียเต็มรูปแบบ ภายใต้แผนลับของ Maeve และ Conrad Harrigan ที่ใช้ความรุนแรงสุดโต่งเป็นเครื่องมือ สิ่งที่ทำให้ซีรีส์แตกต่างคือการปะทะกันของความบ้าคลั่งจากหัวหน้าตระกูลสูงวัยกับความนิ่งเย็นระดับหินผาของ Harry ที่ต้องดับไฟทุกกองทั้งในธุรกิจผิดกฎหมายและในครอบครัวของตัวเอง
หัวใจของบทความนี้คือ การกลับมาของ Tom Hardy ใน MobLand season 2 คือปัจจัยตัดสินว่าซีรีส์จะไปต่อหรือดับกลางอากาศ Tom Hardy MobLand ไม่ได้เป็นแค่ “ดารานำ” แต่เป็นเครื่องยนต์ทางอารมณ์ที่แบกทั้งจังหวะความรุนแรงและดราม่าครอบครัวไว้พร้อมกัน เมื่อซีรีส์พึ่งพาการระเบิด ความตาย และการหักหลังเป็นหลัก ผู้ชมต้องมีตัวละครหนึ่งที่เป็นสมอทางอารมณ์ และผู้สร้างเลือก Harry ของ Hardy ให้เป็นสมอนั้นตั้งแต่แรกเริ่ม การถอดเขาออกจากสมการจึงแทบเท่ากับการรื้อโครงเรื่องทั้งหมดทิ้ง

ซีซัน 2 เปิดฉากด้วยเลือด ครอบครัว และการคุมโทนของ Hardy
ตอนเปิด MobLand season 2 ไม่เสียเวลาอุ่นเครื่อง ฆาตกรรมหมู่ที่สนามแข่งสุนัขเกิดขึ้นภายในไม่กี่นาทีแรก เมื่อ Conrad Harrigan ทนไม่ไหวกับการหักหลังของลูกชาย Kevin และรู้ว่ามาเฟียตุรกีหันไปทำธุรกิจกับลูกแทน เขาตัดสินใจจบดีลด้วยกระสุนกลางสนามแข่ง ทำให้ความร่วมมือกับแก๊งตุรกีพังยับและเปิดศึกเลือดครั้งใหม่ให้ตระกูล Harrigan ทันที จากนั้นเขาก็ทำสิ่งที่เคยทำมาตลอดคือโทรหา Harry Da Souza ให้มาปิดบาดแผลทางอาชญากรรมที่ตัวเองก่อ
จุดที่ทำให้ตอนเปิดซีซัน 2 ถูกพูดถึงใน MobLand season 2 review หลายชิ้นคือวิธีที่กล้องและการตัดต่อดัน Harry ขึ้นมาเป็นศูนย์กลางของความโกลาหลอีกครั้ง Tom Hardy ถูกวางไว้กลางระหว่างความเดือดดาลของ Conrad กับเล่ห์เหลี่ยมของ Maeve เขาเดินสำรวจที่เกิดเหตุด้วยใบหน้าแทบไม่ไหวติง ขณะเดียวกันชีวิตส่วนตัวก็พังทลาย ทั้งการแต่งงาน 18 ปีที่เพิ่งผ่านเหตุการณ์ภรรยาแทงอก และลูกสาววัยรุ่นที่หนีไปกับหลานชายสายอยากเป็นแก๊งสเตอร์ การแสดงที่นิ่งแต่กดดันของ Hardy ทำให้เลือด การทรยศ และความแตกแยกในครอบครัวรู้สึกมีน้ำหนักมากกว่าฉากระเบิดใดๆ

ดราม่านอกจอและเคมีในกองถ่าย: ซีรีส์นี้ยังเป็น “ครอบครัวเดียวกัน” หรือไม่
ความสำคัญของ Tom Hardy ในซีรีส์นี้ยิ่งถูกขยายด้วยดราม่านอกจอ เมื่อต้นปีมีรายงานว่าเขามีปัญหากับผู้อำนวยการสร้างและสตูดิโอหลังถ่ายทำซีซัน 2 เสร็จ และมีเสียงลือว่าเขาจะไม่กลับมาในซีซัน 3 จากนั้นก็มีข่าวลือเพิ่มเติมว่าพฤติกรรมของ Hardy บนกองทำให้โปรดิวเซอร์หวั่นใจ ถึงขั้นมีแหล่งข่าวอ้างว่าเขาอาจถูกถอดออกจากซีรีส์ หากข่าวนี้เป็นจริง MobLand คงเสียศูนย์ทางโทนเรื่องอย่างหนัก เพราะโครงสร้างเดิมออกแบบให้ Harry เป็นคนผูกทุกเส้นเรื่องเข้าหากัน
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวอีกฝั่งยืนยันว่า Tom Hardy ไม่ได้ถูกไล่ออก และประตูสำหรับซีซัน 3 ยังเปิดอยู่ หลังจากมีการนัดพูดคุยเพื่อเคลียร์ประเด็นต่างๆ สุดท้ายเขาก็ถูกยืนยันอย่างเป็นทางการว่าจะกลับมาในซีซัน 3 ของ Paramount+ crime series เรื่องนี้ ขณะเดียวกัน นักแสดงรุ่นใหม่อย่าง Anson Boone, Mandeep Dhillon และ Teddie Allen ต่างย้ำว่ากองถ่าย MobLand season 2 เป็นพื้นที่ที่รู้สึกเหมือนครอบครัว ทุกคนสนิทกันมากขึ้น สนุก และผ่อนคลายกว่าเดิม พร้อมระบุว่า "เราทุกคนเป็นเพื่อนกัน" และบรรยากาศในกองคือความสบายใจและความเล่นหัวระหว่างคนทำงาน

เมื่อจังหวะเรื่องสะดุดแต่ Hardy ยังต้องแบกทั้งเรื่อง
แม้การกลับมาของ Tom Hardy จะถูกมองว่าเป็นชัยชนะของแฟน MobLand แต่ MobLand season 2 review จำนวนไม่น้อยก็ชี้ให้เห็นปัญหาโครงสร้างชัดเจน ซีรีส์ถูกออกแบบเป็นเครื่องส่งมอบฉากแอ็กชัน ถ้าช่วงไหนไม่มีระเบิดหรือยิงกัน จังหวะก็เหมือนหยุดนิ่ง นักวิจารณ์รายหนึ่งระบุว่าในสี่ตอนแรกของซีซัน 2 เหมือนซีรีส์ถอนเท้าออกจากคันเร่ง แม้จะมีการเล่นใหญ่ของเหล่านักแสดงแค่ไหนก็ชดเชยช่องว่างตรงนี้ไม่ได้ พร้อมให้เกรดเพียงระดับกลาง
สิ่งนี้สะท้อนปัญหาคลาสสิกของ Paramount+ crime series ที่วางเดิมพันกับ “ความมัน” มากกว่าพัฒนาตัวละคร เมื่อปืนเงียบ เสียงของละครครอบครัวควรดังขึ้น แต่ MobLand season 2 กลับปล่อยช่วงท่ามกลางที่ดราม่าไม่ลึกพอจะผูกผู้ชม Hardy จึงต้องเป็นคนแบกทั้งน้ำหนักทางอารมณ์และความระทึกใจไปพร้อมกัน ทำให้เกิดคำถามว่า หากแม้แต่การแสดงเข้มข้นของเขายังไม่สามารถพยุงจังหวะเรื่องได้ แล้วผู้สร้างจะทำอย่างไรกับซีซัน 3 ที่ประกาศแล้วว่ากำลังจะมาถึงและปล่อยตอนรายสัปดาห์ยาวไปถึงตอนจบ
MobLand อยู่ไม่ได้หากไม่มี Harry: บทสรุปจากซีซัน 2
เมื่อพิจารณารวมทั้งบนจอและนอกจอ MobLand season 2 พิสูจน์แล้วว่านี่คือซีรีส์ที่ผูกชะตากรรมไว้กับ Tom Hardy แบบถอนตัวไม่ขึ้น Harry Da Souza เป็นตัวละครที่สร้างสมดุลให้ความบ้าคลั่งของ Conrad และ Maeve เขาคือคนเชื่อมโลกอาชญากรรมสุดเดือดเข้ากับโศกนาฏกรรมภายในบ้าน และคือปัจจัยเดียวที่ทำให้ผู้ชมยังอยากติดตามตระกูล Harrigan ต่อไป แม้จังหวะเรื่องบางช่วงจะเหมือนเสียโมเมนตัมไปแล้วก็ตาม
การที่ข่าวลือลาออกถูกหักล้าง และ Tom Hardy MobLand ถูกยืนยันว่าจะกลับมาในซีซัน 3 คือการยอมรับอย่างไม่เป็นทางการของผู้สร้างว่าซีรีส์นี้ยังไม่สามารถอยู่ได้ด้วยตัวละครอื่นหรือโครงเรื่องเพียงลำพัง การบ้านของซีซันต่อไปจึงไม่ใช่แค่ทำให้ฉากยิงกันเดือดกว่าเดิม แต่ต้องทำให้ช่วงที่ไม่มีเสียงปืนยังน่าดูพอจะไม่ทำให้พลังของ Hardy ถูกใช้ไปโดยเปล่าประโยชน์ หากทำไม่ได้ MobLand ก็จะเป็นอีกตัวอย่างของซีรีส์อาชญากรรมที่มีพระเอกแถวหน้ามาแบก แต่โครงสร้างเรื่องกลับเดินไม่ไหว






